บทที่ 1 คำเตือน + ตอนที่ 1 ห้องหรือโรงแรม
เธอ เกลียดผู้ชายเห็นแก่ตัวเข้าไส้ แต่กลับต้องวิ่งตามเขาเป็นบ้าเป็นหลัง เพียงเพราะ ‘กลัวลูกจะไม่มีพ่อ’
•••••
เขา รักสนุกมาทั้งชีวิต ไม่คิดจริงจังกับใคร แม้กระทั่งผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แม่ของลูก’
มีปากก็หัดพูดให้มันดี ๆ
ก่อนแม่ของลูกจะหนีไปมีผัวใหม่ นะคะ นะคะ นะคะ!
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือทำซ้ำ หากพบเจอดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ทั้งภาพและเนื้อหา
❌ ไม่อนุญาตให้ก๊อปปี้ ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาซ้ำ ❌
✅ หากพบเจอ ปรับ 4 แสนบาททุกกรณี + ดำเนินคดีซ้ำ ✅
••••••
ตอนที่ 1 ห้องหรือโรงแรม
“วันนี้ห้องเธอได้ไหม หรือโรงแรม?”
เสียงกระซิบกระซาบดังคลออยู่หลังหูร่างเล็กที่ยืนถือแก้วค็อกเทล ในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดลูกค้ารายใหญ่ คนสำคัญ โดยเธอถูกมอบหมายให้เป็นตัวแทนของบริษัทเพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ ทำให้เธอไม่สามารถออกจากงานได้ จนกว่างานเลี้ยงจะเลิกรา
ร่างเล็กหมุนตัวมาสบตาคนถามเชื่องช้า ก่อนจะตอบเขาด้วยท่าทีเสียดาย ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอไม่มีความคิดอยากจะกลับไปร่วมหลับนอนกับเขาซ้ำเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าเร็ว ๆ นี้ ต้องร่วมงานกัน เธอจำต้องเสแสร้งแกล้งเสียดายไปก่อน
“น่าเสียดาย กว่าจะปลีกตัวออกไปได้ คงดึก” ดึกที่ว่าเกือบเที่ยงคืนเห็นจะได้
“ดึก?”
“ฉันเดาว่าคนใจร้อนอย่างคุณคงรอไม่ไหว ไว้วันอื่นดีไหมคะ”
“งานเลิกเที่ยงคืนคือดึก?”
“อาจจะไม่ดึกมาก แต่ก็อีกหลายชั่วโมง” หญิงสาวแสร้งยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะขยับให้ร่างสูงที่เชิญชวนดูเข็มสั้นของนาฬิกา
ในใจได้แต่ภาวนาให้เขาหงุดหงิดแล้วเดินหนีหายไปซะ แต่ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เดี๋ยวนอนรอที่รถ”
“…” จะรอทำไม
“รถคันเดิม คันที่เธอเคยเปิดกระจกชะโงกหน้าอ้วก” ไคเลอร์พูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินไปยังทางเข้า ที่การ์ดยืนคุ้มกันแน่นหนา คอยตรวจตราคนเข้างาน
“ทางออกอยู่ซ้ายมือครับ” การ์ดในชุดดำผายมือไปทางซ้ายมือ เพื่อให้ผู้มาร่วมงานออกทางประตูทางออก
“กูจะออกทางเข้า มีปัญหาอะไรไหม?” ทั้งน้ำเสียง สีหน้า และท่าทางที่แตกต่างจากผู้ลากมากดีในงาน ทำให้เขาสามารถเดินออกตรงทางเข้าได้ฉลุย อาจเพราะอีกฝ่ายคงไม่อยากมีปัญหา
ดี รู้แล้วก็ดี ขี้เกียจเดินพอดี รถจอดอยู่ข้างประตูทางเข้า จะให้เดินอ้อมไปออกประตูทางออกทำพระแสงอะไร กูไม่ไป!
ไคเลอร์นอนเล่นเกมรออยู่ในรถนานจนผล็อยหลับ มารู้สึกตัวตื่นก็ตอนเธอยืนเคาะกระจกฝั่งคนขับ เขาถึงได้ลดกระจกลง มองร่างเล็กสลับกับเวลาสีหน้างุนงง เพราะตอนนี้เพิ่งจะห้าทุ่มห้านาที
“แขกในงานเริ่มทยอยกลับแล้วค่ะ ฉันกลัวคุณจะรอนานเลย..” ยังไม่ทันพูดจบประโยค เจ้าของรถก็ปลดล็อกรถ และสั่งให้เธอขึ้นรถทันที
“เข้ามาดิ” ไคเลอร์พูดพลางตบเบาะที่นั่งด้านข้างตัวเองที่ว่างอยู่ตอนนี้ เพื่อบอกให้ร่างเล็กที่ยืนพูดเรื่อยเปื่อยเข้ามานั่งสักที
ปึง!
เมื่อเข้ามานั่งในรถ ยังไม่ทันได้หันไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัว ประโยคคำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินกลับดังขึ้น
“เธอชื่ออะไรนะ”
“…” ฮะ?!
“จำไม่ได้”
“…” สาบานให้ตาย คืนนั้นเขารังแกเธอทั้งคืน ตื่นเช้าก็ซ้ำก่อนออกจากโรงแรม จำไม่ได้จริง?
“ตกลงชื่ออะไร จะได้เรียกถูก ใช่เชอร์รี่ไหม?”
“ชื่อขวัญค่ะ ของขวัญ”
“อ๋อเหรอ งั้นฉันก็จำผิดสินะ” ไคเลอร์ตอบสีหน้าราบเรียบ จากนั้นชี้ไปที่เข็มขัดนิรภัย เพื่อให้ของขวัญรีบคาดเข็มขัด เพราะเขากำลังจะถอยรถออกจากลานจอดรถ เข้าสู่ถนนสายหลัก
คำตอบของเจ้าของรถทำเอาหญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย พลันคิดไปต่าง ๆ นานา ว่าเขาต้องเป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อเป็นแน่ ถึงได้พูดชื่อผู้หญิงมาสุ่มสี่สุ่มห้า เรียกเธอเชอร์รี่แบบนี้ โคตรหน้าหม้อ!
“แต่เราเพิ่งเจอกันเมื่อเดือนที่แล้วเองนะคะ”
“ต่อให้เจอเมื่อวานก็จำไม่ได้”
“!!!” ร่างเล็กขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบไม่เข้าหู เธอไม่เข้าใจ ถ้าเขาจำไม่ได้แล้วจะมารอทำไม
“หน้าเธอมันโหล หันไปทางไหนก็เจอหน้าเหมือน ๆ กันไปหมด”
“ขนาดฉันหน้าโหล คุณยังอุตส่าห์เข้ามาทัก แสดงว่า..”
“แค่อยากเอา” ไคเลอร์หันไปสบตาร่างเล็กที่กำลังต่อปากต่อคำ เพื่อบอกจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ให้เธอรู้ “อยากเอาคนไทย ของแท้ไม่ผสมซิลิโคลน” นอกจากเรื่องอย่างว่ากับขนาดหน้าอกที่ล้นมือ สะโพกพายรับก้นเด้ง เขาก็แทบไม่พิศวาสอะไรในตัวเธอสักนิด ไม่แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ
ของขวัญหน้าชาไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดตรงขนาดนี้ แต่เมื่อลองคิดทบทวนไปถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนที่แล้วที่เธอร่วมหลับนอนกับเขา เธอแทบไม่แปลกใจ เพราะเขามันโรคจิต หื่นกาม มักมากมากจริง ๆ ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าคืนนั้นเขาทำได้ถึงใจ แถมยังพาเธอโลดโผนเปิดประสบการณ์ไม่ซ้ำ แทบไม่สนเยื่อพรหมจรรย์ หรือความบริสุทธิ์ของเธอสักนิด
“อุตส่าห์มารอตั้งนานเพราะเรื่องเซ็กซ์?”
“คืนนั้นเธอบอกเองว่าถ้าอยากก็มาซ้ำได้”
“ฉันเมา”
“เมาแล้วไง ฉันไม่ได้บังคับให้เธอพูด”
“แล้วคุณเก็บคำพูดคนเมามาใส่ใจทำไม”
“ใครใช้ให้เธอเมาแล้วพูดพล่อย ๆ ล่ะ” ไคเลอร์ถามแล้วละสายตาจากถนนไปไล่มองใบหน้าสวยรับกับคิ้วคม ขนตาเป็นแพ ดวงตากลมโต จมูกโด่งได้รูปดูเข้ากับใบหน้าทรงไข่ของเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเชยปลายคางร่างเล็กแล้วสัมผัสที่ริมฝีปากบอบบางแผ่วเบา “ปากนี้แหละ ที่บอกฉันคืนนั้น”
หญิงสาวอยากจะแก้ต่าง แต่จำต้องกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเขาตะครุบปิดปาก ห้ามไม่ให้เธอพูด ทั้งที่เธอกำลังเสียเปรียบอยู่แท้ ๆ ไอ้คนฉวยโอกาส!
ไคเลอร์เห็นคนข้างกายดูสงบลงถึงได้ยอมผละมือออกไปลูบศีรษะแทน ทำให้ร่างเล็กที่รู้สึกเหมือนถูกจูงจมูกเอ่ย
“ฉันจะได้อะไรจากการนอนกับคุณครั้งนี้” ครั้งแรกถือเป็นการเปิดประสบการณ์ ส่วนครั้งที่สอง เธอขอไม่ฟรี
“งานเธอจะราบรื่น ฉันจะรับประกันบริษัทเธอมาพิจารณา” ของขวัญจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วเอกสารเสนอราคาไป ๆ มา ๆ ระหว่างบริษัท Sae ประกันภัยทางทะเลที่เธอทำงานอยู่ กับท่าเทียบเรือ Kai และเมื่อเห็นเธอเริ่มมีสีหน้าลังเล เขาเลยตั้งใจพูดให้เธอดิ้นไม่หลุด ปฏิเสธเรื่องของเราคืนนี้ไม่ได้ “สักสามปีดีไหม หรือห้าปีดี?”
“ฉันจะเชื่อใจคุณได้ยังไง” ร่างเล็กถามติดประหม่า เพราะการเซ็นสัญญาสามปีหรือห้าปีที่เขาว่านั้นมีมูลค่าสูง หากตีเป็นเงินบาท คงเกือบแปดหลัก ในกรณีที่เขาเลือกการคุ้มครองแบบจำกัด หรือหากเขาเลือกคุ้มครองครอบคลุมทั้งหมด เธอแทบไม่อยากคิด เพราะถ้าทำให้เขาเซ็นสัญญาได้ เธอรวยแน่
“ก็แล้วแต่ เดี๋ยวอีกไม่กี่วัน บริษัทอื่นก็กรูเข้ามาเสนอขายให้ฉันอยู่ดี” ไคเลอร์ยิ้มเยาะให้กับสีหน้าไม่สู้ดีของคนข้างกาย ไม่วายย้ำให้เธอรีบตัดสินใจ “ใกล้สิ้นปี ใกล้ต้องเปลี่ยนประกัน”
“ตกลง พรุ่งนี้ช่วงบ่ายฉันจะเข้าไปหาคุณที่ท่าเทียบเรือ รบกวนเตรียมข้อมือไว้เซ็นเอกสารด้วยนะคะ” ร่างเล็กตอบเสียงหนักแน่น เพราะไม่อยากให้การขายครั้งนี้สูญเปล่า เธออยากปิดการขาย อยากมีเงินก้อนสำรองไว้ เผื่ออนาคตต้องย้ายถิ่นฐานทำกิน ส่วนเขาคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง รายได้ต่อปีของบริษัท ชาตินี้คงใช้เงินไม่หมด
“ตื่นไหว?”
“ถ้าคุณไม่..ทำตอนเช้าก็ไหว”
“จะรอ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอแผ่วเบาหลังพูดจบ แต่ถ้าให้เดา ยังไงเธอก็ตื่นไม่รอด คงหอบเอกสารมาไม่ไหวแน่ คราวที่แล้วยังแทบไม่มีแรงเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยซ้ำ หึหึ
“ตอนเช้าถือว่าฉันขอ” มันคงไม่มากจนเกินไป
“ไม่รับปาก”
“!!!”
