บทที่ 5 ตอนที่ 5 บริการหลังการขาย
ตอนที่ 5 บริการหลังการขาย
“เธอพูดอะไร ทำไมมันถึงยอมเซ็นสัญญาแล้วพาเธอมาหาฉัน” เรื่องนี้คาใจเขามาก แม้จะรู้ไอ้ซูมไม่ได้โง่ แต่เขามั่นใจมากว่าไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรให้มันจับได้ แล้วมันรู้ได้ยังไง รู้จากใคร รู้จากปากเธอใช่ไหม?
“ฉันแค่บอกว่านัดคุณไว้แล้ว”
“แล้วอะไรอีก”
“แต่คุณติดประชุม”
“จะพูดหรือจะให้ฉันไปย้อนกล้องวงจรปิด?”
“เชิญย้อนเลยค่ะ” เพราะตอนที่เธอยอมรับกับคุณซูมว่าเป็นคู่นอนเขาไม่ได้อยู่ในห้องรับรอง ย้อนดูให้ตาย นั่งดูให้ตาแฉะก็ไม่มีทางรู้ว่าเธอกับคุณซูมคุยอะไรแล้วตกลงอะไรกันบ้าง
อยากแกล้งกันดีนัก สมน้ำหน้า!
“ถ้าไม่บอก ฉันไม่เซ็น”
“!!!” นี่พวกเขาเห็นเธอเป็นตัวอะไร ถึงได้บีบกันขนาดนี้ งั้นก็อย่าให้ของขวัญคนนี้ได้ดั่งใจหวังแล้วกัน เธอจะทบต้นทบดอกให้เน้น ๆ เลยคอยดู
“ฉันกำลังจับปากกา ลองคิดดูดี ๆ” ไคเลอร์ยิ้มเย้ยด้วยที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ฉันแค่ตอบคำถามคุณซูม แค่นั้น”
“มันถามว่าอะไร?”
“ถามว่าฉันกับคุณมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกันใช่ไหม ฉันก็ตอบว่าใช่ แค่นั้นเลย”
“แล้วมันรู้อะไรอีก”
“รู้แค่นี้ คุณซูมถามแค่ประโยคเดียว”
“ถ้าเธอโกหก ฉันขอ..” เขาแค่ลองหยั่งเชิงเธอดู
“เชิญแช่งได้เลย เพราะฉันตอบแค่นั้นจริง ๆ” ของขวัญยืนยันคำตอบแน่วแน่ สบตาเขาที่กำลังมองมาตาไม่กะพริบ ด้วยที่อยากให้เขารู้ เธอพูดความจริงทั้งหมด ไม่ได้หมกเม็ดหรือปกปิดอะไรเขาเลย
“มันมีเมียแล้ว อย่าไปยุ่งกับมันอีก” เมื่อเห็นเธอยืนกรานในคำตอบ เขาเลยเปลี่ยนเรื่องคุย “อีกอย่าง เธอไม่เหมาะกับมัน”
“ฉันไม่ได้ชอบคุณซูม” เธอแค่เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ของคุณซูม
“ก็ดี เพราะไม่ควร”
“แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบคุณด้วยค่ะ รบกวนช่วยเซ็นสองจุดที่เหลือ แล้วฉันจะรีบไป” ของขวัญคนนี้สัญญาจะไปให้ไกล ไม่กลับมาให้คนรวยอย่างเขาเห็นเธอเป็นของเล่นไร้ค่าอีก
“เธอพูดห้วน ฉันไม่มีอารมณ์เซ็น”
“คุณแค่..”
“แค่?” ไคเลอร์ย้อนถามหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนกำลังโมโหหิว เธอใช้คำว่าแค่กับเขาได้ยังไง ในเมื่อเขาต้องเสียเงินหลายหลักหลังจากเซ็นไอ้สองจุดที่เธอว่านั่น
“ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ขอโทษค่ะ” ร่างเล็กยกมือไหว้สำนึกผิด และหวังว่าเขาจะไม่ถือโทษโกรธเธอที่เผลอพูดคำเหล่านั้นออกไป
ตั้งแต่ตื่น จนตอนนี้ มีแค่อาหารว่างในห้องรับรองที่ตกถึงท้อง จะไม่ให้เธอหงุดหงิด โมโห อารมณ์สวิงได้ยังไง ยิ่งมารู้ว่าโดนเขาหลอกให้รอเพราะวุ่นอยู่กับเกม เธอคงอารมณ์ดีได้อยู่หรอก
ถ้าทำได้คงบวชไปนานแล้ว ไม่มาทำงานงก ๆ แบบนี้แน่
“เป็นอะไร หรือใกล้เป็นวันนั้นของเดือน”
“…”
“เธอโมโหหิวปะเนี่ย” ไคเลอร์ยิ้มแหยถามร่างเล็กที่นั่งก้มหน้า หน้าบูดบึ้ง ทว่าไม่ได้คำตอบ แต่เขาเดาว่าใช่ เธอมารอนานแล้ว ตอนนี้คงหิวจนไส้กิ่ว
อาการผีเข้าผีออก โมโหหิวแล้วคลุ้มคลั่งไซฟีเป็นบ่อย แล้วเขาก็เป็นที่รองรับอารมณ์ไซฟีอยู่บ่อย ๆ จะกี่สิบครั้งก็ไม่ชินสักที ภาวนาให้ของขวัญอย่าผีเข้าผีออกตอนนี้ด้วยเถิด ไม่อยากปวดหัวเพิ่มแล้วโว้ย สาธุ!
เหตุผลที่ร่างเล็กไม่ตอบกลับไม่ใช่ว่าเธอโกรธจนไม่อยากพูดคุยกับเขา เพียงแต่ตอนนี้เธอหิวมากจนหน้ามืดตาลาย ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะต่อปากต่อคำกับเขาแล้วต่างหาก
ในท้องมีแค่ขนมกับน้ำ ทั้งที่ใช้เรี่ยวแรงไปซะขนาดนั้น ถ้าร่างกายไม่ประท้วงหิวจนแสบท้อง หน้ามืดก็ให้มันรู้กันไป
“กินรองท้องก่อน อีกนานกว่าพิซซ่าจะมา” ไคเลอร์ยื่นจานข้าวร้อน ๆ ที่มีไข่ดาวสามฟอง เหยาะแม็กกี้ ยื่นให้หญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า เธอมองจานข้าวแล้วช้อนตาขึ้นมองเขา น้ำตาคลอเบ้า
ไอ้ฉิบหาย กูเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจอีกวะเนี่ย!
“ฮึก หิวข้าวอะ หิวมากเลย” ของขวัญสะอื้นเบา ๆ รับจานข้าวไข่ดาวมาไว้ในมือ แล้วตักกินไม่เกรงใจเจ้าของห้อง ระหว่างกินเธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากจานด้วยซ้ำ หิวขนาดนี้ อย่าหวังจะได้ยินคำชวนจากปากเธอเลย
นอกจากข้าวไข่ดาวมื้อนี้จะอร่อยมากแล้ว น้ำดื่มห้องเขาก็เย็นชื่นใจมากจริง ๆ
อิ่ม อร่อย คุ้ม!
“ผีเด็กออกจากร่างยัง?” เจ้าของห้องปรายตามองร่างเล็กอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อกี้นี้ถ้าเขาไม่ไหวตัวทันคงโดนเธอแดกหัวเป็นแน่ หิวไม่หิวไม่รู้ ยัดห่าจนหมดจาน แทบเลียจาน คงไม่หิวหรอกมั้ง
ของขวัญสบตาเจ้าของห้องสีหน้างุนงง เขาพูดอะไรเธอไม่เข้าใจ ผีเด็กมาจากไหน ออกจากร่างใคร เขาพูดกับใคร?
“คะ?”
“ตอนนี้ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้หรือยัง”
“ฮะ?”
“มานั่งอธิบายรายละเอียดตรงนี้ ถ้าฟังแล้วเข้าเงื่อนไข เดี๋ยวเซ็นเลย จะได้คุ้มครองเร็วหน่อย” ไคเลอร์ชี้เก้าอี้ข้างลำตัวเพื่อเรียกคนอารมณ์สวิงมานั่งอธิบายรายละเอียด เงื่อนไข โดยมีเขานั่งตั้งใจฟังอยู่ข้าง ๆ
“ที่คุยกับคุณซูมไว้เป็นแบบแผนห้าปีค่ะ คุ้มครอง..” ของขวัญอธิบายละเอียดยิบ เกือบสิบห้านาทีที่เธอพูดคนเดียว กระทั่งเธอถามเขา “ถ้าคุณไม่เข้าใจตรงไหนถามฉันได้เลยนะ”
“อือ”
เขาตอบอือแถมยังพยักหน้า หมายความว่าอะไร แล้วมือเขาเป็นอะไร ถึงได้จับได้ลูบ ม้วนผมเธอเล่นจนพันเป็นเกลียว บ้างก็จับผมเธอขึ้นไปสูดดมราวกับโรคจิต
หรือผู้ชายคนนี้เป็นโรคจิตจริง ๆ
“ถ้าเข้าใจแล้ว เซ็นตรงนี้กับตรงนี้ค่ะ” เธอถือวิสาสะยัดปากกาใส่มือเขา แถมยังจับมือเขาไปวางตำแหน่งที่ต้องเซ็น ทำให้คนโรคจิตที่เหมือนจะเหม่อลอย ได้สติกลับคืนมา
“เมื่อเที่ยงฉันเจอผู้ชายคนหนึ่ง หน้าห้องเธอ” ไคเลอร์กดปลายหัวปากกาลงบนกระดาษ เตรียมจะเซ็น ทว่าเขายังคาใจ
“คะ หยุดทำไม พูดต่อเซ็นต่อเลยค่ะ” ตอนนี้เขาจะพูดอะไรก็ช่าง เธอไม่คิดถือสา ขอแค่เขาเซ็นชื่อสองจุดสำคัญให้เธอก็พอ
ของขวัญฝันสลายในพริบตาเมื่อปากกาที่อยู่ในมือใหญ่ถูกวางลง..
พรึบ!
“ใคร”
“คะ?”
“ผู้ชายที่มีคีย์การ์ดห้องเธอคือใคร” ถามติดห้วนทั้งที่ใจเต้นแรง เสียวหลังจัด
ไม่ผัวก็เพื่อน ไม่เพื่อนก็ญาติพี่น้อง คงมีไม่กี่อย่าง
“เจอกันเหรอคะ” คนสงสัยย้อนถามพลางคิดตาม แสดงว่าก่อนออกจากห้องโต้คลื่นพูดถึงคุณไคเลอร์ เขาสองคนเจอกันด้วยเหรอ บังเอิญเกินไปไหม
“อืม”
“เพื่อนค่ะ รู้จักกันตั้งแต่เด็ก”
“เพื่อนมีคีย์การ์ด?”
“เพื่อนผู้หญิงอีกคนของฉันก็มีคีย์การ์ดเหมือนกัน แปลกเหรอ?” นอกจากโต้คลื่นแล้ว เพลินวานก็มีคีย์การ์ดของเธอเหมือนกัน เธอก็มีของเพลิน แปลกตรงไหน หรือการให้คีย์การ์ดกับคนสนิทไว้มันแปลก?
เขาไม่มีเพื่อนหรือคนสนิทที่ไว้ใจได้หรือไง ถึงได้ถามแบบนี้
“เพื่อนผู้หญิงไม่แปลก แต่นี่ผู้ชาย”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องเซ็นสัญญา เหรอคะ?” เธอย้อนถามเขาที่จ้องหน้าตาไม่กะพริบด้วยความแปลกใจ แต่ความแปลกใจหรือจะเท่าความตกใจที่อยู่ ๆ เขาก็คว้าปากกาไปเซ็นชื่อทั้งสองจุดไม่พูดไม่จา
เซ็นเสร็จ ใจดีดันแฟ้มเอกสารคืนเธอด้วย
“เซ็นแล้ว จะให้จ่ายเป็นเช็กหรือเงินสด บอกฉันอีกทีแล้วกัน” ไคเลอร์เปลี่ยนเรื่องคุยทันที “อ้อ กรุณาบอกล่วงหน้าด้วย จะได้เตรียมทัน”
“ขอบคุณค่ะ ^_^” ของขวัญยิ้มขอบคุณตาเป็นประกาย ภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถปิดการขายที่มีส่วนแบ่งถึงเจ็ดหลักได้ เธอดีใจจนมือเป็นระวิง ไม่รู้ควรจะคว้าเอกสารหรือโทรศัพท์ ปากกา ไอแพดมาเก็บก่อนดี อีกทั้งรอบตายังร้อนผ่าว รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอดีใจมากจนเผลอกระโดดไปนั่งตัก กอดคอเจ้าของลายเซ็นไว้แน่น “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลย ขอบคุณจริง ๆ”
“อืม” รู้แล้วว่าดีใจ อยากขอบคุณ แต่กระโดดมานั่งตัก ขยุกขยิกบนตักแบบนี้ กูแข็งนะเว้ย!
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวลากลับเลยนะคะ ลา..”
“ลาไปไหน ฉันไม่เซ็นฟรี”
“ก็..ไม่ฟรีนี่คะ” เราจัดกันไปเน้น ๆ แล้วนี่ เขายังไม่พอใจอีกเหรอ
“ฉันต้องเสียเงินมหาศาล เธอก็รู้”
“…” เกี่ยวอะไรกับเธอเล่า ประกันไม่ได้คุ้มครองชีวิตเธอสักหน่อย เขาต่างหากที่ได้รับประโยชน์
“บริการหลังการขาย รู้จักหรือเปล่า?”
“ค่ะ แล้วคุณอยากให้ฉันทำ..”
“ทำความสะอาดห้อง ทำทุกอย่างให้ห้องนี้สะอาด แล้วคืนนี้ก็อยู่ดูแลฉัน เพราะข้อมือฉันกำลังจะอักเสบ”
“ข้อมืออักเสบ?”
“เพราะเซ็นให้เธอนั่นแหละ”
“สองจุดเองนะคะ”
“ใช่ ตอนนี้เริ่มปวด” ไคเลอร์ควงข้อมือ หน้าเหยเกราวกับรู้สึกเจ็บ ทั้งที่แสร้งทำ
แต่จู่ ๆ หน้าก็แตกยับจนหมอไม่รับเย็บ เพราะของขวัญที่รู้ทัน
“คุณเซ็นมือซ้ายค่ะ ที่ขยับอยู่นั่นมือขวา” โกหกไม่เนียน
“จะมือไหนก็ต้องอยู่ ตกลงตามนี้”
“แต่..” เธอมีนัดกับโต้คลื่น ป่านนี้คลื่นคงชะเง้อคอรอแย่
“ไม่มีแต่ ฉันพูดอะไร เธอก็ต้องฟัง ตกลงตามนี้ เริ่มทำความสะอาดได้เลย” ไคเลอร์ยิ้มแฉ่ง ผายมือ “เชิญครับคุณของขวัญ..”
