บทที่ 3 ตอนที่ 3 อาหวัง (เสียระบบ)
ตอนที่ 3 อาหวัง (เสียระบบ)
ร่างเล็กพยายามทำเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าก็ยังไม่เร็วพอสำหรับคนรอ สีหน้าเขาบอกเธออย่างนั้น
“คุณเตรียมมาหรือเปล่าคะ” ของขวัญยืนถามอยู่ปลายเตียง หากเขาบอกไม่มี ไม่ได้เตรียมมา เธอจะรีบลงไปซื้อ แต่ประโยคที่เขาตอบมานั้น ทำให้เธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล
“เหลือแค่แกะใช้” ไคเลอร์ตอบน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก่อนจะปัดผ้าห่ม ดันลำตัวขึ้นไปกระชากแขนเจ้าของห้องลงมานอนบนเตียง
“!!!” เจ็บนะ!
“อย่าลีลา ขึ้นฉันเธอก็เคย” เมื่อพูดจบ เขาก้าวขาลงจากเตียงนอนไปปิดไฟที่สว่างแยงตา จนภายในห้องตอนนี้เหลือเพียงแสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามา
ไคเลอร์กลับขึ้นเตียงนอนไปคร่อมร่างเล็กใต้อาณัติที่มองตาไม่กะพริบเอาไว้
“คำว่าอาย สะกดเป็นไหม” คนเผลอสบตารีบหลบสายตาถามร่างสูงตรงหน้าด้วยใบหน้าเห่อร้อนผะผ่าว เธอรู้แค่ว่าเขานอนห่มผ้า ไม่ได้รู้ว่าเขาแก้ผ้านอน กลายเป็นว่าเธอเห็นทุกฉาก ทุกตอน เห็นแม้กระทั่งส่วนที่มิดชิดที่สุด เพราะมันแข็งชี้หน้า
แข็งชี้หน้าไม่พอยังสะบัดไปมาต่อหน้าต่อตาอีกต่างหาก
“เก็บไว้สะกดเองเถอะ อีกเดี๋ยวเธอก็ต้องถอดเหมือนกัน” เขาหาสะทกสะท้านต่อคำพูดของเธอไม่ คนเราจะเอากันก็ต้องแก้ผ้า มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเธอชอบแบบคาชุดก็พอได้อยู่
“ถอดก็ถอด แต่คุณช่วยลุกออกไปก่อนได้ไหม”
“เรื่องมาก” ไคเลอร์ตอบติดรำคาญ พลางขยับตัวเหมือนจะลงไปนอนด้านข้างเธอ ทั้งที่ในใจไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ที่ขยับ เขาขยับเปลี่ยนท่าให้สะดวกแก่การบังคับเธอง่าย ๆ ต่างหาก
ร่างเล็กถึงกับชะงักเมื่อมือใหญ่สอดเข้ามาประคองท้ายทอยไว้แน่น แทนที่เขาจะลงไปนอนด้านข้างระหว่างรอเธอถอดเสื้อผ้า และจังหวะที่เผลอช้อนตาขึ้นไปสบตาเขา ใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบกลับขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแนบชิด
ความร้อนระอุจากริมฝีปากเขาถูกทาบมาบนกลีบปากของเธอ ก่อนจะเริ่มขยับเม้มริมฝีปากบนและล่างหนัก ๆ จนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย ชวนให้ความคิดเตลิด
เพียงเขาจูบ เธอกลับนึกย้อนไปถึงคืนแรก ครั้งแรก เพราะเขาคือคนที่ทำให้สติสตังของเธอกลับมาหลังจากที่บ้านและข้าวของหมุนรอบตัวเธอ
‘ครั้งแรก?’
‘แม่งเลือดออก’
เสียงคล้ายหงุดหงิดของเขาปนความเจ็บแปลบปลุกให้เธอพยายามลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้า
ของขวัญเห็นเต็มตาว่าลูกค้าอย่างคุณไคเลอร์กำลังขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอยู่บนตัวเธอ โดยที่เขาเหงื่อแตกซก ใบหน้าเหยเกเหมือนคนที่ทั้งทุกข์และสุขไปพร้อม ๆ กัน แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเขาซบหน้าลงมาทำเสียงน่าอายตรงลำคอของเธอ ทั้งช่วงล่างเขายังกระตุกใส่เธอเป็นระยะ
‘อ่าส์ ~’
ภาพที่เห็นและการกระทำของเขาทำให้ความคิดของเธอเตลิดไปไกล กว่าจะรู้สึกตัวกลับมามีสติก็ตอนที่ช่วงล่างมีความรู้สึกคล้ายว่าเธอกำลังจะเสร็จ ทั้งที่ไม่ได้ช่วยตัวเอง แถมแขนสองข้างก็หนักเกินกว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ส่วนบอบบางนั้น กระทั่งเสียงเฉอะแฉะที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินดังขึ้น
เธอผงกศีรษะขึ้นมอง ลืมไปเลยว่าทุกอย่างหมุนรอบตัว
ร่างกายไม่รักดีเกร็งสั่นสะท้านสู้ลิ้นร้อนที่ตวัดรัวเร็ว จนเจ้าของเรียวลิ้นช้อนตาขึ้นสบตา แถมยังหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกดริมฝีปากแนบชิดส่วนหวงแหนของเธอซ้ำ ๆ สร้างความปั่นป่วนทวีคูณ จนสะโพกลอยเหินแทบไม่ติดเตียง กระทั่งเสียงครวญครางน่าอับอายดังเล็ดลอดเป็นสัญญาณบอกให้คนทำรู้ว่าเธอใกล้แล้วเต็มที
หญิงสาวถึงฝั่งปรารถนานอนหอบหายใจรวยริน แม้จะเคยช่วยตัวเองมาบ้าง ทว่าเธอไม่เคยรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายแบบนี้มาก่อน จนเมื่อความรู้สึกผ่านพ้น เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยจริง ๆ
‘ขนาดเมายังเสร็จคาปาก อ้าปาก ตาฉันบ้างแล้ว’
อันที่จริงสวรรค์ชั้นเจ็ดทำให้เธอสร่างเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้น เธอคงต้องปล่อยผ่าน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อยากรู้เหมือนกัน ผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอถึงใจได้แค่ไหนกันเชียว
“อ่อย?” ไคเลอร์ถามพลางเคล้นคลึงหน้าอกอวบขนาดล้นมือที่เด่นชี้หน้าตั้งแต่ปลดกระดุมชุดนอน เขาจ้องปลายถันสีหวานไม่วางตาด้วยที่อยากจะชิมให้หนำใจ แต่จำต้องเก็บอาการไม่ให้เธอรู้ว่าเขานั้นหิวกระหายเรือนร่างเธอมากแค่ไหน
อยากกระแทกเธอใจแทบขาด แต่ต้องค่อย ๆ ไปทีละสเต็ป ลีลาดีต้องโชว์ ไม่หญิงติดก็กูนี่แหละติด ต้องมีสักคน
“ฮะ” เธอขานรับสีหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบมือใหญ่ที่บีบเคล้นรุนแรงจนเจ็บแปลบ อดคิดไม่ได้จริง ๆ เขาบีบแรงขนาดนี้ อยากให้นมเธอแตกหรือไง
“ก็เธอใส่แค่ชุดนอน ไม่ใส่เสื้อใน กางเกงใน”
“ฉันรู้ว่าต้องถอด เลยไม่ใส่”
“วันหลังแก้ผ้ามาเลย จะได้ไม่ต้องถอดให้เสียเวลา”
“วันหลัง?” ร่างเล็กพึมพำอย่างลืมตัว ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะ..
เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอถึงได้พูดดักขึ้น
“อะไร ฉันแค่พูดเผื่อ เผื่อว่าเธอจะเห็นแก่เงิน ยอมเอาตัวเข้าแลกแบบวันนี้อีก”
“…” ประโยคเมื่อครู่นี้เป็นคำพูดที่กรองมาจากสมองเจ้าของท่าเทียบเรือ Kai จริง ๆ เหรอ ให้ตายเถอะ!
“มองแบบนี้คืออะไร” เขาถามเพราะเห็นเธอสบตาแล้วนิ่งไป คงไม่ได้ด่าในใจหรอกมั้ง ใช่ไหม
“คุณเป็นคนอยากนอนกับฉันเอง แถมยังยื่นข้อเสนอให้เอง คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะคุณไคเลอร์”
“เธอกำลังจะบอกว่าไม่เอา?”
“ถ้าฉันรู้ว่าคุณจะพูดแบบนี้ ฉันคงไม่ตกลง”
“แล้วทำไมจะพูดไม่ได้”
“เพราะมันดูหน้าตัวเมีย”
“ถ้าด่าก่อนแก้ผ้า ฉันคงออกจากห้องไปหานอนกับผู้หญิงคนอื่นแทนเธอ แต่ตอนนี้ถอดหมดแล้ว อาบน้ำแล้ว ฉันจะคิดเสียว่าเธอช่วยด่าเพิ่มอรรถรสก็แล้วกัน” ผู้หญิงด่าแสดงว่าผู้หญิงชอบ คิดแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย
“ถอดแล้วก็ใส่ใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนหรอกค่ะ” ร่างเล็กแทบจะกัดฟันพูด ถ้าไม่ติดว่าต้องร่วมงานกันเธอคงพลั้งมือตบปากเขาไปแล้ว ผู้ชายอะไร ปากปีจอเป็นบ้า
“ไม่ได้ฝืน บอกไปแล้วว่าอยากเอา”
“…”
“ฉันอยากก็บอกอยาก พูดกับเธอตรง ๆ หรือมันตรงไป”
“งั้นก็ช่วยพูดด้วยสิคะว่าคุณเกลี้ยกล่อมฉันให้ยอมนอนกับคุณ เพราะอะไร” ลองเขาพูดโยนความผิดให้เธออีกครั้งสิ เธอเอาเลือดปากเขาออกแน่ แต่เดาว่าเขาคงไม่พูด ยังไงปากก็ต้องอ่อนกว่าหัวล่างอยู่แล้ว เขาแข็งซะขนาดนั้น มือก็จับนมเธอแน่นไม่ปล่อย คงไม่ปากดีไปกว่านี้หรอกมั้ง
“พรุ่งนี้จะรีบเซ็นให้เลย โอเคไหม”
“…” ของขวัญเงียบหยั่งเชิงด้วยที่อยากรู้ เขายอมอ่อนข้อให้จริงหรือเปล่า
“ถ้าเธอไม่สบายใจ เดี๋ยวแลกไอดีกันไว้เลย โทรมาได้ตลอด” ไคเลอร์กลืนน้ำลายฝืดคอเพราะประโยคที่พูดไม่คิด เดิมเขาไม่ใช่คนดีหรือชอบเอาใจใคร แต่เพราะยังไม่ได้ปี้เลยพูดได้ เอาเป็นว่าปี้เสร็จเมื่อไหร่ เธอเจอดีแน่
“ค่ะ” อาจเพราะเธอตอบน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ เขาถึงได้โน้มหน้าลงมาหอมนมเธอฟอดใหญ่แล้วลูบแก้มบอกให้ใจเย็น ๆ จากนั้นจึงผละตัวไปหยิบโทรศัพท์มือถือสองเราที่วางข้างกันบนโต๊ะมาวางข้างลำตัวเธอแทน
ในใจอดคิดไม่ได้ อะไรทำให้เขายอมอ่อนขนาดนี้ คนรวยระดับเขาไม่จำเป็นต้องง้อเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะเซ็กซ์เหรอ ไม่ใช่หรอก เขารวย คงหาซื้อได้ดีกว่าเธออยู่แล้ว
“แอปนี้ยืนยันรับเพื่อนด้วย อีกแอปฉันส่งสติกเกอร์ไปแล้ว เธอเลิกทำหน้าบูดแบบนี้สักที” ไม่ใช่อะไร เห็นแล้วอยากจับกด ไม่อยากเล้าโลมห่าอะไรแล้ว โทษฐานที่เรื่องมากดีนัก
“ก็ถ้าคุณไม่พูด ป่านนี้เราคงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว”
“งั้นไม่พูดละ เปลี่ยนเป็นทำแทน” ไคเลอร์พูดจบ รีบปัดโทรศัพท์ออกห่างเพื่อจะโน้มลงไปจูบร่างเล็ก แต่เธอกลับยกมือขึ้นมาดันใบหน้าเขาเอาไว้
อะไรอีกวะ เรื่องมากฉิบหาย!
“นอนลงค่ะ ขวัญจะทำเอง” ประโยคของเธอทำให้เขายิ้มออก รีบทิ้งตัวลงแผ่หลาทันที แต่ก็ไม่วายรีบอ้าแขน เอื้อมมือมารับตัวเธอที่ขยับพลิกตัวขึ้นไปอยู่บนร่างกายเขา “รู้ว่าใจร้อน แต่ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้ ขวัญมีเวลาให้คุณทั้งคืนค่ะ” ทั้งคืนที่แปลว่าอีกสามชั่วโมง แสงอาทิตย์จะขึ้นมาแทนที่แสงจันทร์ ถึงตอนนั้นไม่เธอก็เขาคงต้องนอนหลับเอาแรงกันบ้างแล้วแหละ
“สอนครั้งเดียวจำเลยเหรอ เกินไป” คนสอนยิ้มพูดอย่างภูมิใจ ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงัก โน้มหน้าลงมากดจมูกหอมแก้มเขาพลางกระซิบกระซาบ ทำเอาคนฟังน้ำเยิ้มไม่รู้ตัว
“ขอบคุณค่ะ คุณครู” ของขวัญเอ่ยขอบคุณแล้วเคลื่อนใบหน้าขึ้นมากดจูบแนบชิดริมฝีปากสีคล้ำของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายรุกล้ำ เริ่มละเลียดเลียกลีบปากเขาเพื่อให้เปิดปาก จะได้สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ เพราะการที่เขาเผยอปากรับ เธอถือว่าเขายอมจำนนต่อเธอแล้ว
คนนอนรับจูบวาบหวาม หัวใจเต้นแทบผิดจังหวะ ใบหน้าเห่อร้อนผะผ่าว ลามลงไปถึงลูกรักที่ผงกหัวแล้วผงกหัวอีกราวกับอยากจะบอกว่าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
มือปลาหมึกลูบไล้เรือนร่างที่ปรารถนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่เธอป้อนจูบ จนมาหยุดที่บั้นท้ายกลมกลึงน่าลงไปฟัดให้จมเขี้ยว จับแล้วอยากกระแทกเธอท่าหมา อยากให้เธอคลานเข่าครวญคราง เขาอยากได้ยิน อยากฟัง อยากทำกับเธอ และทันทีที่ของขวัญถอนจูบคืนอิสระ เขารีบโกยอากาศเข้าปอดหนัก ๆ ก่อนจะพูดกับเธอไปตามตรง เพราะตอนนี้อยากจนทนไม่ไหวแล้ว
“ไว้ทำอีกรอบได้ไหม ไม่ไหวแล้วว่ะ” ไคเลอร์คว้ามือเล็กลงไปรูดรั้งตัวตนของตัวเองที่เปื้อนน้ำเงี่ยนสีหน้าทรมาน เขาพยักหน้าหงึกหงัก ส่งสายตาเว้าวอนขอร้องเธอ “นะขวัญ ไม่ไหวแล้ว”
“ถุงอยู่ไหนคะ ขวัญใส่ให้”
“เดี๋ยวใส่เอง” เขารู้ว่าเธอคงไม่ยอมใช้มือใส่ให้แน่ ถ้าเป็นน้ำสองเขายินดี แต่น้ำนี้กูทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“แต่คืนนั้นคุณชอบที่ขวัญใส่ให้” คุณไคเลอร์พูดเอง แถมตอนพูดยังจ้องริมฝีปากเธอตาไม่กะพริบ มือลูบหัวป้อย ๆ เขาคงไม่ปฏิเสธหรอก
“เดี๋ยวให้ใส่ ตอนนี้ขอแตกก่อน” หากเธอด่าว่าเขาใจร้อนคงต้องยอมรับ เพราะตอนนี้ลูกรักปวดจนแทบร้องขอชีวิต
ไคเลอร์รีบบีบซองถุงยางแล้วแกะออกมาสวมใส่เร่งรีบ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะคนที่บอกจะใส่ให้ล้มตัวลงไปนอนแผ่ ยกขาเป็นรูปตัวเอ็มรอแล้ว เห็นจะจะคาตาขนาดนี้จะช้าอยู่ทำไม
ใส่ถุงเสร็จปุ๊บ รีบถลาตัวไปอยู่ที่ระหว่างขาเธอทันที มือใหญ่คว้าเข่ามนสองข้างแยกออกจากกัน ก่อนจะยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า มองจากตาเปล่า น้ำของขวัญยังไม่เยอะเท่าไหร่ เขาเลยขยับแนบชิดยิ่งขึ้นพลางจับแกนกายถูไถขึ้นลงตรงรอยแยกสีชมพูอ่อน เป็นการเบิกทางให้น้ำหวานที่อาจคับคั่งอยู่ด้านใน หลั่งไหลออกมา
“ขวัญจะเจ็บไหม” ร่างเล็กพึมพำถามเสียงแผ่วทั้งยังเม้มริมฝีปากระหว่างรอคำตอบจากคนหื่นกาม เธอจำความรู้สึกตอนสอดใส่ครั้งแรกไม่ได้ เลยไม่รู้ว่ามันจะเจ็บหรือเปล่า เพราะรอบที่แล้วเขาทำให้เธออยากมากจนช่วงล่างหยาดเยิ้มก่อนสอดใส่ตลอด
“แป๊บเดียว” คนใจร้อนตอบแล้วผละมือขวาที่สาวรูดแกนกายหยอกเย้าของเธอออกมาป้ายน้ำลายลงไปลูบไล้กุหลาบงามตรงหน้า นอกจากน้ำของเธอยังมีน้ำลาย และสารหล่อลื่นจากถุงยางคอยช่วยอีกแรง คงไม่เจ็บมากเท่าไหร่
ครั้งแรกไม่อยากทำให้เธอเจ็บหรือเคือง เพราะอาหวังหวังซ้ำอีกหลายรอบ
ทางของขวัญที่ได้คำตอบครุมเครือรีบหายใจเข้าลึก ๆ ทำใจเผื่อเจ็บ แต่เมื่อเห็นเขาใช้น้ำลายช่วยทุ่นแรง ความกลัวจึงลดน้อยลง เพราะเธอจำครั้งนั้นที่เขาใช้ปากให้ได้เป็นอย่างดี
สวบ!
ไคเลอร์กดปลายส่วนขึ้นลงตามรอยแยก จากนั้นดันตัวตนเข้าไปในกายหญิงสาวเกินกว่าครึ่ง ความคับแคบบีบรัดตัวตนเขาแทบแตกพร่า ต่างจากเธอที่คงเจ็บจนผวาเอื้อมมือมาจับข้อมือเขาไว้แน่น ใบหน้าของขวัญแดงก่ำลามลงมายังลำคอเกือบจะถึงเนินอก บอกให้รู้ว่าเธอเจ็บ และกำลังอดทน ไอ้สงสารก็สงสาร แต่ความอยากดันมีมากกว่า
“อีกครั้งนะ” ชายหนุ่มไม่ได้รอให้เจ้าของความเป็นสาวสวยให้คำตอบ เขากดกระแทกลึกจนสุดความยาวทันทีที่พูดจบ และด้วยที่ไม่อยากอดทนรอนต่อความเป็นสาวที่ตอดรัดกายใหญ่เขาถี่รัว เขาเลยกระแทกกระทั้นคลายความปวดหนึบที่จวนจะระเบิดอยู่ทุกคราให้แผ่วลง
แรงส่งที่ส่งถึงเธอทำให้ของขวัญผละมือออกจากข้อมือใหญ่ขึ้นไปปิดปากตัวเองกลั้นเสียงครวญครางไม่ให้เล็ดลอดออกมา ไคเลอร์ถึงกับนิ่วหน้า ไม่เข้าใจ เธอทำแบบนั้นเพื่ออะไร ทั้งที่คราวก่อนก็ครางเก่งออก
“เอามือออก” เอวสอบผ่อนแรงกระแทก รั้งมือทั้งสองข้างที่ปิดปากเรียวเล็กออก แต่เธอกลับเอื้อมมือมาคว้าลำคอเขาโน้มลงไปหาเธอ จนเกือบหน้าคะมำ “อะไร”
“ไม่เก็บเสียง” เธอเจ็บแต่ก็หน้าบางเกินกว่าจะปล่อยให้เสียงเล็ดลอดออกไป เธอไม่ได้อายเขา แต่อายเพื่อนข้างห้องต่างหาก ขนาดตัวเธอเองยังเคยได้ยินเพื่อนข้างห้องมีอะไรกับแฟนเลย
ตอนนี้ไคเลอร์เข้าใจเหตุผลที่เธอปิดปากตัวเอง แต่ที่ไม่เข้าใจคือเธอทนอยู่ห้องกระจอกนี่ทำไมต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะร่างกายที่เชื่อมกันสำคัญกว่า
“แบบนี้ก็เอาเธอแรง ๆ แบบคืนนั้นไม่ได้ดิ” เขาพูดอย่างเสียดาย สีหน้าของขวัญก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน
“อือ” ร่างเล็กกัดฟันตอบ ความเจ็บที่เขาสาดส่งให้ก่อนหน้านี้เริ่มแผ่วลงบ้างแล้ว คงเพราะช่วงล่างเริ่มปรับตัวให้คุ้นชิน อีกเดี๋ยวคงสนุกไปกับเขา เหมือนอย่างคืนนั้นที่ผลัดกันขึ้นและลงเป็นว่าเล่น
“ช่างแม่งมันไปไม่ได้เหรอ ฉันอยากฟังเสียงเธอคราง”
“ฉันอาย”
“ขายทิ้งซื้อใหม่ เชื่อฉัน” ไคเลอร์พูดพลางถอดถอนแกนกายออกจากร่างเล็ก แล้วประคองตัวเธอขึ้นเปลี่ยนท่าเป็นท่าคลานเข่าแทน บั้นท้ายที่เพ่งเล็งไว้แย้มอยู่ตรงหน้า เหมือนรอให้เขาสอดใส่ ทว่าใจไม่กล้าพอจะรังแกเธอทางหลัง เพราะแค่ทางหน้าของขวัญก็เจ็บจนแดงไปทั้งตัวแล้ว
อาหวังกลัวไม่ได้ซ้ำ
เพียะ!
เขาฟาดฝ่ามือลงบนก้นเนียนของเธออย่างมันเขี้ยว ทำเอาเจ้าของสะดุ้ง หันมามองค้อนไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร แสดงว่าทำได้
“ตัวแดงไปหมด ฉันรังแกเธอเหรอ” คนถามโน้มตัวลงกระซิบถามข้างกกหูขาวของร่างเล็กที่คลานเข่า พลางขบเม้มหูเธอเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหอมแก้มแล้วสอดใส่เอ็นใหญ่เข้าไปสุดความยาว
โพรงเนื้อของขวัญร้อนฉ่าทะลุถุงยาง แถมยังตอดรัดเขาแน่นราวกับอยากให้ขยับเขยื้อนสักที ไคเลอร์ทำตามที่ร่างกายเธอร้องขอด้วยการโยกเอวกระแทกเบา ๆ
สองมือใหญ่เคล้นคลึงนมร่างเล็กราวกับเธอไร้ซึ่งความรู้สึก โดยที่เขาหารู้ไม่ว่าเธอเจ็บ แต่เก็บอาการ ไคเลอร์ฟอนเฟ้นจนพอใจถึงได้กอบกุมตรึงไว้แน่น เขาจับนมเธอแน่นไม่ให้หลุดมือ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าหาตัวเขาเพื่อรับแรงกระแทกหนักที่สาดส่งให้เน้น ๆ
จากที่ไม่ได้ยินเสียงคราง ตอนนี้เสียงครางเริ่มเล็ดลอด ของขวัญคงมีความสุขอยู่ไม่น้อย ส่วนเขาน่ะมีความสุขมาก โคตรมีความสุข สนุก เสียวโคตร ๆ เวลาได้เอากับผู้หญิงที่เล็งเอาไว้
“อ..อือ ~” ร่างเล็กครางสะอื้นเบา ๆ อย่างไม่สามารถหักห้าม แรงส่งที่สาดความเจ็บและความเสียวมาให้กำลังทรมานเธออีกแล้ว
ยิ่งเขาเขยื้อนกายเข้าออกไม่เว้นว่าง เธอรู้สึกร้อนผ่าวราวกับจะมอดไหม้ ร่างกายพิลึกชอบกล บางครั้งก็อยากร้องขอให้เขาผ่อนแรงลง บ้างก็อยากให้แรงกว่านี้ เขาทำให้เธอรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
“เฮ่อ..อ่า จะเสร็จแล้ว” ร่างสูงครางดัง เร่งรัวเอวส่งให้ตัวเองแตกพร่าเพื่อปลดปล่อยมวลน้ำในกายสักที
นอกจากเหงื่อแตก กูอยากน้ำแตกด้วย
“บ..เบา ๆ” ยิ่งเขาเร่ง เธอก็ยิ่งจุก มือเขาผละออกจากอกไปกระชากผมเธอแทน ความเจ็บทางร่างกายเลยยิ่งทวีคูณ ตอนนี้เธอทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกัน มันเป็นความทรมานที่ไม่สามารถอธิบายได้
ร่างกายเธอปั่นป่วน หรือแค่ท้องที่ปั่นป่วน หาคำตอบไม่ได้ เพราะเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกวูบไหวจนร้อนรุ่มคล้ายจะแตะขอบสวรรค์ชั้นเจ็ดอย่างคืนนั้น
“ซี้ดดด ~” ไคเลอร์ซี้ดปากหนัก เสียวซ่านจนไม่อาจสะกดกลั้น ยิ่งร่างเล็กตอบสนองด้วยการตอดรัดพร้อมเสียงครวญคราง เขาสั่นเสียวจนแทบอดทนรอนไม่เสร็จตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ
ชั่ววูบที่ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เขาและเธอต่างก็เกร็งสวนใส่กันอย่างไม่ตั้งใจ เขาเสร็จ เธอก็เสร็จ ร่างกายเธอบอกแบบนั้น ด้านในที่ตอดถี่ ตอนนี้ทั้งถี่ทั้งรัดแน่นราวกับอยากรีดของเหลวจากตัวเขาให้หมดสิ้น
เขาไม่ได้ถอดถอนในทันที แต่เลือกประคองเธอลงนอนตะแคงข้างและปล่อยให้น้ำคาไว้ในที่ปลอดภัยอยู่อย่างนั้น
ของขวัญนอนหายใจไม่เป็นจังหวะ ตัวเขาก็เช่นกัน
ร่างเล็กเสร็จสมถึงฝั่ง แข้งขาอ่อนแรงจนขาสั่นพั่บ ๆ ทันที แม้ครั้งนี้จะไม่ได้ขึ้น แต่ก็เสียแรงไปมาก
เธอคงโทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ เพราะเธอเองก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้เหมือนกัน มิน่าล่ะ ใครต่อใครถึงชอบการมีเซ็กซ์นักหนา วันนี้ของขวัญเข้าใจถี่ถ้วนแล้ว
“หายเหนื่อยยัง ใส่ถุงใหม่ให้หน่อยดิ” ไคเลอร์รั้งเอวเล็กคอดมาโอบกอดแล้วพรมจูบไหล่และหลังบอบบางของของขวัญเพื่อบอกในสิ่งที่ต้องการ ทำให้เธอขยับตัวจนจุดเชื่อมหลุดออกจากกันมานอนจ้องเขาไม่วางตา
เขาเดาว่าเธอต้องบ่ายเบี่ยงแน่ ดูจากสภาพที่เหมือนถูกรุมโทรม แต่ทว่า..
“ลุกไปทิ้งถุงนี้ก่อน ล้างด้วย เดี๋ยวใส่ให้”
“ล้างทำไม รังเกียจ?”
“ไม่ชอบกลิ่นถุงยางผสมกับ..” น้ำของเขา เธอว่ากลิ่นและรสชาติมันแย่กว่าเดิมมาก
“หรือไม่ต้องใส่ ฉันปลอดภัย เธอปลอดภัยไหม”
“ใส่เถอะ ฉันไม่อยากเป็นคุณแม่เร็ว ๆ นี้”
“ตามใจ” เขาไม่ติด ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าไม่ใส่จะเสียวมากกว่า ทว่าเธอคงไม่รู้ เพราะเธอเข้าใจว่าเขาใส่ทุกครั้ง
ถ้าเอาก่อนนอน เขาใส่ทุกครั้งจริง ทว่ารอบเช้าที่ล้างหน้าไก่ ถุงหมดเลยไม่ได้ใส่ รอบนี้ก็ตั้งใจว่าจะใช้ให้หมดกล่อง ตอนเช้าจะได้สด มันเสียวดี
ครั้งที่สอง และสาม ตามมาติด ๆ กินเวลาจนฟ้าสว่าง ร่างเล็กที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ตอนนี้นอนหมดฤทธิ์ทิ้งให้เขานอนตะแคงกระแทกเธออยู่ฝ่ายเดียว เรี่ยวแรงที่พกมาเต็มร้อย ตอนนี้ลดลงไปมาก จนเมื่อเสร็จครั้งที่สาม ถุงยางหมดกล่องพอดี เขาถึงได้เนียนนอนข้างเธอเพื่อพักสายตา เก็บแรงไว้ล้างหน้าไก่ตอนตื่น
ช่วงเกือบเที่ยงของขวัญตื่นมารับแรงกระแทกแล้วก็นอนหลับไม่สนโลกเหมือนเดิม จะมีก็แต่เขาที่อาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกจากห้องเธอเพื่อกลับไปเคลียร์เอกสาร
“กินยาด้วย อย่าลืม” เขาย้ำกับคนนอนก่อนจะเดินออกจากห้องเธอไป ไม่ลืมล็อกประตูห้องนอนให้ เผื่อขโมยขึ้นห้อง เธอจะได้ไม่ถูกโจรฆ่าปาดคอตายตอนนอน
แก๊ก!
ส่วนประตูด้านนอกไม่ต้องล็อก เพราะมันมีระบบล็อกอัตโนมัติ กระทั่งออกมายืนหน้าห้อง โทนเสียงสุภาพไม่คุ้นหูดังขึ้น เรียกสายตาเขาที่กำลังก้มปัดเสื้อตัวเองอยู่ให้เงยหน้าขึ้นมอง
ใครวะ? แล้วมายืนอะไรตรงนี้ เกือบจะจูบกูอยู่แล้ว
“มาทำอะไรที่ห้องนี้เหรอครับ?”
“ถามใคร?” ไคเลอร์กวาดสายตามองผู้ชายร่างบางกว่าเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปมองประตูห้องของขวัญแล้วหันมามองมันอีกครั้ง
ผัวขวัญเหรอวะ? อยู่ ๆ คำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ถ้ามันเป็นผัวของขวัญจริง กูไม่รู้ไม่เห็นนะเว้ย เมียมึงไม่ได้บอกด้วยว่ามีผัวแล้ว กูก็ลืมถาม ไอ้ฉิบหาย!
“คุณนั่นแหละ” คนถามสบตาใครที่ไหนไม่รู้ที่ออกมาจากห้องของขวัญ ก่อนจะแตะคีย์การ์ดตรงประตูห้องจนเสียงปลดล็อกดังขึ้น
เสียงปลดล็อกดังเป็นปกติ ไม่น่าแปลกใจเท่าผู้ชายตรงหน้าที่ตกใจสะดุ้ง “ตกลงคุณมาทำอะไรที่ห้องนี้”
“โทษที เข้าห้องผิด” ไคเลอร์แก้ตัวน้ำขุ่น แถสีข้างแทบถลอก ก่อนจะก้าวขาเร็ว ๆ ไปลงบันได เพราะห้องเธออยู่แค่ชั้นสอง ถ้ารอลิฟต์คงเสียเวลา อีกอย่างเขาไม่อยากมีปัญหา ไม่รู้ไอ้หน้าหล่อนั่นใช่ผัวเธอหรือเปล่า
ที่รู้ ๆ มันเป็นคนไทย พูดไทยใส่กูด้วย มันรู้ได้ไงวะว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน?
“เชี้ยเอ๊ย!” เมื่อเดินมาถึงรถ เขาเตะยางรถระบายอารมณ์ที่อัดอั้นทันที ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังโกรธหรือหงุดหงิดที่เจออีกฝ่าย แต่หัวร้อนเป็นบ้า นรกแดกหัวแล้วมั้ง
“เสียชื่อจัด!” หลวมตัวไปปี้เมียชาวบ้านซะยับ เสียระบบหมด!
