บทที่ 8 วันที่ฟ้าร้องไห้

มือบางกำแน่น แววตาเจ็บปวด

“ฉันเคยอธิบายคุณไปแล้ว ว่าฉันทำเพื่อครอบครัว!”

“ถ้าทำเพื่อครอบครัว ก็ทำตัวให้มันดีๆ อย่ามาวุ่นวายกับผม ผมไม่นิยมมีเมียคนเดียวกับพ่อเข้าใจไหม!” เขาตวาดลั่น “คุณอยากให้ผมเป็นไอ้ลูกทรพีแย่งเมียพ่อหรือไง เราเลิกกันแล้วคุณไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับผม ถ้าไม่เลิก อย่าหาว่าผมไม่เตือน ผมถือว่าผมอดทนกับคุณมามากพอแล้วขวัญ!”

คนถูกตวาดน้ำตานองหน้า ริมฝีปากสั่นระริก

“ฉันยังรักคุณ คุณก็รู้ภีม”

เขาหัวเราะในลำคอ “รักเหรอ? รักภาษาอะไร ถ้ารักผมมากพอคุณน่าจะรอได้ แต่คุณรอไม่ได้ไงขวัญ”

“ฉันมีความจำเป็น คุณก็รู้”

“เปล่าเลยผมไม่รู้อะไรเลย ผมไม่ต้องการจะรู้ด้วย คุณคือเมียของพ่อผม ผมรู้แค่นี้เข้าใจไหม!”

มือบางยกปิดปาก ทรุดกายลงนั่งกับโซฟา เขาหันกายเพื่อกลับ

“เดี๋ยวก่อนได้ไหมภีม ดื่มกับขวัญสักแก้ว เหมือนที่เมื่อก่อนเราเคยดื่มด้วยกันได้ไหม ขวัญสัญญาว่าขวัญจะหยุดทุกอย่าง”

เขาหันมาสีหน้าไม่ไว้ใจ “อย่าดีกว่า ผมไม่อยากเชื่อใจอะไรคุณอีก”

หญิงสาวหัวเราะ “คุณกลัวขวัญเหรอ กลัวทั้งๆ ที่ธามไทอยู่ด้วย”

ภีมพลเหลือบมองลูกน้อง แล้วเดินกลับมากระแทกก้นลงบนโซฟาระบายลมหายใจ

“แก้วเดียวเท่านั้น!”

เธอรินไวน์ขาวใส่แก้ว แล้ววางไว้ตรงหน้า แล้วเลือกรินให้ตนเองยกขึ้นเพื่อขอชน

“ชนกับฉันหน่อยได้ไหม” ดวงตาเธอหวานฉ่ำ ภาพวันเก่าๆ หวนกลับมา แต่มันไม่มีผลต่อสภาวะของใจอีกแล้ว

แกร๊ง

แก้วกระทบกัน สองคนกระดกดื่มจนหมด ขวัญจิรายิ้มเย็นช้อนสายตามองอดีตคนรัก

“รู้อะไรไหมภีม ขวัญอยากฆ่าผู้หญิงที่นอนกับคุณทุกคน เพราะมันแย่งสิ่งที่ขวัญต้องการ ขวัญไม่เคยได้สิ่งนั้นจากคุณมาก่อนเลย รวินดามันสมควรตายเสียด้วยซ้ำ ขวัญยอมไม่ได้หรอกถ้ามันจะไปโจษจันว่าได้นอนกับหนุ่มหล่ออย่างภีมพล ขวัญทนไม่ได้!” รอยยิ้มเหี้ยมส่งไปยังภีมพล คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

“คุณพูดอะไร!”

เธอหัวเราะราวกับคนบ้า

“คุณคิดว่าขวัญจะปล่อยมันไปหรือไง คุณพามันไปรักษาที่ห้องนี่คะ!”

ชายหนุ่มชะงักหันไปทางลูกน้อง “ธามไทกลับไปที่ห้องตอนนี้เลยเร็วเข้า!”

ธามไทรีบวิ่งออกจากห้องทันที ภีมพลลุกยืนมองอดีตคนรักแววตาเกรี้ยวกราด

“คุณมันเกินเยียวยาแล้ว เรื่องนี้พ่อผมจะต้องรู้!”

ขวัญจิราลุกยืนเผชิญหน้า “แต่ก่อนที่จะรู้ คุณคงไม่กล้าเปิดปากหรอกภีม เพราะคุณกำลังจะกลายเป็นชู้กับฉันไงล่ะ!”

ตึก ตึก

หัวใจเต้นเร็วขึ้น ภีมพลชะงักดวงตาผ่านร้อน อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น มือเริ่มสั่นเทาลำคอแห้งผาก ลมหายใจหนักหน่วง เขาต้องการปลดปล่อย หลงกลงั้นเหรอ ธามไทออกจากห้อง หรือโดนยาจากที่ไหน ไวน์ขาวแก้วนั้น เขาช้อนสายตามองอดีตคนรักแล้วกัดฟันแน่น

“คุณทำอะไร!”

“ฉันแค่ทำให้คุณอยากนอนกับฉันเท่านั้นเอง” พูดจบ มือค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อจนเห็นบราเซียแล้วถอดมันออกจากร่าง ตามด้วยกางเกงขาสั้น เหลือเพียงชิ้นส่วนติดกายสองชิ้น

ภีมพลหายใจหอบสะท้าน พยายามถอยหลัง แต่ร่างกายไม่อำนวยเอาเสียเลย ร่างเกือบเปลือยค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา

“จำสิ่งที่คุณทำเอาไว้ขวัญ แล้วคุณจะเสียใจ!” เขาประกาศกร้าว รวบรวมกำลังครั้งสุดท้าย ต่อต้านความต้องการวิ่งมาตรงประตู เปิดออก

“จับเขาไว้!” ขวัญจิราสั่งบอดี้การ์ด

สติยังคงไว้ได้ ศิลปะป้องกันตัวเคยฝึกมา

ผลั่ก

เขาเสยปลายคางแล้วหมุนตัวแตะเข้าท้องบอดี้การ์ดสองคนจนล้มกอง พยุงกายออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ร่างกายมันทานทนแทบไม่ไหว ต้องการที่ปลดปล่อย แล้วที่ไหนที่เขาควรไป รวินดาไม่สามารถช่วยเหลือได้ในตอนนี้ เธอบาดเจ็บอยู่

ห้องของเธอคนนั้น ผู้หญิงที่เขาหลงชอบตั้งแต่แรกเห็น พยุงกายไปตามเส้นทาง เสียงฝีเท้าเหมือนมีคนติดตาม ภีมพลรีบหลบ เห็นบอดี้การ์ดของขวัญจิราติดตามมาไม่ห่าง เมื่อพวกมันผ่านพ้นเขารีบเร่งฝีเท้าไปยังห้องเป้าหมาย

ปัง ปัง ปัง

เขาเคาะประตูกวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง แก่นกายเจ็บปวดเพราะต้องการปลดปล่อย ลมหายใจหอบหนักขึ้นทุกขณะ

แอด...

นาราภัทรแง้มประตูมอง เห็นคนยืนหน้าห้อง ใบหน้าคุ้นเคยเธออ้าปากแต่กลับถูกปิดไว้ แล้วลากเข้าห้องทันที

“อื้อ!” หญิงสาวดิ้นรนเมื่อถูกกอดรัดไว้แน่น

ความร้อนจากร่างกาย ทำเอาหญิงสาวขมวดคิ้ว ดิ้นรนให้เขาปล่อยเธอ ได้ยินเสียงฝีเท้าคนอยู่ด้านนอก เสียงพูดคุยตามหาใครสักคน แล้วเงียบหายไป ริมฝีปากเป็นอิสระ นาราภัทรผลักแผงอกทันที

“ทำบ้าอะไร ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ!” คนตัวเล็กตวาดแว๊ด

“ผมขอโทษ...” เสียงพร่าเอ่ยบอก กอดตัวเองแน่น

“เป็นอะไรมิทราบ!”

เขาปรือตา แล้วทอดมองใบหน้างดงามของหญิงสาว เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ต่อให้ต้องถูกโกรธ เกลียด ก็จำต้องทำ หากเป็นแบบนี้เขาคงขาดใจตายแน่

“ผมขอโทษ ขอโทษด้วย ให้อภัยผมด้วยนะ....” เขาบอกเสียงแหบพร่า

“หมายความว่ายังไง ขอโทษเรื่องอะไร!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป