บทที่ 7 วันที่ฟ้าร้องไห้
ภีมพลเหลือบมองลูกน้องเดินเข้ามาหา
“มีอะไรเหรอ” ชายหนุ่มถาม แล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“เธอมาครับ”
“ใคร?”
“นาราภัทร คนที่คุณให้ตามสืบ”
คิ้วเข้มขมวดหากันหนักกว่าเก่า ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะกล้ามาหาเขาถึงห้อง เขาคลี่ยิ้มกว้าง
“ให้เข้ามา”
นาราภัทรถูกเชื้อเชิญเข้ามาในห้อง เธอยืนต่อหน้าเขาท่าทีร้อนรนจนสังเกตได้
“คุณต้องไปช่วยแฟนคุณ แฟนคุณโดนทำร้ายอยู่ที่ห้องของฉัน!” หญิงสาวรีบบอกรัว
“ใครแฟนผม?” เขาย้อนถาม สีหน้ามึนงง
คนถูกถามกัดฟัน จะให้พูดยังไง โป๊ขนาดนั้น ไม่ใช่แฟนแล้วอะไร ทำไมยังมาทำหน้าตาเหมือนไม่รู้เรื่องไปได้
“ก็คนที่ฉันเจอเมื่อเช้าไง ที่คุณกอดกันออกมาจากห้อง!”
“หวานนะเหรอ”
คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาหงุดหงิด เธอหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอด
“ฉันไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่จำหน้าได้ว่าเธอคือคนที่ฉันเจอเมื่อตอนเช้าในห้องของคุณ จะไปไหมคะ ถ้าไม่ไปเธออาจโดนทำร้ายจนตายได้นะ!”
ชายหนุ่มลุกยืนเต็มความสูง “ที่ไหนล่ะ”
นาราภัทรเร่งฝีเท้า พาเขามาถึงห้องพักตนเอง ภีมพลกวาดตามองรอบๆ ห้องพนักงานห้องนี้เป็นห้องเดียว มีที่นอนห้องน้ำ แล้วก็พื้นที่ใช้สอยนิดหน่อย เล็กแคบไม่น่าอยู่เอาเสียเลย บนเตียงมีคู่ขาเขานอนหายใจผะแผ่วอยู่ ชายหนุ่มรีบทรุดกายลงนั่งบนเตียงจับชีพจร แล้วตรวจดูใบหน้า
“ธามไทพาไปที่ห้อง เสร็จแล้วโทรตามหมอมาหน่อย”
“ได้ครับ”
ร่างคนเจ็บถูกช้อนอุ้มพาออกจากห้องไป นาราภัทรยืนมอง จังหวะนั้นเขาหันกลับมาแล้วยิ้มกว้าง ก่อนก้าวติดตามลูกน้องไป หญิงสาวเบ้ปากใส่แผ่นหลัง
หล่อตายล่ะ!
เปลือกตาค่อยๆ เปิดออก ใบหน้าปวดร้าวระบบ รวินดาปรือตามอง สภาพในห้องเปลี่ยนไป ขยับกายเล็กน้อยก็ปวดร้าวไปทั้งหน้า ก่อนหน้านั้นเธอถูกขวัญจิราเล่นงานอย่างหนักหน่วง ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ กล้าทำร้ายเธอบนเรือ โดยไม่คิดว่าใครจะมาเห็นเสียด้วยซ้ำ
“ฉันขอน้ำหน่อยได้ไหม” เสียงหวานผะแผ่วร้องขอน้ำดื่ม ริมฝีปากมันขยับได้ยากเพราะเจ่อบวม จากฤทธิ์ฝ่ามือของขวัญจิรา และบอดี้การ์ดที่คอยติดตาม
ธามไทชะงัก แล้วหยิบน้ำมาป้อนให้ตามคำขอ ก่อนเดินออกจากห้องแล้วตรงไปแจ้งข่าวแก่เจ้านาย ภีมพลเข้ามายืนข้างเตียงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้
“เป็นยังไงบ้าง”
“เจ็บค่ะ ระบบไปหมด” เธอตอบเสียงเบา
ภีมพลระบายลมหายใจ “เกิดอะไรขึ้นเหรอหวาน”
คนถูกถามน้ำตาคลอ นึกขุ่นเคืองในใจ ขวัญจิราร้ายกาจ ยิ่งได้บิดาของภีมพลเป็นสามี ยิ่งมีอำนาจ หวังได้สมบัติและลูกเลี้ยง
“ขวัญจิราทำร้ายฉัน เพราะฉันมานอนกับคุณ!” หญิงสาวตอบตามตรง คนฟังนิ่งไปครู่หนึ่ง มือกำแน่น
เขาเอื้อมมือลูบเรือนผมแผ่วเบา
“ไม่เป็นไร ผมจัดการเรื่องนี้เอง คุณพักผ่อนเถอะนะ”
ขวัญจิราหลับตาลงลมหายใจสม่ำเสมอ อาการเธอไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นอกจากบวมช้ำภายนอก แต่การกระทำของขวัญจิราไม่น่าให้อภัย เขาเลิกกับเธอไปนานแล้ว ตั้งแต่เธอเสนอตัวเข้ามาเป็นแม่เลี้ยง เป็นเมียอีกคนของพ่อ นับจากวันนั้นหัวใจก็หยุดลง ไม่คิดสานต่ออะไรกับผู้หญิงคนนี้อีก ทำไมเธอไม่ยอมรามือง่ายๆ หรือต้องให้เขาบอกพ่อกันแน่
“ธามไท ไปบอกขวัญจิรา ผมอยากเจอตอนสามทุ่มวันนี้”
“ได้ครับ” ธามไทรับคำ แล้วเดินออกจากห้อง
ประตูห้องพักเปิดออก บอดี้การ์ดขวัญจิรากางมือกั้น จนเจ้าของห้องอนุญาต ธามไทเดินเข้างในแล้วก้มศีรษะเพื่อทำความเคารพ อย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็คือเมียนายใหญ่
“มีอะไรหรือธามไท” เธอถามเสียงเบา แล้วยิ้มเย็น
“คุณภีมขอพบคุณตอนสามทุ่มครับ”
เธอชะงักแล้วยิ้มกว้าง
“ได้สิ แต่บอกเขานะว่าให้มาเจอฉันที่ห้อง”
“ได้ครับ” ธามไทออกมา
เมื่อพูดคุยกับเจ้านาย เรื่องที่ขวัญจิราต้องการ ภีมพลรู้ดีว่าอดีตคนรักไม่ธรรมดา คงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้
“ไปกับฉันด้วยแล้วกันธามไท ฉันไม่อยากมีปัญหา”
“ครับ”
สามทุ่มตรงร่างสูงยืนอยู่หน้าห้อง เจ้าของห้องให้บอดี้การ์ดพาเข้ามา ธามไทยืนอยู่ด้านซ้ายมือเจ้านายตลอด เขาเองก็กังวลกลัวเจ้านายตนพลาดเช่นเดียวกัน ขวัญจิราไขว่ห้างมองมายังลูกเลี้ยงหนุ่มแล้วยิ้มยั่ว
“มีอะไรเหรอคะถึงได้ขอนัดฉัน” เธอถามเสียงพร่า ดวงตาทอดมองไปยังคนรักเก่าไม่ละ
คนถูกถามตีหน้าเรียบนิ่ง “ทำไมต้องทำร้ายรวินดา”
หญิงสาวเลิ่กคิ้วมอง แล้วยักไหล่
“ฉันเปล่านะคะ”
“งั้นเหรอ?” ชายหนุ่มขบกรามแน่น พยายามอดทนถึงที่สุด “ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไร เอาไว้ผมไปคุยกับพ่อเองก็แล้วกัน!” ภีมพลตัดบทแล้วลุกยืน เจ้าของห้องกัดฟันแล้วลุกตาม
“คุณอยากให้พ่อคุณรู้หรือไงว่าเราเคยเป็นอะไรกัน!”
“ผมคงไม่เสียหายล่ะมั้งหากพ่อรู้ แต่คุณคงไม่ใช่ เพราะพ่อคงคิดว่าเป็นแฟนลูก แต่มาเลือกพ่อ แล้วเลือกเพราะอะไรพ่อเป็นคนฉลาด คงเห็นเจตนาคุณชัดเจนขวัญ!”
