บทที่ 5 ทางเดินสีดำ
นาราภัทรมองเพื่อนวางแก้วเหล้าบนโต๊ะ แล้วส่งสายตาหวาน เธอหันกลับมาเม้มริมฝีปากแน่น ตั้งแต่เกิดไม่เคยสนใจเพศตรงข้าม ออกจะรังเกียจเสียด้วยซ้ำ พ่อทำให้เธอและแม่เจ็บปวดจนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูด ที่เธอต้องฝืนทนทำงานอยู่บนเรือก็เพราะพ่อเช่นเดียวกัน
“หล่อมากเลย โอ้ย! ฉันอยากให้เขาพาไปด้วยจริงๆ!” ปาริฉัตรระรี้ระริก สีหน้าตื่นเต้น
“ก็ยั่วเขาให้สำเร็จซะสิ” นาราภัทรตอบด้วยความหมั่นไส้เพื่อน
ปาริฉัตรเบ้ปาก “แหม... จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเป็นนาราก็ว่าไปอย่าง ฉันไม่ได้สวยขนาดนารานี่!”
“เราก็เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ขายตัว ให้นอนกับคนหล่อก็ไม่เอาหรอก ไม่มีประโยชน์”
คนเป็นเพื่อนถึงกับถอนหายใจ
“นารา ฉันถามจริงเถอะ คิดว่าเซ็กส์คืออะไร นอนด้วยกันไม่มีประโยชน์พูดมาได้ ตายแล้ว!”
นาราภัทรหัวเราะ “ก็สำหรับเรา เงินสำคัญที่สุด ไม่ใช่ผัวน่ะสิ!”
ปาริฉัตรหมดคำพูด เลยยืนนิ่งทอดสายตามองหนุ่มหล่อด้วยความเสียดาย ใครกันหนอจะเป็นผู้โชคดีในวันนี้
ภีมพลลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากบาร์ไป เพื่อนสาวสองคนมองหน้ากัน ไม่มีสาวคนไหนที่ถูกเขาหิ้วเลย แต่ไม่นานนักหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาสะสวย สวมกระโปรงสั้นแค่คืบ กับเกาะอกสีม่วงเข้ม คว้ากระเป๋ามาถือแล้วก้าวตาม
“สงสัยผู้หญิงคนนั้นจะถูกเลือก” ปาริฉัตรหันมาบอกเพื่อนร่วมงาน
นาราภัทรมองตามแววตาเรียบนิ่ง
“ไม่เห็นเขาจะเลือกใคร นอกจากมีผู้หญิงวิ่งตามก็แค่นั้น” เข้าใจได้ หล่อรวยแบบนี้ใครไม่อยากได้ หมอนั่นคงไม่ขาดผู้หญิงสักคืนหากต้องการ แถมได้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินเหมือนคราวเธอด้วย
เสียงรองเท้ากระทบผิวเรือ ธามไทยกมือกั้น เมื่อมีหญิงสาวกำลังก้าวเข้ามาหานาย
“ภีม!” เสียงหวานร้องเรียก เจ้าของชื่อหันมาแล้วสบตา
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เพราะใบหน้านี้มันคุ้นเคย ไม่แน่ใจว่าเคยเห็นเธอที่ไหน
“หวานเองจำได้ไหม”
ชายหนุ่มครุ่นคิดสักพัก ก่อนคลี่ยิ้มบางๆ แล้วหันไปทางลูกน้อง
“ไม่เป็นไรทามไธ”
ธามไทยอมปล่อยผู้หญิงคนนั้นเป็นอิสระ
“เป็นไงสบายดีไหม” เธอถามแล้วยิ้มยั่ว พยายามแอ่นกายเพื่อให้เห็นทรวดทรง
“สบายดี แล้วหวานล่ะ”
“หวานสบายดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ตั้งแต่ติดต่องานกันคราวนั้น”
“พอดีผมยุ่งน่ะครับ”
วรินดาเม้มริมฝีปาก “เข้าไปคุยกันในห้องพักคุณได้ไหม”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก วรินดาคือนางแบบที่เคยทำงานให้บริษัท เธอนิสัยดีและไม่ค่อยเรียกร้อง เราจบกันหลังจากเสร็จงาน มาเจอที่นี่ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขากักเก็บความต้องการไว้นานแล้ว ความผิดของผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ ที่ทำเอาเขาแทบคลั่ง ไม่ได้ปลดปล่อย
“ได้สิ” วรินดายิ้มกว้าง เดินตามเขาไปในห้องพัก
ภีมพลทิ้งกายลงบนโซฟาตัวยาว หญิงสาวค่อยๆ นั่งลงเคียงข้าง รินไวน์ใส่แก้วให้กับเจ้าของห้องแล้วยกให้เขา เธอยิ้มยั่ว แล้วเบียดตัวเองเข้าหา มือบางลูบไล้ต้นขาแผ่วเบา
เขารับมาแล้วกระดกดื่ม ดวงตาเริ่มแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ วรินดาพิงศีรษะกับไหล่กว้าง
“หวานคิดถึงคุณมากเลยนะคะ หวานคิดถึงวันเก่าของเรา” กระซิบเสียงแผ่วข้างใบหู ชายหนุ่มขบกรามแน่น เมื่อทรวงงามกำลังบดเบียนต้นแขน
เขาหันมา “คิดถึงมากไหม”
“มากสิคะ”
“ถ้าคิดถึงมากก็ทำตามใจตัวเองสิครับ” เขาเชิญชวนแล้วยกยิ้ม
วรินดาลุกยืน “หวานไม่เกรงใจแล้วนะคะ” จบคำพูดรูดซิบกระโปรงออก แล้วสะบัดอาภรณ์ท่อนบนจากร่างกาย
ชิ้นส่วนสองชิ้นแทบปกปิดไม่มิด กำลังห่อหุ้มของสำคัญไว้ เธอค่อยคร่อมบนตักเขา แล้วบดเบียดร่างกายเข้าหา
“หวานจะทำให้คุณมีความสุข” เธอบอกเสียงพร่า
มือบางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด แล้วเลื่อนไล้ไปตามหน้าท้องอุดมด้วยมัดกล้าม รั้งให้ร่างสูงลุกยืน ปลดทุกอย่างออกจากร่างกาย จนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าสองร่าง ท่ามกลางแสงของจันทราที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
เขาถูกผลักให้นั่งลงบนโซฟา วรินดาทรุดกายลงนั่งจับต้นขาไว้แน่น แล้วช่วยให้เขามีความสุข ศีรษะคนตัวใหญ่แหงนหงายดวงตาฉ่ำปรือเมื่อถูกปรนเปรออย่างชำนาญจากคู่ขาเก่า วรินดายิ้มกว้างเมื่อเห็นเขาปลดปล่อยความต้องการออกมาจนหมดสิ้น เธอหยัดตัวแล้วค่อยๆ คร่อมทับบนตัก
ริมฝีปากบางสั่นระริก เมื่อความสุขเข้าครอบงำ ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามความต้องการ เวลานี้เธอคือคนคุมเกม แต่ไม่นานนัก สะโพกงอนกับถูกกอบกุมและขยับตามใจเขาแทน ร่างสองร่างร้อนระอุทุกขณะ เมื่อเกมรักจบลง ร่างงามกลับถูกโอบอุ้มออกจากห้องนั่งเล่นไปอีกห้อง ทันทีที่หลังแตะฟูกหนา เกมรักอันเร่าร้อนก็เริ่มต้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนเกือบรุ่งสาง รวินดาเพิ่งเข้าใจว่า เธอกำลังเล่นกับไฟที่กำลังโหมกระพือ
ก๊อก ก๊อก
“มาทำความสะอาดค่ะ” พูดจบ เธอยืนนิ่งเพื่อรอแต่ประตูไม่มีทีท่าเปิด
นาราภัทรถอนหายใจ แล้วจับลูกบิด อยากทำงานให้มันเสร็จวันนี้เธออยากลงเล่นอีกครั้ง
แอด...
ประตูไม่ได้ล็อกไว้ คนตัวเล็กก้าวเข้าข้างใน เดินมาถึงห้องนั่งเล่น เสื้อผ้าผู้หญิงซับใน บราเซีย กองเกลื่อนกลาดบนพื้นห้อง ชุดของผู้ชาย ริมฝีปากบางเม้มแน่น ผู้หญิงที่เดินตามเขาไปเมื่อคืน คงค้างอยู่ด้วยกันในนี้แน่
“อ๊ะ!”
แม่บ้านคนสวยชะงัก ดวงตาไหววูบ เสียงนี้มันเสียงผู้หญิง ดังออกมาจากห้องนอน นาราภัทรยืนนิ่งเหมือนร่างกายถูกสาป
“เดี๋ยวค่ะ!”
เสียงผู้หญิงยังคงดังอยู่ นาราภัทรค่อยๆ หันกายเพื่อกลับออกจากห้อง
“อื้อ!” เสียงครวญคราง
สองเท้าชะงักเมื่อได้ยินอีกครั้ง เธอหันกลับมามอง แววตาตื่นตระหนก ไม่นานนักเสียงลั่นของเตียงก็ดังขึ้น อยากจะบ้าตาย ได้ยินแต่เสียงครางกระเส่า กับเสียงทุ้มที่ครางกระหึ่มอย่างลำพองใจ ผู้ชายคนนั้นช่างน่ารังเกียจ อยากอาเจียนออกมา คนพวกนั้นเหมือนกันหมด เห็นผู้หญิงเป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้น
