บทที่ 4 ลงโทษและให้ชดใช้1

ไป๋ซู่ฮวาส่งกระดาษให้หวังเฮ่า  จากนั้นเขาก็รับมาแล้วส่งต่อให้ลู่เปียว  มือหน้ากำแน่นทุบโต๊ะเสียงดัง  ก่อนจะมองไปยังคนเหล่านั้น  เสียงดังกังวานก็เอ่ยเพียงประโยคเดียว

"ให้ร้ายคนอื่นโบยคนละสิบไม้  จากนั้นขังคุกหลวง ให้ประกันตัวคนละห้าตำลึงแบ่งให้แม่นางไป๋สามในห้า  ใครไม่มีโบยห้าสิบไม้หรือแลกกับการติดคุกครึ่งปี"

ชาวบ้านโอดครวญร้องขอบางคนถึงกับโขกหัวให้กับไป๋ซู่ฮวา  นางไม่อยากทะเลาะกับชาวบ้าน  นางต้องการเรียกชื่อเสียงคืน  อีกอย่างที่นางต้องการจัดการคือจางชุนกับบ้านใหญ่ต่างหาก

"ซู่ฮวาๆพวกข้าไม่รู้จริงๆ  เจ้าอภัยพวกข้าเถอะนะ  ต่อไปพวกข้าจะไม่หูเบาอีกแล้ว"

"ซู่ฮวา   ขอร้องใต้เท้าให้พวกเราด้วยเถอะนะ"

ไปซู่ฮวาหันไปมองลู่เปียว  เขาลั่นวาจาออกมาแล้วหากนางให้เขาไม่เอาความจะเสียหน้าเพียงใดกันจึงเอ่ยเบาๆ

"ใต้เท้า  ไป๋ซิ่วลูกพี่ลูกน้องข้าปาข้าหัวแตก  จางขุนใส่ร้ายวางยาข้า  บ้านใหญ่ไล่ข้าออกมาสมบัติก็ยึดไปหมดอีกทั้งขู่จะขายน้องชายของข้า  รบกวนท่านช่วยจัดการให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ  คนอื่นๆใกล้เก็บภาษีแล้ว  ต้องมีแรงงานเก็บเกี่ยวเรื่องโบยท่านพิจารณาอีกทีเถอะเจ้าค่ะ  ข้าไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวทำละลาย ผลประโยชน์ของทางการ  มิสู้ให้เว้นโทษโบยพวกเขาเป็นเพิ่มภาษีดีกว่าเจ้าค่ะ  เงินเข้าคลังยังช่วยปากท้องผู้คนได้บ้าง  ที่เหลือแล้วแต่ท่านจะเมตตาพวกเขา  ส่วนท่านปู่ไป๋จ้านนั้นเป็นคนเดียวที่ไม่ทำร้ายและให้ร้ายข้าเจ้าค่ะ"

ลู่เปียวทึ่งมากตั้งแต่ที่นางสามารถรู้ฐานะเขา  ป้ายห้อยเอวนี้ขนาดผู้ว่าบางคนยังมองไม่ออกแต่นางมองออก  อีกทั้งไม่ให้เข้าเสียหน้า  แล้วยังมีบุญคุณกับชาวบ้านพวกนี้อีก  ถ้านางเป็นบุรุษคงดีไม่น้อยที่จะคบหาเป็นสหาย

"เช่นนั้นก็ให้พวกเขาชดเชยเจ้าคนละหนึ่งตำลึง  เก็บภาษีเพิ่มสามเท่า  กุนซือหวังให้พวกเขาลงชื่อ   จางชุนถอดถอนจากการเป็นซิ่วไฉ  ปรับยี่สิบตำลึง  บ้านสกุลไป๋พวกเจ้าตามนางไปนำที่ดินกลับคืนมา  หากพวกเขาต้องการให้ทำสัญญาเช่า   แล้วบุรุษผู้นั้นเจ้า.." ลู่เปียวลังเลที่จะเอ่ย

"ข้ากับเขาไม่ว่าอย่างไรก็กลายเป็นคนๆเดียวกับไปแล้วอีกอย่างตอนนี้เขาบาดเจ็บต้องการคนดูแล  ใต้เท้าได้โปรดเขียนสัญญาแยกบ้านให้น้องชายข้าไป๋ซูหยางด้วยเจ้าค่ะ  หากวันใดท่านกลับเมืองหลวงข้าเกรงว่าน้องชายอาจถูกขายไปเป็นบ่าวเศรษฐีเสียแล้ว"

ไป๋ซู่ฮวาโขกศรีษะลู่เปียว  นางเป็นสตรีฉลาดฟ้องร้องครั้งเดียวทั้งสร้างบุญคุณจัดการทั้งความแค้น  จางชุนจำต้องคืนเงินบวกกับดอกเบี้ยเป็นเงินสามสิบตำลึงอีกทั้งค่ายาจากการทุบตีนางทั้งหมดต้องจ่ายถึงสี่สิบตำลึง เขาไม่มีเงินจำต้องยกที่ดินให้นางหกหมู่และจ่ายเงินให้นางห้าตำลึงไป๋ซู่ฮวาเลือกผืนที่ติดกับที่ดินของนาง  ที่ผืนนั้นอยู่ติดกับบ้านเจ้าโง่หยางหนิงเฉิงเดินสิบเก้าก็ถึง ชาวบ้านบางคนไม่มีเงินไป๋ซู่วาให้พวกเขาชดใช้เป็นข้าวหรือธัญพืชที่กำลังจะเก็บเกี่ยว  มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรไม่สามารถบิดพลิ้วได้   ชาวบ้านน้ำตาเป็นสายเลือดต้องจ่ายให้นางอีกทั้งต้องเสียภาษีเพิ่ม  พวกเขาไม่น่าเชื่อแม่ลูกสกุลจางเลย  ไปซู่ฮวาเดินออกจากที่ว่าการมาก็เจอสตรีคนนึง  นางจึงกระซิบเบาๆ 

"คุณหนูซุนหากเจ้ารังเกียจหยางหนิงเฉิงควรพูดกันดีๆ    มิใช่ร่วมมือกับจางชุนทำลายเขาเพียงเพราะเขาขาเป๋  เจ้าคิดจริงๆหรือว่ามีเพียงสถานศึกษาของบิดาเจ้าเท่านั้นหรือที่สามารถปั้นขุนนางได้"

  ซุนเย่วเล่อบิดผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น  หันกลับมาก็เจอกับสายตาฆ่าคนได้ของบิดา

"งามหน้านัก  ไร้ยางอาย"

ซุนยวี่ไม่มองหน้าบุตรสาวสักนิดนางไม่สมกับเป็นบุตรนักปราชญ์เอาเสียเลย

เดิมทีจางชุนติดหนี้ไป๋ซู่ฮวาเพียงแค่สิบห้าตำลึงแต่ใครใช้ให้เจ้าอวดดีขู่จะฟ้องลู่เปียวกันเล่า  เขาคือหนึ่งในคุณชายแห่งสี่บุรุษงามของแคว้นฉินเชียวนะ บิดาเป็นถึงเสนาบดี  เขาจึงจงใจปรับจางชุนทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งปรับข้อหาใส่ร้ายผู้อื่นอีกทั้งทำร้ายทุบตีไป๋ซู่ฮวาทั้งหมดรวมเป็นเงินห้าสิบตำลึง  จางชุนแทบกระอักเลือดเขาเพิ่งได้รับรางวัลมายี่สิบตำลึง  แต่ต้องจ่ายนางสารเลวนี่ถึงห้าสิบตำลึง   มารดาเขามาถึงก็อยากจะฆ่าไป๋ซู่ฮวาแต่ติดที่มีคนของทางการจ้องมองอยู่  สุดท้ายเขาอ้างว่าไม่มีเงินมีเพียงห้าตำลึง

"ใต้เท้า  ข้าเป็นเพียงบัณฑิตยากจน  เงินที่ได้รับมาก็ใช้หนี้ไปหมดแล้วเหลือเพียงห้าตำลึงขอรับ  ไม่มีเงินใช้หนี้นางหรอก"

"เหอะ  นางสารเลวนี่คบชู้สู่ชาย  ข้าไม่ทวงสินสอดคืนก็ดีเท่าไหร่แล้ว  ยังมีหน้าฟ้องร้องบุตรชายข้า ไป๋ซู่ฮวานังแพศยาหน้าด้าน"

เหวินซื่อด่าไป๋ซู่ฮวาแทนบุตรชาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป