บทที่ 2 ตอนที่ 2 ซ้ำสอง

ตอนที่ 2 ซ้ำสอง

โรงแรมหรือห้อง เขาถามทำไม ในเมื่อมีคำตอบอยู่แล้ว 

“ห้องเล็กกว่าที่คิด” ไคเลอร์ยืนเกาขมับอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเข้ามาเห็นที่อยู่อาศัยของคู่นอนตัวเอง เขาคิดไว้ว่าคนสวย ๆ อย่างเธอคงต้องอยู่คอนโดหรู ใจกลางเมือง ไม่ก็คอนโดที่มีหลายห้องนอน แต่ทว่าภาพที่เห็นเหมือนจะมีแค่สองห้องนอนเล็ก ๆ กับสองห้องน้ำ โซนรับแขกมีนิดหน่อย เห็นแล้วอึดอัดบอกไม่ถูก เพราะไม่ว่าเจ้าของห้องจะเดินไปทางไหนก็อยู่ในระยะที่สายตามองเห็นทั้งนั้น 

“ลืมหรือเปล่าว่าฉันเป็นมนุษย์เงินเดือน” 

“ไม่ลืม แต่ดูแล้ว ห้องไม่ค่อยเข้ากับสไตล์การแต่งตัวคืนนี้ของเธอสักเท่าไหร่” เพราะเธอดูดีเกินกว่าจะใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในห้องคับแคบแบบนี้

“คนเราก็มองแค่รูปลักษณ์ภายนอก” 

“เจริญหูเจริญตาดีออก” ร่างสูงไหวไหล่ สาวเท้าไปนั่งบนโซฟาขนาดกลางของห้อง จากนั้นมองสำรวจโดยรอบอีกครั้งถึงได้หันไปถามเจ้าของห้อง “ห้องนอน ห้องนั้นหรือห้องนี้” เขาชี้ห้องซ้ายมือและขวามืออย่างสงสัย

“ขวามือค่ะ ห้องซ้ายติดทางเดิน เสียงดังนอนไม่หลับ” เธอตอบจากใจเจ้าของห้องที่เคยนอนห้องซ้ายมือมาก่อน คนเราร้อยพ่อพันแม่ การเดินเหิน ความเกรงใจต่อส่วนรวมย่อมต่างกันออกไป วันดีคืนดี เดินคุยกันเสียงดัง บ้างก็เดินลงน้ำหนักเท้า ทำคนหูดีอย่างเธอนอนหลับไม่สนิทสักคืน แต่ที่ตัดสินใจเลือกซื้อห้องคอนโดนี้เพราะมันสะดวกแก่การเดินทาง แถมใกล้เมือง ไม่เปลี่ยว ไม่หรู ให้ความรู้สึกเหมือนชนชั้นกลาง กลางแบบอดมื้อกินมื้อ 

“ทำไมไม่ย้าย” 

“ซื้อค่ะ ไม่ได้เช่า” 

“ขายทิ้ง”

“ฉันอยู่ก่อนพวกคนเสียงดังจะย้ายมาอีก” 

“ถ้าเลือกอยู่รวมกับคนจีนก็ต้องยอมรับให้ได้ เป็นแบบนี้เกือบทุกที่” 

“ฉันไม่ได้มีปัญหา แค่บอกคุณเฉย ๆ” แค่บอกว่าห้องซ้ายมือเสียงดัง แค่นั้นเอง 

“ตามนั้น รีบเข้ามาอาบน้ำแล้วกัน” เขาเอ่ยบอกเธอเสียงเรียบ แล้วพาตัวเองย้ายจากโซฟาเข้าไปในห้องนอน ขนาดห้องไม่เล็กและไม่ใหญ่ อึดอัดนิดหน่อย ใช้ชั่วคราวแก้ขัดก็พอได้ แต่เท่าที่สังเกต เธอดูเป็นผู้หญิงสะอาดเอามาก ๆ ห้องสะอาดกริบ บนพื้นแทบไม่เห็นเส้นผม ถังขยะว่างเปล่าเหมือนถือขยะลงไปทิ้งทุกวัน 

เสื้อผ้าในตู้เรียงเป็นระเบียบ บางส่วนพับเรียบร้อย ห้องน้ำยิ่งแล้วใหญ่ สะอาดกว่าห้องกูอีก

คนสกปรกอย่างเขาเห็นแล้วคันไม้คันมือ รู้สึกอยากทำให้รก เขาเลยเริ่มจากถอดเสื้อผ้าไม่เป็นที่เป็นทาง เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ 

ด้านเจ้าของห้องยังคงอยู่ภายในห้องรับแขก เธอกำลังเช็ดรองเท้าที่ใส่ไปออกงานคืนนี้เพื่อเก็บใส่กล่องถนอมรองเท้าไว้ใช้ในครั้งถัดไป ส่วนเสื้อผ้าที่สวมในคืนนี้ต้องซักมือ เธอเลยอาศัยจังหวะที่เขาอาบน้ำ รวดซักและตากเลย เมื่อแล้วเสร็จเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ถึงได้เห็นเสื้อผ้าที่ถอดเรี่ยราดตั้งแต่หน้าประตูห้องยันประตูห้องน้ำ 

“นิสัยชายแท้” ทั้งที่ปากว่าแต่มือกลับเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสะบัด แขวนให้เรียบร้อย อาจเพราะคืนนี้เธอไม่ได้เมาเหมือนคราวก่อน เลยสามารถตามเก็บเสื้อผ้าคนไร้ระเบียบมาแขวนได้ อย่างน้อยตอนเขาออกจากห้องเธอไป เสื้อจะได้ไม่ยับจนดูน่าเกลียด 

ขณะที่ตามเก็บเสื้อและกางเกง รวมถึงอันเดอร์แวร์ เธอหารู้ไม่ว่าทุกการกระทำ แทบจะอยู่ในสายตาเจ้าของเสื้อผ้าทั้งหมด กระทั่งเขาเอ่ย

“ฉันหาผ้าขนหนูผืนใหม่ไม่เจอ เลยใช้ของเธอ ส่วนแปรงสีฟัน แกะอันใหม่ใช้แล้ว” ไคเลอร์พูดอย่างไม่ใส่ใจ ทำราวกับที่นี่เป็นบ้านของตัวเองที่สามารถทำตามอำเภอใจได้ ขนาดผ้าเช็ดผมไซฟีเขายังเอามาเช็ดง่ามไข่ได้ นับประสาอะไรกับผ้าขนหนูของขวัญคนที่เคยนอนร่วมเตียง 

จะผ้าอะไรก็ใช้ได้หมด แต่ถ้าขึ้นตุ่มกูตามมาด่าแน่ 

“ผ้าผืนนั้นฉันเพิ่งซัก คุณใช้เถอะ เดี๋ยวฉันใช้ผืนอื่น” 

ราวสิบห้านาทีเห็นจะได้ที่เจ้าของห้องเข้าไปอาบน้ำ เขาชักไม่แน่ใจว่าเธออาบน้ำ หรือลื่นหัวแตกตายในห้องน้ำไปแล้วกันแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียวสันหลังวาบ หวาดกลัวจะกลายเป็นผู้ต้องหาคดีรอปี้หญิงสาวที่ลื่นน้ำสบู่ หัวฟาดพื้นตาย 

แก๊ก!

ให้หลังสิบห้านาทีที่นอนคิด เสียงเปิดประตูห้องน้ำจึงดังขึ้นเรียกสายตา จนอดพูดประชดไม่ได้ 

“ฉันนึกว่าจะต้องโทรแจ้งตำรวจกับกู้ภัยมาดูเธอในห้องน้ำแล้ว” 

“วันนี้แต่งหน้า ทำผม เลยต้องเช็ดหน้า ต้องสระผม มันเลยนาน” 

“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด อาบน้ำนาน” 

“ดูคุณเข้าใจผู้หญิงนะคะ” 

“เข้าใจก็บ้าแล้ว แข็งจนปวดไปหมด เมื่อไหร่เธอจะขึ้นเตียงมาสักที” รอจนแฉะแล้วแฉะอีก เผลอ ๆ แค่แตะก็แตกแล้วมั้ง 

“เหลือเป่าผมกับทาครีม รอไม่ได้ก็ต้องรอ” 

“ช่วยเร่งหน่อยเถอะ” 

“อยากเร่งให้อยู่นะคะ แต่มันไม่ได้จริง ๆ” 

“งั้นตอนเช้าก็อย่ามาโวยวายใส่ฉันแล้วกัน ทีใครทีมัน” 

“…” ของขวัญชะงักงัน แสดงว่าที่คุยกันไว้ เขาเห็นต่างสินะ ถึงได้คิดรังแกเธอตอนเช้า 

“ฉันซ้ำสองแน่ คอยดูเลย” ไคเลอร์พูดเสียงหงุดหงิด สะบัดผ้าห่มขึ้นห่มปกปิดช่วงล่างที่แข็งรอตั้งแต่เธอก้ม ๆ เงย ๆ เก็บเสื้อผ้าแขวน ตอนนี้ผมเธอยังไม่แห้ง ฝากไว้ก่อน ไว้ผมแห้งเมื่อไหร่ โดนกระชากหนังหัวแดงแน่ ถึงตอนนั้นอย่ามาร้องขอให้พอแล้วกัน กูไม่พอ! โทษฐานที่ให้รอนาน “เตรียมเจ็บ” 

ในขณะที่เขาขู่ ของขวัญทำได้เพียงกลืนน้ำลาย ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม น้ำหน้าอย่างเธอจะไปค้านอะไรเขาได้ ในเมื่อเขายังไม่เซ็นสัญญา อย่างมากที่พอจะทำได้ตอนนี้คงเป็นการด่าในใจเท่านั้นแหละ ไอ้คนโรคจิต หื่นกาม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป