บทที่ 5 บทที่ 5
คณุตม์ไม่ได้โต้ตอบประโยคสุดท้ายของเธอ เขาก้าวลงจากรถตู้ด้วยท่วงท่ามั่นคง ยืนเต็มความสูงอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดกระหน่ำ ก่อนจะหันกลับมาและยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าเธอ
ธีรดาสูดหายใจเข้าลึก วางมือของตัวเองลงบนฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยกร้านจากการต่อสู้
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ไอความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนัง คณุตม์กระชับมือเธอไว้แน่นพอที่จะให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่ไม่แน่นจนดูเป็นการบังคับ เขาออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยประคองร่างบางในชุดส้นสูงสี่นิ้วให้ก้าวลงจากรถตู้ได้อย่างสง่างาม
เสียงกดชัตเตอร์ดังรัวขึ้นกว่าเดิมเมื่อปรากฏภาพของรองประธานกรรมการบริหารแห่ง T-Entertainment ควงคู่มากับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าในแวดวงไฮโซ
“ยิ้มหน่อยสิคุณภรรยา” คณุตม์กระซิบเบาๆ ขณะดึงมือเธอไปคล้องแขนเขาไว้ “ทำหน้าตึงแบบนั้น นักข่าวจะหาว่าเราโดนบังคับแต่งงานกันนะ”
“หุบปากแล้วเดินไป” ธีรดากระซิบตอบลอดไรฟัน แต่เธอก็ยอมคลี่รอยยิ้มการค้าออกมาประดับบนใบหน้า มันเป็นรอยยิ้มที่ฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนสำหรับการเผชิญหน้ากับสื่อ
ทั้งคู่ก้าวเดินเข้าไปในโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดง ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้อง แผ่นหลังของธีรดาตั้งตรง เธอสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อช่วงแขนของคณุตม์ที่ขยับตามจังหวะการเดิน ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและคอยบังจังหวะการเบียดเสียดของช่างภาพให้เธอโดยอัตโนมัติ เขาทำหน้าที่เกราะคุ้มกันได้ดีเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้
เมื่อผ่านพ้นจุดถ่ายภาพหน้างานและก้าวเข้าสู่ห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย แสงแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับกระทบแก้วแชมเปญในมือของบรรดานักธุรกิจและเซเลบริตี้
ธีรดากวาดสายตาประเมินสถานการณ์รอบห้อง เพียงไม่กี่วินาที เธอก็พบเป้าหมาย
ที่มุมหนึ่งของห้องโถงใกล้กับโซนวีไอพี ทศพลยืนถือแก้วไวน์อยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหญ่ ถัดไปไม่ไกลคือธาม พี่ชายต่างแม่ของเธอที่กำลังส่งรอยยิ้มจอมปลอมทักทายแขก และคนที่ยืนอยู่ข้างธามคือชวิน... ผู้ชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ซ่อนความเน่าเฟะไว้เบื้องหลัง
ชวินเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการมาถึงของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากระตุกไปจังหวะหนึ่งเมื่อเห็นมือของธีรดาคล้องอยู่กับแขนของผู้ชายคนอื่น เขาโน้มตัวไปกระซิบกับธาม ก่อนที่ทั้งสามคนจะหันมามองตรงมายังจุดที่เธอและคณุตม์ยืนอยู่
“ศัตรูระดับสามนาฬิกา” คณุตม์เอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่หันไปมอง เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วแชมเปญจากถาดของบริกรที่เดินผ่านมา ส่งให้เธอหนึ่งแก้ว และถือไว้เองหนึ่งแก้ว “เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย”
ธีรดารับแก้วแชมเปญมาถือไว้ “นายแค่ทำตามที่ตกลงกันไว้ ที่เหลือฉันจัดการเอง”
ทศพล ธาม และชวิน ก้าวเดินฝ่าฝูงชนตรงเข้ามาหาพวกเขาทันที วงล้อมรอบข้างเริ่มขยับถอยออกเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสความตึงเครียดที่แผ่กระจายออกมาจากการประจันหน้าของตระกูลใหญ่
“มาสายนะ ธีรดา”
ทศพลเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา น้ำเสียงของเขาแหบทุ้มและเต็มไปด้วยอำนาจที่ใช้กดข่มลูกสาวมาตลอดชีวิต สายตาของชายวัยกลางคนกวาดมองคณุตม์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่าและเหยียดหยามอย่างเปิดเผย
“รถติดนิดหน่อยค่ะ คุณพ่อ” ธีรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษาระดับสายตาให้ประสานกับบิดาโดยไม่ยอมหลบ
“แล้วนี่พาใครมา” ทศพลถามตรงประเด็น ไม่มีการรักษามารยาททางสังคม “ฉันจำได้ว่าไม่ได้ส่งบัตรเชิญเผื่อให้คนติดตามของแก”
“นี่คือคณุตม์ค่ะ” ธีรดากระชับวงแขนที่คล้องคณุตม์ไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย “เขาไม่ใช่คนติดตาม แต่เป็นสามีของเทียร์”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะในกลุ่มคนที่ยืนอยู่ใกล้เคียง ธามแค่นหัวเราะออกมาจากลำคอ
“สามี?” ธามเลิกคิ้ว มองคณุตม์ด้วยสายตาเย้ยหยัน “แกเล่นตลกอะไรเทียร์ ไปคว้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาควงเพื่อประชดคุณพ่อกันแน่ เสื้อผ้าก็ดูพอดูได้หรอกนะ แต่กลิ่นคาวพวกข้างถนนมันยังติดตัวอยู่เลย”
ธีรดาขยับกราม รั้งความโกรธที่แล่นพล่านขึ้นมา “ระวังคำพูดด้วยพี่ธาม คณุตม์เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน การที่พี่ดูถูกเขา ก็เท่ากับดูถูกการตัดสินใจของฉัน”
“การตัดสินใจที่สิ้นคิดน่ะสิ” ทศพลแทรกขึ้น เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง “แกทิ้งข้อเสนอของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า ทิ้งความก้าวหน้าของ T-Entertainment เพียงเพื่อจะไปจดทะเบียนสมรสกับไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่มีเครดิตทางธุรกิจอะไรเลย แกคิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้แกทำลายหน้าตาของตระกูลเราหรือไง!”
“เทียร์ไม่ได้ทำลายหน้าตาตระกูลค่ะ เทียร์แค่เลือกคนที่จะมาเดินเคียงข้างด้วยตัวเอง” ธีรดาโต้กลับอย่างใจเย็น เธอเตรียมบทพูดนี้มาอย่างดี “บริษัทของเรามีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนก้อนนั้นจนต้องเอาตัวเทียร์ไปแลก”
“เทียร์ครับ...”
เสียงนุ่มนวลที่แสนเสแสร้งของชวินดังขึ้น ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวขยับตัวเข้ามาใกล้ พยายามจะแทรกกลางระหว่างบทสนทนาของครอบครัว เขาทำทีเป็นมองคณุตม์ด้วยความเห็นใจ ก่อนจะหันมาสบตาธีรดาด้วยแววตาที่พยายามปั้นแต่งให้ดูเจ็บปวด
“
พี่รู้ว่าเทียร์โกรธที่คุณท่านเร่งรัดเรื่องงานหมั้นของเรา แต่เทียร์ไม่เห็นต้องประชดด้วยการไปจ้างคนพวกนี้มาแสดงละครเลยนี่ครับ”
