บทที่ 4 บทที่ 4

มือขวาของธีรดาที่ยังถือแก้วน้ำเปล่าก้านยาวอยู่บีบเข้าหาก้านแก้วแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เธอใช้ความเจ็บจากการเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อต่อสู้กับแรงกดดันจากสายตาดุดันคู่นั้น

เธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายชั้นต่ำคนนี้เห็นเด็ดขาด

“นายอาจจะทำตัวกร่างในคลับใต้ดินของนายได้” ธีรดาเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างท้าทาย “แต่ที่นี่คือที่ของฉัน ถ้านายคิดจะพังข้อตกลงตั้งแต่วันแรก ฉันก็มีวิธีส่งข้อมูลพวกนั้นไปให้ตำรวจเร็วขึ้นเหมือนกัน”

คณุตม์นิ่งไป แววตาของเขาหรี่แคบลง

เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่ขู่ เธอเด็ดขาดและพร้อมจะลงมือทำลายเขาจริงๆ หากเขาไม่ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อการรับมือกับพ่อของเธอ

แต่เป้าหมายของเขาไม่ได้ต้องการมาพังข้อตกลง เขาแค่ต้องการเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเธอให้ได้ เพื่อทำตามแผนการบางอย่างที่เธอไม่มีวันล่วงรู้ และการทำลายกำแพงความเจ้าระเบียบของเธอก็คือบททดสอบแรก

คณุตม์ค่อยๆ คลายมือที่จับข้อมือของเธอออก

เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มของเหลวสีอำพันรวดเดียวจนหมดแก้ว สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดของคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

ธีรดายังคงยืนเกร็งอยู่ที่เดิม ไม่กล้าขยับตัวตราบใดที่เขายังยืนค้ำขวางทางออกอยู่

คณุตม์ลดแก้วลง เขาวางมันกระแทกกับเคาน์เตอร์หินอ่อนข้างลำตัวเธอเสียงดัง

“รสชาติใช้ได้นี่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะยอมก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เปิดทางให้เธอเป็นอิสระ “ถือซะว่านี่เป็นค่าเหนื่อยล่วงหน้าสำหรับการต้องทนฟังเธอสวดมนต์ก็แล้วกัน”

ธีรดาสูดลมหายใจเข้าลึกทันทีที่แรงกดดันจางหายไป เธอขยับตัวออกจากเคาน์เตอร์ จัดคอเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยท่าทีที่พยายามทำให้ดูปกติที่สุด

เธอประเมินเขาผิดไป คณุตม์ไม่ใช่เครื่องมือที่เธอจะเปิดปิดสวิตช์สั่งการได้ตามใจชอบ การพยายามใช้กฎเกณฑ์บีบบังคับเขารังแต่จะทำให้เกิดการต่อต้าน เธอต้องเปลี่ยนวิธีรับมือใหม่ หากต้องทนอยู่กับความอึดอัดเช่นนี้ไปอีกหกเดือน

มือเรียวสวยกระแทกแก้วน้ำเปล่าของตัวเองลงบนเคาน์เตอร์บาร์เสียงดังไม่แพ้กัน

ธีรดาปรายตามองแก้วคริสตัลเปล่าของเขา ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้ากวนประสาทนั้นเป็นครั้งสุดท้าย

“แก้วนั้นถือว่าทำทานให้หมาจรจัดอย่างนายก็แล้วกัน”

รถตู้ผู้บริหารสีดำสนิทแล่นเข้าเทียบจุดจอดรถหน้าทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมือง แสงไฟประดับจากโถงทางเข้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสารที่ถูกคั่นด้วยกระจกทึบแบ่งโซนคนขับ

ธีรดานั่งอยู่บนเบาะหนังแท้ฝั่งซ้ายสุด เธอปรายตามองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ชุดราตรีสีดำสนิทดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความอันตรายด้วยรอยผ่าลึกด้านหลังเผยให้เห็นผิวขาวจัดตัดกับเนื้อผ้า ลิปสติกสีแดงสดบนริมฝีปากถูกเติมแต่งจนไร้ที่ติ มันคือเกราะป้องกันและอาวุธที่เธอใช้เผชิญหน้ากับผู้คนในแวดวงสังคมจอมปลอม

เมื่อความมั่นใจถูกเซตจนเข้าที่ สายตาคมกริบจึงตวัดกลับมายังผู้ชายที่นั่งอยู่บนเบาะฝั่งตรงข้าม

คณุตม์นั่งไขว่ห้าง ท่อนแขนแกร่งวางพาดบนพนักวางแขนด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน ทว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่กลับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของหมาป่าใต้ดินให้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สูทสั่งตัดสีเข้มพอดีตัวรับกับช่วงไหล่กว้าง เสื้อเชิ้ตสีดำด้านในถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ดโดยไม่มีเนกไทมาสร้างความอึดอัด รอยสักเรขาคณิตที่เคยโผล่พ้นสาบเสื้อถูกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อยาวอย่างมิดชิด

ตลอดสามวันที่ผ่านมา การใช้ชีวิตร่วมกับเขาในเพนต์เฮาส์คือสงครามประสาทย่อยๆ คณุตม์ไม่เคยรักษากฎ เขาเดินเพ่นพ่าน หยิบจับของใช้ ดื่มเหล้าของเธอ และใช้สายตากวนประสาทท้าทายอำนาจของเธอทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ในวินาทีนี้ เมื่อเขาอยู่ในชุดสูทเต็มยศและนั่งเงียบๆ ธีรดากลับปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คนมองไม่อาจละสายตา

ผู้ชายคนนี้ดูแพงและอันตรายเกินกว่าจะเป็นแค่เชลยขัดดอก

“จำข้อตกลงของเราได้ใช่ไหม” ธีรดาทำลายความเงียบในห้องโดยสาร น้ำเสียงของเธอเด็ดขาดและเป็นทางการ

คณุตม์ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เขาสอดมันเก็บเข้ากระเป๋าสูทด้านใน ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตาเธอ

“ข้อสอง... ไปปรากฏตัวในงานสังคมในฐานะสามี เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม” เขาตอบกลับด้วยการทวนประโยคในสัญญาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “ฉันความจำดีคุณหนู เธอไม่ต้องย้ำทุกห้านาทีหรอก”

“ฉันแค่ไม่ต้องการความผิดพลาด” ธีรดากอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “คืนนี้พ่อของฉัน พี่ชายต่างแม่ และชวินจะอยู่ที่นี่ พวกเขาจะจับผิดทุกการกระทำ นายมีหน้าที่ทำตัวให้สมกับเป็นข้ออ้างของฉัน ห้ามพูดจาหยาบคาย ห้ามใช้กำลังทำลายข้าวของ และห้ามทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่ง”

“ฟังดูเหมือนเธอไม่ได้จ้างสามี แต่จ้างหุ่นยนต์”

“ถ้าหุ่นยนต์มันช่วยแก้ปัญหาได้ ฉันก็คงซื้อมาแล้ว” ธีรดาสวนกลับทันควัน “แต่นายคือหมากที่ฉันเลือกเดินบนกระดานนี้ คณุตม์... ทำหน้าที่ของนายให้คุ้มกับหนี้หลายสิบล้านบนโต๊ะโป๊กเกอร์นั่นซะ”

พนักงานเปิดประตูของโรงแรมก้าวเข้ามาดึงบานประตูรถตู้ให้เลื่อนออก แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพของสำนักข่าวสายสังคมที่ดักรออยู่ด้านหน้าสว่างวาบขึ้นมาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป