บทที่ 10 วันที่ฟ้าร้องไห้
คนคิดสั้นชะงัก ลงจากราวเหล็กแล้วทอดสายตามอง สีหน้าแววตาของคนแปลกหน้า เขาเป็นเพศที่สามและตอนนี้กำลังช่วยเหลือเธอ ที่เห็นมีแต่ความจริงใจ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องช่วยเธอเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวยกมือปาดน้ำตา อ่อนแอไปหรือเปล่า ไม่เคยคิดสั้นมาก่อนเลย เหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาทำให้ตนเองสติหลุดไปชั่วขณะเลย ดีที่ได้คนคนนี้มาช่วยเหลือไว้
“คุณเป็นใครเหรอคะ”
มะนาวระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก ก้าวเข้ามาใกล้แล้วพยุงร่างบางไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยกัน
“ฉันเป็นโมเดลลิ่ง” มะนาวตอบแล้วควักนามบัตรยื่นให้ เธอรับมาอ่านแล้วมองหน้า
“ฉันเห็นเธอสวย สวยมากทีเดียว เลยอยากชวนให้ไปทำงานด้วยกัน” เขาอธิบาย
เธอส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมีหนี้สินเยอะ อีกอย่างงานแบบนี้ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องทำได้หรือไม่ ฉันดูคนไม่ผิดหรอก” มะนาวตัดบทแล้วสบตา “ส่วนหนี้สินมันเท่าไหร่กัน ฉันจะหาทางช่วย”
หญิงสาวเริ่มสะอื้นอีกครั้ง เจ๊มะนาวยื่นมือมากุมไว้เพื่อปลอบประโลม ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครดีกับเธอเช่นนี้เลย
“ฉันเป็นหนี้เจ้าของเรือลำนี้อยู่ล้านห้าค่ะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมหรือเปล่า ถ้าฉันจะออกจากงาน”
มะนาวขมวดคิ้ว “ล้านห้าฉันใช้ให้ได้สบาย ว่าแต่ทำไมเจ้าของเรือถึงจะไม่ยอมให้ไปล่ะ ถ้าได้เงินคืน”
คนถูกถามถอนหายใจ “เพราะเขาอยากได้ฉันเป็นเมียน้อย”
มะนาวยกมือทาบอก “ตายแล้ว อกอีแป้นจะแตก! ไอ้พวกผู้ชายพวกนี้ช่างอุบาทว์จริงๆ” เจ๊ยกมือลูบศีรษะแผ่วเบา นึกเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมา “เจ้าของเรือลำนี้เจ๊รู้จัก ไอ้ชัยวุฒิสินะ หัวงูไม่เลิก ถ้ามันไม่ได้กินหนูมันคงไม่ยอมง่ายๆ แต่ไม่เป็นไรเจ๊หาทางได้!”
หญิงสาวยกมือไหว้ “ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไร เราไปอยู่ด้วยกัน ฉันจะปั้นหนูให้เป็นคนใหม่ ที่ใครๆ อิจฉาเลยจ้ะ”
นาราภัทรระบายยิ้มหลังจากผ่านมรสุมหนักๆ มา ไม่ว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไร มันก็ดีกว่าเธอต้องถูกผู้ชายรังแกอยู่บนเรือลำนี้ การตัดสินใจครั้งนี้จะดีหรือร้าย ก็พร้อมยอมรับมัน
ชัยวุฒิผ่ายมือเชิญแขกเข้ามา เจ๊มะนาวนั่งลงตรงข้ามกับเจ้าของห้อง แล้ววางเงินไว้ตรงหน้า เขาขมวดคิ้วมองสีหน้าสงสัย
“อะไรครับเจ๊” ชัยวุฒิเอ่ยถาม แล้วมองเลยไปยังด้านหลัง เห็นสาวที่เจ้าตัวหมายตากำลังยืนสงบนิ่ง
“หนี้ของนาราไง ฉันใช้คืนให้”
เขาหัวเราะ “ใช้คืน ใช้ทำไมกันเจ๊!”
“ฉันต้องการพาตัวนาราไปทำงานด้วย” เจ๊อธิบาย สีหน้าเครียดขึ้น รู้สึกรำคาญกับท่าทางกวนประสาทของหมอนี่
ชัยวุฒิกัดฟันขบกรามแน่น แน่ล่ะ ทำไมเจ๊จะไม่อยากได้ ก็สวยออกขนาดนั้น เป็นดาราคงทำเงินได้ไม่น้อย แต่เขายังไม่เคยชิมสักครั้ง เกิดเป็นคนดัง จะชิมคงลำบาก
“ไม่! ผมไม่ยอม!” ชัยวุฒิปฏิเสธเสียงแข็ง
“คุณปฏิเสธเจ๊ได้ด้วยเหรอชัยวุฒิ สัญญาระบุไว้ว่ายังไง นาราเอาให้เจ๊อ่านแล้วนะ ถ้ามีเงินใช้หนี้มันก็จบไม่ใช่หรือไง ถ้าคุณรั้งไว้ ระวังจะกลายเป็นคดีความเอานะ”
“ผมไม่กลัวเรื่องคดี ผมไม่ให้นาราไป!”
เจ๊มะนาวกระตุกยิ้มมุมปาก
“อยากได้นาราเป็นเมียน้อยเหรอ ไม่ได้เอาก็เลยยังไม่อยากยกให้ ถ้าดังขึ้นมาคงเอายากใช่ไหม!” มะนาวเริ่มเสียงดัง ชัยวุฒิขบกรามตีหน้าเครียด
“เจ๊อย่ามากล่าวหาผมดีกว่า”
“แล้วแกมีปัญหาอะไรถึงไม่ยอม!”
ชัยวุฒิฮึดฮัด ทำหูทวนลม จนมะนาวทนไม่ไหว
“ตอบมาสิวะ!” ฝ่ายแขกเริ่มขึ้นเสียง
“ไม่ได้ก็ไม่ได้ไง มาเซ้าซี้อะไร ออกไปเลยไป!” โบกมือไล่ แล้วชักสีหน้า ก่อนหันมองทางอื่น
“แกไม่ได้เป็นผู้ปกครองของนารา ฉันจะวางเงินกับสัญญาไว้ให้ เป็นอันจบกัน!”
มะนาวลุกยืน เดินเข้าหาเด็ก แล้วจูงมือเพื่อออกไป ชัยวุฒิยืนตามแววตาดุดัน
“ถ้าผมไม่ให้ยังไงก็ไปไม่ได้ อย่ามาหาเรื่องกันดีกว่าเจ๊!”
เจ๊หันมามอง “แกนั่นแหละไม่ควรหาเรื่องฉันไอ้วุฒิ แกน่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง อย่าให้ฉันต้องไปหาพ่อตาแกถึงบ้านนะ อย่าลืมนะว่าฉันเป็นน้าของเมียแกไอ้สันดาน อย่ามาเล่นกับฉันนะ ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่!”
ชัยวุฒิหน้าเผือดลง “อย่ามาขู่กันดีกว่าเจ๊”
“กูเคยขู่หรือไง ถ้าไม่ตกลงกูจะเอาเรื่องมึงไปบอกเมียมึงซะ หย่าๆ กันไปให้สิ้นเรื่อง หลานกูจะได้ไม่ต้องมาอยู่กับผัวชั่วๆ อย่างมึง!”
นาราภัทรตกใจกับน้ำเสียงและท่าทีเจ๊มะนาว ไม่อยากเชื่อว่าเจ๊เป็นน้าของภรรยาชัยวุฒิ หนทางรอดมีแล้ว
“ผมรู้แล้ว ไม่ต้องอารมณ์เสียขนาดนั้นก็ได้!” พูดจบเขาหยิบเงิน แล้วโยนใส่ลิ้นชัก ก่อนกระแทกกายนั่งลง หยิบสัญญามาฉีกแล้วโยนลงถังขยะ
“แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ต้องให้กูของขึ้น!”
มือบางถูกรั้งไว้ นาราภัทรรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น บางทีทางเดินเส้นใหม่ที่เลือก อาจมีอะไรดีๆ รออยู่ จะลบความทรงจำอันเลวร้าย ทุกข์ทรมานให้หมด แล้วเริ่มต้นใหม่
