บทที่ 11 คุณรู้เบอร์ฉันได้ไง

“ฝีมือเราก็ไม่เลวเหมือนกันนะ” เธอชื่นชมผลงานของตัวเอง แม้ยังไม่เสร็จ เธอกอดผ้าสีสวยเอาไว้แนบใจ นึกถึงความสุขเล็กๆเวลาที่ถูกกอดจากอัญชลี

“หนูขอบคุณนะคะ ที่ดูแลเลี้ยงดูหนูมาอย่างดี”

และเธออดที่จะฝันต่อไม่ได้...

“ถ้าเราแต่งงาน เราจะตัดเย็บชุดแต่งงานเอง”

เธอมีความสุขกับจินตนาการของตัวเอง ทำงานด้วยความเพลิดเพลิน จนหลับคาโต๊ะตั้งจักรไปในที่สุด เมื่อตื่นอีกทีก็พบว่าดวงตะวันโผล่พ้นยอดตึกมาแล้ว 

เมริสาถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์

“คุณรู้เบอร์ฉันได้ไง?”

“มันติดอยู่ที่ตู้เย็น”

ร็อกกี้จอมกวนไม่ยอมให้เธอนอนหลับสบายเลยนะ มันอะไรกันนักกันหนา เธอไม่ใช่ทาสเขานะ

“อย่าถามมาก รีบมาทำอาหารเช้าให้ฉัน แล้วก็มาทำความสะอาดต่อด้วย ห้องรับแขกกับในครัวยังไม่ได้แตะเลยใช่ไหม สกปรกมาก ฉันอยู่ในที่แบบนี้ไม่ได้หรอก ให้เวลาสามสิบนาที”

แล้วหมอนั่นก็วางสายไปเสียอย่างนั้น ไม่รอฟังเลยว่าเธอจะรับปากหรือปฏิเสธ

“บ้าที่สุดเลย” เธอนั่งเซ็งอยู่ครู่เดียวก็ตัดสินใจเข้าห้องน้ำ ความจริง ถึงเขาไม่โทรศัพท์มาเรียกตัว เธอตั้งใจจะไปที่อพาร์ตเม้นต์อยู่แล้ว เพราะเธอลืมของไว้ที่ห้องนั้น ของที่เธอคุ้ยขึ้นมาจากถังขยะหน้าอพาร์ตเม้นต์ตอนออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต

“ถูกสั่งพักงาน แทนที่จะว่าง อยู่ห้อง ทำงานสบายๆ กลับต้องไปทำงานให้ใครก็ไม่รู้”

เธอแต่งตัวทะมัดทะแมงเตรียมพร้อมลุยงานทำความสะอาด เดินเท้าไปตามริมฟุตบาทที่แสนคุ้นเคย ไม่นานนัก เธอก็หยุดตรงหัวมุมถนน ซึ่งมีร้านกาแฟสุดคลาสสิคตั้งอยู่ 

“กาแฟสักแก้วก็ดีนะ” เธอหยิบเงินออกจากกระเป๋า แล้วนับเพื่อความมั่นใจ “ยังกินได้อีกไม่กี่แก้ว สงสัยต้องรีบหางานพาร์ทไทน์ทำแล้วล่ะ”

แม้รู้สถานการณ์ชีวิตที่เริ่มเข้าสู่วิกฤติทางการเงิน แต่เธอก็ยังเจียดเงินไปแลกกาแฟคาปูชิโน่รสโปรด ระหว่างรอชายหนุ่มหลังเคาน์เตอร์ปรุงกาแฟที่หอมกรุ่น เธอแก้เบื่อด้วยการหันไปมองรอบๆร้าน แล้วเธอก็หยุดสายตาไว้ที่โต๊ะสองที่นั่งติดฝาผนังกระจกส่วนหน้าของร้าน

ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมมีสายตาข้นเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขามองผ่านกระจกออกไปด้านนอก ดูเหมือนไร้จุดหมายมากกว่าจะมองใครหรืออะไรเป็นพิเศษ

เธอมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนถูกเรียกให้รับกาแฟที่ยื่นผ่านเคาน์เตอร์มา เธอจ่ายเงินตามราคาแล้วเดินออกจากร้านไป โดยยังทิ้งหัวใจไว้ในร้าน

“นั่งคิดอะไรอยู่นะ ดูเหงาจัง” เธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เห็นแววตาของหมอนี่ทีไร รู้สึกหนาวสะท้านทุกที แววตาที่ดุดันเข้มแข็ง ที่แอบแฝงความเงียบเหงาอ้างว้างและหวาดกลัวเอาไว้ “หรือว่ากำลังคิดถึงใครอยู่”

เมริสาจิบกาแฟอย่างไม่สบอารมณ์นัก ไม่ใช่เพราะรสชาติ แต่เป็นเพราะรู้สึกอิจฉาคนที่เขากำลังคิดถึง หากข้อสันนิษฐานของเธอเป็นจริง

เธอเดินเข้าตึกหรู กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นสามสิบ ที่ซึ่งนางฟ้าเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์อยู่ได้ คำพูดของไอริสดังก้องอยู่ในหัวของเธอเสมอ

เมื่อเดินผ่านหน้าห้องของชายหนุ่มแสนลึกลับ เธออดไม่ได้ที่จะหยุดและมองประตูบานนั้นราวกับกำลังสะกดให้มันเปิดออก

“ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” เธอวินิจฉัยอาการของตัวเองเมื่อรู้สติ “สงสัยเมื่อคืนนอนน้อย เลยเบลอ”

เธอสาวเท้าอย่างเร็วไปยังห้องของไอริส แฟนหนุ่มใกล้ถูกทิ้งของเจ้าหล่อนยังอาศัยห้องนี้เดินกระฟัดกระเฟียดไปมา และอารมณ์เสียอย่างต่อเนื่องเพราะยังติดต่อคนรักไม่ได้ เธอเคาะประตู ครู่หนึ่ง ประตูก็เปิดออก

กรี๊ดดดดดดดดดดด...หญิงสาวร้องลั่นในใจ สายตาของเธอกำลังจับจ้องชายหนุ่มที่ยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ตรงหน้า หัวใจเธอเต้นรัว ตัวเธอแข็งทื่อ มือกำแก้วกาแฟไว้แน่น ก่อนก้มลงสูดแบบรวดเดียวหมดแก้ว...!!!

“ขอโทษนะคะ ฉันคงมาเร็วไป”

เธอหมุนตัวจะกลับ เขาเรียกไว้

“มาช้าไปตั้งสิบนาที เร็วเข้า ผมหิว”  หญิงสาวหลับตาแน่น ไม่คิดไม่ฝันว่าจะพบภาพอุจาดแบบนี้ในวันฟ้าใส และเธอไม่อยากจะเชื่อว่าหมอนี่จะเป็นคนเปิดเผยขนาดนี้ “ได้ยินรึเปล่า ว่าผมหิว”

เขายังคงตีหน้าขรึม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่กำลังทำอนาจารอยู่อย่างเลือดเย็น ที่สำคัญ ทำให้สายตาของเธอเดือดร้อน

“ฉันจะรอให้คุณแต่งตัวเรียบร้อยก่อนค่ะ ฉันจะรออยู่หน้าห้องนี่ละ”

ชายนุ่มยิ้มนิดๆ อันที่จริง เขาอยากจะแกล้งเธอบ้าง

“เมื่อวานมีแต่เมนูไข่ ฉันกินจนจะอ้วก”

ใครกันแน่จะอ้วก เธอค้านในใจ

“ถ้าเธอแกล้งทำเมนูไข่ให้ฉันกินอีกล่ะก็ ฉันจะให้เธอกินเองให้หมดเลย” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก เธอไม่อยากจะแปลประโยคของเขาเลย เขากำลังคิดลามกอยู่ใช่ไหม “เช้านี้ ขอแซนวิสกับกาแฟก็พอละกันนะ”

“ค่ะ...เอาเป็นว่าฉันจะรอให้คุณแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยนะคะ เชิญคุณเข้าไปจัดการตัวเองก่อนเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะ...”

ตัดของคุณมาทำอาหารให้คุณรับประทาน หญิงสาวเป่าลมออกจากปาก เพื่อระบายความอึดอัดในอก เธอรออยู่อึดใจหนึ่ง เขาเดินกลับมา ด้วยสภาพแบบไหนนั้นมิอาจรู้ได้

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

“ไอริสยังไม่กลับห้องเลย” เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด สายตาเป็นกังวล “หรือว่าเธอจะมีอันตราย”

ใครกันแน่ที่อันตราย...

“ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอกค่ะ ไอริสฉลาดเอาตัวรอดเก่งจะตาย”

“ผมเห็นด้วยนะ นางฟ้าของผมไม่เสียท่าให้ใครง่ายๆหรอก” เขาพูดด้วยความภูมิใจสินะ ก่อนจะทำเสียงขรึมเหมือนเดิม “เข้ามาได้แล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป