บทที่ 2 ทางเดินสีดำ

พนักงานรีบตรงเข้าหา แล้วสอบถามนำพามาวงเดียวกับหญิงสาว เธอเหลือบมองเขาครู่หนึ่งแล้วสนใจเสียงลูกเต๋ากำลังกระเด้งในแก้วมากกว่า เธอวางชิพในแต้มต่ำพร้อมกับเขาทันที จังหวะนั้นมือทั้งสองสัมผัสกันแผ่วเบา หญิงสาวชะงักแล้วหันมอง ก่อนหลบสายตา ภีมพลเหลือกตาเล็กน้อยกระตุกยิ้มมุมปาก สนอกสนใจหญิงสาวที่นั่งร่วมวง

เขากวาดมองทั่วเรือนร่าง แม้นั่งอยู่ ทว่าเธอคนนี้กลับมีทรวดทรง ผิวกาย น่าพิสมัย ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มร้อนขึ้นมาทันที ภีมพลลอบมองบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เขาและเธอทายผลเหมือนกันตลอด ส่วนคนร่วมวงคนอื่นพากันออกจากโต๊ะจนเหลือแค่สองคนเท่านั้น ชายหนุ่มนึกสนุกเลยหันไปมอง

“พนันกับผมหน่อยไหม” เขาเอ่ยถาม แล้วยกแก้วไวน์กระดกดื่ม

“พนันอะไรคะ” นาราภัทรย้อนถาม

“ทายแต้มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือผมให้คุณตาละห้าหมื่น แต่ถ้าคุณทายผิด ผมขอให้คุณถอดสิ่งที่คุณใส่อยู่ทีละชิ้นโดยที่ผมเป็นคนเลือก เอาไหม”

ข้อต่อรองน่าสนใจ แต่ถ้าหากเธอแพ้ มีหวังได้อายคนทั้งห้องแน่ ทว่าหากชนะเงินนี้จะช่วยให้หนี้สินที่ติดชัยวุฒิเบาบางลงมาก เธออยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าสักวันจะกลายเป็นเมียน้อยชัยวุฒิเข้าจริงๆ

“ได้ค่ะ ฉันยินดีพนันกับคุณ”

พนักงานประจำโต๊ะเขย่าลูกเต๋า คนตัวเล็กนิ่งฟัง ส่วนเขายกยิ้มแล้วเหลือบมอง เมื่อพนักงานวางแก้วลง นาราภัทรหยิบชิพแล้ววางเงินลงบนแต้มต่ำ เขาวางตรงกันข้าม

“ต่ำค่ะ” พนักงานบอก

นาราภัทรยิ้มกว้างทันที ฟังเสียงพนักงานเขย่าลูกเต๋าต่อ แล้ววางชิพไว้ตรงแต้มต่ำเหมือนเดิม เขายังคงวางชิพไว้ตรงแต้มสูง

“ต่ำค่ะ!” พนักงานประจำโต๊ะรายงานผล

นาราภัทรอมยิ้มแล้วแสดงท่าทีเรียบเฉย ไม่อยากให้อีกฝ่ายล่วงรู้ความคิด ทว่าภีมพลนั้นเข้าใจว่าสาวปริศนาคิดเช่นไร และเขาก็ต้องการทำให้เธอเข้าใจอย่างนั้น เงินไม่กี่ล้านไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งมันร่วงลงมาหรอก

“สูงค่ะ!” อีกครั้ง ทายถูกอีกแล้ว

บางทีไม่ต้องคิดมากก็แค่ทายตรงข้ามกับหมอนั่น เธอก็ได้เงินใช้ฟรีๆ แล้ว

“ยังจะเล่นต่ออีกเหรอคะ คุณเสียให้ฉันเท่าไหร่แล้วรู้ไหม” หญิงสาวพูดแทรก เขาชะงักแล้วหันกลับมายิ้มบางๆ

“ผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องเงินที่เสียไปหรอกครับ” พูดจบเขากวาดตามองทั่วเรือนร่าง “ผมก็แค่อยากเห็นเรือนร่างคุณเท่านั้น เวลามันไม่ใส่อะไรเลยจะสวยสักแค่ไหน”

คนถูกเย้าหน้าแดงก่ำเมินมองทางอื่น นัยน์ตาเขาช่างมีมนต์ ทำเอาเธอแทบละไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด

“คุณจะไม่มีวันได้เห็นมันหรอก!”

เขายักไหล่ “ผมก็ยังไม่อยากเห็นตอนนี้หรอกนะครับ ผมชอบเก็บไว้ดูกันสองต่อสอง ไม่ชอบเผื่อแผ่ใคร”

นาราภัทรไม่อยากต่อปากต่อคำ เพราะเชื่อว่ายังสามารถเรียกทรัพย์จากผู้ชายหน้าหล่อ แต่ไร้ฝีมือได้อีกมาก เลยแสร้งยิ้มยั่วแทน

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ฉันถอดให้ได้สิคะ” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกเผยอยิ้มราวกับเชิญชวน ภีมพลกระตุกยิ้ม

เขาสบตาสาวปริศนา “เราไปแข่งกันในห้องสองต่อสองไหม”

คนถูกชวนชะงัก “ฉันไม่นิยมนอนกับผู้ชายแปลกหน้า!” เธอแย้งขึ้นมาทันที

“เกิดคุณแพ้ คุณจะยอมถอดต่อหน้าคนมากมายเหรอครับ”

“ฉันไม่มีทางแพ้!” เธอสวนทันที

ภีมพลหัวเราะแผ่ว “ผมสมมติ คนเราเกิดมาไม่มีใครชนะได้ตลอดหรอกครับ”

คนตัวเล็กชะงัก แล้วเธอจะแสดงให้ดู คำว่าชนะตลอดน่ะ

“ก็ได้ จะพนันกันที่ไหนว่ามา!”

ภีมพลผสานมือไว้ตรงหน้า แล้วเหลือบมองลูกน้อง ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำเดินเข้ามา

“ธามไท นำคุณผู้หญิงไปที่ห้องพักฉันหน่อย”

“ได้ครับ”

นาราภัทรลุกยืน “ฉันขอให้คุณสัญญาว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่อให้ฉันเปลื้องผ้าต่อหน้าคุณทั้งหมดก็ตาม!”

“ผมสัญญา” เขาตอบรับแววตาจริงจัง เธอจึงไว้ใจ

ร่างบางก้าวตามบอดี้การ์ดของภีมพล เธอกวาดตามองรอบๆ ชั้นนี้เป็นแขกวีไอพี ห้องพักหนึ่งห้องคืนละแสนบาท ด้านในถูกแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอนสองห้อง และห้องน้ำ ประตูเปิดออกธามไทผายมือเชื้อเชิญ เธอก้าวเข้าด้านในแล้วนั่งลงบนโซฟาในห้อง ไม่นานเจ้าของห้องก็ติดตามมา

เขาวางแก้วลูกเต๋าไว้ตรงหน้า แล้วทอดสายตามองสาวปริศนา ที่นั่งเชิดหน้าเย่อหยิ่ง

“ผมขอเป็นคนเขย่าได้ไหม”

“แล้วคุณจะทายยังไง”

“ผมให้คุณทายคนเดียว ผมจะเลือกตรงข้ามกับคุณ ถ้าผมแพ้ผมเพิ่มให้อีกตาละแสน เป็นไงสนไหม”

คนฟังตาลุกวาว “ตกลง”

ภีมพลหยิบแก้วมา แล้วค่อยๆ บรรจงเขย่าเพียงสองครั้ง คนฟังชะงักแววตาไหววูบ ริมฝีปากเม้มหากันอย่างครุ่นคิด เขาวางมันลงตรงหน้า

“เชิญทายได้เลยครับ” เสียงทุ้มเชื้อเชิญแล้วทอดสายตามองสาวปริศนา

นาราภัทรกัดฟัน ไม่เคยเจอคนเขย่าลูกเต๋าเช่นนี้มาก่อนเลย ปกติทายแต่พนักงานด้วยกัน พอสนิทสนมเลยคอยถามเทคนิค เธอจึงเล่นไฮโลกับเพื่อนคนนี้ประจำ และชัยวุฒิก็ไม่เคยว่าอะไรเสียด้วย

“ต่ำ!” ตัดสินใจคาดเดาเอา

ทว่าเมื่อเปิดแก้วครอบขึ้นมา แต้มกลับกลายเป็นสูง ดวงตาคนทายไหววูบสีหน้าเผือดลง

“ผมชนะ”

หญิงสาวระบายลมหายใจ “ต้องการให้ถอดชิ้นไหนคะ”

ถ้าเขาให้ถอดชั้นในหรือบราเซียอย่างไรก็มีชุดเดรสปกปิด ถ้าให้ถอดเดรสมันคงเหมือนชุดว่ายน้ำเวลาเธอทำงานเสิร์ฟตรงสระก็เคยใส่มาก่อน ไม่ได้น่าหวาดกลัวสักนิด เพราะเขาสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำอะไร

“หน้ากากอันนั้น ช่วยถอดออกด้วยครับ” ของชิ้นแรกที่เขาต้องการคือสิ่งที่ปกปิดใบหน้า อยากรู้ว่าผู้หญิงที่มองผาดๆ ว่าสวยแล้ว ภายใต้หน้ากากนั้นจะงดงามสักแค่ไหน

นาราภัทรทำตาม ปลดเชือกคาดใบหูออก เผยให้เห็นใบหน้าอันแท้จริง คนมองนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกดภายใต้หน้ากากนั้นแอบซ่อนความงดงามไว้อย่างหมดจด ทำเอาเขาหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมาอยู่บนเรือลำนี้ ไม่ได้เป็นดารานางแบบหรือนางเอกละครแน่หรือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป