บทที่ 4 คุณเข้ามาได้ยังไง

บริษัทส่งออกและนำเข้าเกี่ยวกับอาหารแปรรูปทุกชนิด ที่ใหญ่ที่สุดและทำกำไรมหาศาลติดต่อกันหลายปี หากใครได้เข้าทำงานที่นี่ ก็ถือว่าเจ๋งไม่น้อย

“ร็อกกี้ มิลเลอร์ ไม่ได้ไปสมัครงานที่นั่น แต่ถูกจองตัวให้เข้าไปทำงาน ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เธอไม่คิดว่าเขาจะกลายเป็นเศรษฐีในสักวันเหรอ”

“เป็นไปได้ แต่คงต้องใช้เวลานานหน่อย และเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่คนทะเยอะทะยานอะไร เขาแค่อยากมีบ้านหลังเล็กๆ มีรถกระจอกๆ ขับไปทำงาน มีเงินเดือนพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้น” เจ้าหล่อนพูดพลางถอนหายใจ “แต่ดันอยากมีเมียสวยนี่สิ ฉันไม่เห็นด้วยกับเขาเลยจริงๆ”

เมริสาแอบคิดว่าเธอเองก็ไม่เห็นด้วย ผู้ชายคนนั้นดีเกินไปสำหรับผู้หญิงคนนี้จริงๆ

“ฉันรู้มาว่าร็อกกี้มีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูด้วยใช่ไหม”

“ฉันเคยเล่าให้เธอฟังเหรอ”

“ใช่...ครั้งหนึ่ง”

ไอริสทำหน้าเซ็ง “เพราะเขาต้องดูแลแม่ที่นั่งรถเข็นไง เขาถึงไม่ค่อยมาหาฉันที่นี่ เขาเห็นแม่ของเขาสำคัญกว่าฉันเสมอ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่เลือกเขา”

“ยังไงก็ตาม เธอควรจะบอกเลิกเขาก่อน”

ไอริสหัวเราะ ก่อนจะส่ายหน้า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายคนนั้นแล้ว ฉันจะบอกเลิกเขา เธอไม่ต้องห่วง”

เมริสายิ้มไม่ออก “ฉันไม่น่ารับรู้เรื่องนี้เลย”

ไอริสหัวเราะ “ไม่รู้ล่ะ ฉันถือว่าเธอสมรู้ร่วมคิด”

“ไม่นะ”

“เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก” เจ้าหล่อนมองนาฬิกาข้อมือเรือนแสนที่ฝังเพชรเม็ดเล็กรายล้อม “ฉันต้องไปแล้วล่ะ เครื่องใกล้จะออกแล้ว ฝากห้องด้วยนะ ทำความสะอาดขัดถูให้เรียบร้อยด้วย ฉันกลับมาห้องต้องเนี๊ยบ”

สั่งซะ อย่างกับเป็นเจ้านาย เมริสาแอบบ่นในใจ “แล้วถ้ามีใครโทรมาหาเธอจะให้บอกว่ายังไง”

“บอกว่าฉันไปทำงานต่างประเทศ ไม่รู้กำหนดกลับ ท่องไว้ให้ขึ้นใจนะจ๊ะพี่สาว”

“เธอแก่นเซี้ยวเกินไปแล้ว”

“ยังไงก็...ฉันอนุญาตนะ ถ้าเธอจะพาผู้ชายมาสนุกที่ห้อง”

พี่สาวถึงกับหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ “จะบ้าเหรอ เธอจะไปไหนก็ไปเหอะ เดี๋ยวทำห้องให้”

ไอริสหัวเราะคิกคัก เดินไปคว้ากระเป๋าสะพายราคาแพงลิ่วรุ่นลิมิเตดอิดิชั่นตอนหน้าร้อนที่ผ่านมาของแบรนด์เรเชล และกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆ ที่ตัดเย็บเนี๊ยบทุกขั้นตอน ก่อนตรงไปยังประตูห้อง โดยเมริสาเดินตามไปส่งถึงประตู

“ฉันลางานที่ร้านอาหารให้เธอเรียบร้อยแล้วนะ เธอมาเฝ้าห้องและคอยรับโทรศัพท์ให้ฉัน เผื่อมีงานติดต่อมา เพราะฉันจะไม่รับโทรศัพท์ระหว่างไปเที่ยว โอเค๊?”

“ไม่โอเค” เมริสาเท้าสะเอว ปั้นหน้าโหด “แล้วใครจะช่วยงานน้าอัญที่ร้าน”

“พนักงานเยอะแยะ ฉันว่าเธอลางานสามสี่วัน ถ้วยชามคงแตกน้อยลง และลูกค้าก็ไม่ต้องกลัวเด็กเสิร์ฟราดน้ำบนหัวเขาด้วย จริงไหม” เจ้าหล่อนพูดจบก็หัวเราะ เปิดประตูห้องออกไปอย่างอารมณ์ดี

เมริสาทำหน้ายักษ์ใส่บานประตู บอกลาเจ้าของห้องตัวแสบ ก่อนหันมองรอบกาย ภายในห้องที่รกและเละเทะยิ่งกว่ากองขยะ เธอรู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มจับไม้กวาดเลยด้วยซ้ำ

“สวยซะเปล่า ห้องน้ำโคตรสกปรก”

เมริสาสวมถุงมือยางและผ้ากันเปื้อน เตรียมพร้อมล้างห้องน้ำเป็นลำดับแรก

“เธอเป็นผู้หญิงที่เลือกได้เสมอไอริส อยากได้ใครก็ได้ แค่ขยิบตาให้สักครั้ง ผู้ชายก็วิ่งกันขาขวิดมาหาเธอ ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่ามีผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่สนใจเธอ”

หญิงสาวถูโถส้วมไปด้วย บ่นไปด้วย และคิดไปด้วย “ฉันเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนี่นา ออกจะสวยและแสนดี ขยันทำมาหากินอีกต่างหาก แต่ไม่เห็นมีใครสนใจเลย หรือว่าเพราะวันๆ อยู่แต่ในร้านอาหาร ไม่ได้พบเจอผู้คนกับเขา...”

อย่าว่าแต่สนใจเลย แค่พูดก็ยังไม่มีใครอยากพูดด้วย เธอเคยสงสัยว่าตัวเองปากเหม็นรึเปล่า แต่ก็ไม่ใช่ ไอริสบอกว่าเป็นเพราะเธอตัวติดกับไอริสตลอดเวลา หน้าตาเธอเลยมัวหมองไร้ราศีไปเสียหมด ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเหตุผลที่น่าเชื่อถือมากๆ

“แต่ลูกค้าผู้ชายที่ร้านก็เยอะนี่นา สงสัยเราจะอาภัพเรื่องคู่”

เธอบ่นแล้วถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ก้มหน้าก้มตาขัดพื้นห้องน้ำต่อไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นในอีกหนึ่งนาทีถัดมา ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง...

“ใครมา!!!! ...” เธออดคิดไม่ได้ว่าอาจเป็นคนรักของน้องสาว “หมอนั่นแน่ๆ”

ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เธอกลับรู้สึกกลัวที่จะไปเปิดประตู เพื่อพูดคำโกหกต่างๆ นานา

“ทำไงดีๆ ๆ” เสียงเคาะหนักขึ้นเรื่อยๆ เมริสาตัดสินใจทิ้งอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ แล้วเดินออกไปดูที่ประตู เธอมองผ่านช่องตาแมว จึงก็ได้เห็นชายสุดหล่อยืนถือช่อกุหลาบสีแดงแจ๋ “หมอนั่นจริงๆ ด้วย สงสัยจะงานใหญ่ แต่งหล่อพร้อมช่อกุหลาบ”

เมริสาหันหลังให้บานประตู “หรือจะแกล้งทำเป็นไม่มีใครอยู่”

สิ้นสุดคำนั้น ประตูเปิดออก เธอหันหลังขวับ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง ด้วยท่าทางอารมณ์ดี แต่พอเห็นหน้าเธอ สีหน้าและอารมณ์เขาก็เปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์แทน

“ไอริสล่ะ”

“คุณเข้ามาได้ยังไง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป