บทที่ 6 วันที่ฟ้าร้องไห้
ปัง!
ประตูห้องเปิดออก สองร่างเปลือยเปล่ากอดกระหวัด เรียวขาขาวคาดเอวอยู่ ส่วนเขากำลังโอบอุ้มสะโพกมนจับไว้มั่น ริมฝีปากนาราภัทรสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้าง สองคนมองมา รวินดาตระหนกตกใจ
“ภีม! ปล่อยหวานก่อนค่ะ!”
เขายิ้มกว้าง มองเหยื่อซึ่งก้าวเข้าในห้องแววตาเยือกเย็น
“ผมยังไม่เสร็จให้ปล่อยได้ยังไง!”
เขาแกล้งขยับสะโพก คนกอดถึงกับร้องลั่นไม่เป็นภาษา
“อุบาทว์!” นาราภัทรด่าทอแล้ววิ่งหนีออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
ภีมพลหัวเราะในลำคอ แล้วจับสะโพกมนขยับตามใจปรารถนา สักวันเถอะ เขาจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องมาอยู่ใต้ร่างให้ได้เลยคอยดู
ร่างสูงใหญ่ยกท่อนขาไขว่ห้าง ทอดสายตามองวิวผ่านหน้าต่างในห้องพัก คำนึงถึงใบหน้าใครคนหนึ่ง เขาระบายลมหายใจยาว ก่อนประตูห้องเปิดออก ธามไทก้าวเข้ามา
“ได้เรื่องไหม”
“ครับ”
ธามไทนั่งลงตรงข้ามเจ้านาย แล้ววางรูปถ่ายของหญิงสาวหน้าตางดงาม เขามองรูปใบนั้น แล้วนิ่งงันไป
“เธอชื่อนาราภัทรครับ เป็นพนักงานบนเรือ ทำหน้าที่หลายตำแหน่ง”
“หลายตำแหน่ง?”
“ครับ แม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟด้วย ก็ตามแต่เจ้านายจะมอบหน้าที่ให้”
“รวมถึงขายตัวเหมือนคนอื่นด้วยไหม” เขารีบถามลูกน้อง
“เปล่าครับ เธอไม่ขาย ยังไงก็ไม่ขายครับ”
“แน่ใจเหรอว่าไม่ขาย”
“แน่ใจครับ เพราะถ้าขายป่านนี้คงใช้หนี้นายชัยวุฒิหมดไปแล้ว”
“หนี้งั้นเหรอ?” ภีมพลแปลกใจไม่น้อย
“เธอเป็นหนี้นายชัยวุฒิสองล้านบาท เพราะพ่อของเธอมาเล่นการพนันบนเรือ แล้ว...ติดหนี้ไว้ ทำให้เธอต้องมาใช้หนี้แทนพ่อ”
คนฟังพยักหน้าช้าๆ “หนี้ยังเหลืออีกเยอะไหม”
“อีกล้านห้าครับ”
ภีมพลขมวดคิ้ว ครุ่นคิดบางอย่าง
“ขอบใจมากธามไท”
“ครับ” เขาลุกยืนแล้วเดินออกนอกห้องพัก
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ดูเหมือนว่าผู้หญิงสาวสวยปริศนาคนนั้น จะถูกไขปริศนาลงแล้ว
เพียะ!
เสียงฝ่ามือฟาดใบหน้า คนโดนทรุดกายกองกับพื้นยกมือกุมหน้าตนเอง แหงนมองคนตบน้ำตานองหน้า ริมฝีปากสั่นระริก
“คุณทำแบบนี้ทำไม คุณเลิกกับภีมไปแล้ว!” รวินดาร้องถาม สีหน้าซีดเผือด
“ไม่ว่าฉันจะเลิกหรือไม่ แกก็ไม่มีสิทธิ์ไปนอนกับภีม!”
รวินดาลุกยืน ดวงตาวาวโรจน์
“เลิกไปแล้วยังคอยตามระรานผู้หญิงที่นอนกับเขา คุณมันไร้ยางอาย เอาพ่อแฟนเก่าเป็นผัวยังไม่วายอยากได้เขากลับคืนอีก!”
เพียะ!
คนพูดโดนตบอีกครั้ง รวินดากุมแก้มตนเอง ไม่กล้าตอบโต้เพราะข้างกายผู้หญิงคนนี้มีบอดี้การ์ดยืนคุมอยู่
“เรื่องนี้ภีมต้องรู้ ฉันไม่มีวันยอม” เธอกวาดตามองไปที่บอดี้การ์ด “พวกแกเป็นลูกน้อง ถ้าอรรคเดชรู้เรื่องที่เมียตามหึงลูกเลี้ยง จนตบผู้หญิงของเขา พวกแกต้องเดือดร้อนแน่!”
ผมถูกจิกแล้วกระชากทันที “โอ้ย!” รวินดาร้องลั่น
“ปากดีนัก แกจะไม่มีปากไว้ฟ้องใครหรอก ฉันควรทำให้แกหายไปจากโลกนี้เลยดีไหม แค่จับแกโยนลงทะเลก็แค่นั้นเอง!”
คนถูกขู่สั่นสะท้าน “ก็ลองดู คิดว่าคนอย่างฉันหายแล้วจะไม่มีใครตามเหรอ แต่แกจำไว้นังขวัญ ภีมจะต้องเกลียดแกจนวันตาย ถ้ารู้ว่าแกฆ่าฉันเพราะภีม!”
ผลั่ก!
ร่างบางถูกผลักจนกองกับพื้น
“ฉันไม่ฆ่าแกก็ได้” เธอหันไปมองลูกน้อง “กรีดหน้ามัน มันจะได้ไม่มีหน้าไปยั่วภีมอีก!”
“อย่านะ! กรี๊ด!” รวินดากรีดร้อง เมื่อถูกกระชากผม มีดจอเข้าใกล้ใบหน้าโดยบอดี้การ์ด
“ทำอะไรน่ะ!” เสียงตะโกนลั่น “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! มีคนถูกทำร้าย! ใครก็ได้ช่วยที!” นาราภัทรตะโกนโหวกเหวกโวยวาย
ขวัญจิราตระหนกตกใจ บอดี้การ์ดรีบกระชากร่างเจ้านายออกจากบริเวณนั้น ปล่อยให้คนเจ็บนอนกองกับพื้น
นาราภัทรรีบวิ่งเข้ามาดูคนเจ็บ พยุงร่างบอบช้ำไว้ ใบหน้าเขียวช้ำโชคดีที่มาทัน ไม่งั้นคงเละแน่ คิ้วบางขมวดเมื่อมองหน้าชัดๆ ปากอ้าค้างด้วยความตกใจ
“คะ...คุณเมื่อเช้า!”
รวินดาปรือตามอง “อย่าบอกใครนะ ขอร้อง...”
“บอกใครเรื่องไหน เรื่องคุณกับภีมพล หรือเรื่องที่คุณถูกทำร้าย!” หญิงสาวถามรัว
“ทั้งสองเรื่อง อย่าบอกใคร ไม่อย่างนั้นพวกมันต้องฆ่าฉันตายแน่!”
“พาฉันไปหาภีม พาไปหาเขาที”
ให้ตายสิ เธออยากจะบ้า ช่วยแล้วยังต้องลำบากอีก ควรทำยังไงดี ช่วยหรือไม่ช่วย จะซวยหรือเปล่า คนพวกนั้นดูโหดเสียด้วย
“ฉันจะพาคุณไปหลบที่ห้องฉันใกล้ๆ นี้ก่อน แล้วจะไปตามผู้ชายของคุณมาหาก็แล้วกัน!”
เธอพยักหน้าช้าๆ แทนคำตอบ นาราภัทรพยุงร่างบอบช้ำไปยังห้องตัวเองซึ่งอยู่ใกล้ๆ ค่อยๆ จับคนเจ็บเอนกายนอนลงบนเตียง แล้วออกมาจากห้อง เร่งฝีเท้าไปหาเป้าหมาย ไม่อยากไปเลยจริงๆ ผู้ชายคนนั้นทำให้เธอหงุดหงิดพิลึก จนแทบอยากตบหน้าเสียด้วยซ้ำ วันนั้นแทนที่จะหยุดปกปิด แต่กลับทำหน้าตาเหมือนจะกวนอารมณ์ มันทำให้เธอละอายจนต้องหนีไปเอง
ก๊อก ก๊อก
เคาะประตูหน้าห้อง ธามไทเปิดประตูออก เผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เจ้านายให้สืบหา เธอสวยจริงๆ ไม่แปลกที่คุณภีมพลให้ความสนใจ
“มาทำอะไรครับ” ธามไทถามเสียงเรียบ
“ฉันต้องการพบเจ้านายคุณ!”
“สักครู่” เขาปิดประตูลง
