บทที่ 3 ตอนที่ 3 สามีใจร้าย

ตอนที่ 3 สามีใจร้าย

ชีวิตหลังจากผ่านความตายมาแล้ว ดูเหมือนญาณินจะมีท่าทีสงบลง ร่างที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงคนไข้ภายในห้องพิเศษหรูของทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นเครื่องย้ำเตือนเรื่องราวในอดีตได้เป็นอย่างดี

ชีวิตคนจน ๆ คนหนึ่งตั้งใจสอบชิงทุนจนได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังได้สำเร็จ ผลการเรียนเกรดนิยมอันดับหนึ่งสาขาดนตรีไม่ได้เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เลย

ใช่แล้ว! ญาณินเอาเวลาไปตามแต่สามีจนหลงไปแล้วว่า เขามีความสุขแค่ไหน เมื่อได้เล่นเปียโน

จริง ๆ ความฝันที่วาดเอาไว้ในสมัยตอนเรียนก็คือการเปิดโรงเรียนสอนเล่นเปียโน เกียรติบัตรชนะเลิศอันดับหนึ่งที่ไปแข่งมาระดับประเทศ มันการันตีความสามารถที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนอยากเข้ามาเรียนกับเขา

ทว่าความฝันนั้นมันคงไม่กลับมาเป็นจริงอีกแล้ว

เพราะในตอนที่เกิดอุบัติเหตุส่งผลให้เส้นเอ็นที่มือฉีกขาด ถึงหมอบอกว่าจะกลับมาใช้งานได้ปกติ แต่มันก็ยังมีอาการสั่นอยู่ดี ไม่สามารถเล่นเปียโนได้อีกต่อไปแล้ว

แต่ช่างเถอะ! ถึงเขาจะรักการเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจมากแค่ไหน แต่ถ้าแลกกับการที่ได้มาแก้ไขส่วนที่ผิดพลาด ได้อยู่กับลูกสาว ได้ดูแลแม่ให้ดี มันก็เพียงพอมากแล้ว ที่สวรรค์จะเมตตาคนนิสัยไม่ดีอย่างเขา

คนเพิ่งผ่านความตายมาหมาด ๆ พยายามปลอบใจตัวเอง

“คุณแม่ขา หนูขอไปเรียนก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นหนูจะให้คุณพ่อมาส่งใหม่นะคะ คืนนี้หนูจะมานอนเป็นเพื่อนคุณแม่กับคุณยายเองค่ะ” เด็กหญิงวัยห้าขวบ หน้าตาถอดแบบผู้เป็นแม่มาไม่มีผิด สองเท้าเดินเข้ามายืนข้างเตียง ใบหน้ากลมซุกที่ฝ่ามือขาวของมารดาด้วยความออดอ้อน

“ตั้งใจเรียนนะลูก”

ญาณินทำบางสิ่งบางอย่างที่ข้าวหอมไม่คิดไม่ฝัน มือขาวบางค่อย ๆ ยกขึ้นมาลูบศีรษะลูกสาวอย่างแผ่วเบา หัวใจเด็กน้อยอุ่นวาบ

“ดูทำหน้าเข้า จะร้องไห้ทำไม”

“ก็หนูดีใจนี่คะ ที่คุณแม่รักหนู”

ญาณินรู้สึกหดหู่ใจเหลือเกินเมื่อได้ยินแบบนั้น มันเป็นการกระทำที่แสดงความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เขากลับไม่เคยทำมันต่อข้าวหอมเลย

“ไม่ร้องนะคนเก่ง ที่ผ่านมาแม่ขอโทษ ต่อไปนี้แม่จะดูแลข้าวหอมอย่างดี จะพาลูกไปเที่ยว แล้วก็ถักเปียให้ข้าวหอมด้วยดีไหมครับ”

“แต่คุณแม่ถักเปียไม่เป็นนี่คะ”

ญาณินชะงัก พลางกลืนน้ำลายคงคออย่างยากลำบาก มันก็จริงอย่างที่ข้าวหอมพูดทุกอย่าง อย่าว่าแต่ถักเปียเลย แค่มัดผมให้เรียบก็ยังทำไม่ได้

เฮ้อ! เขานี่เป็นแม่ที่แย่มากจริง ๆ

“เดี๋ยวแม่ฝึกดีไหม รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถแม่แน่นอน”

“เย่ ๆ ดีใจจัง จะได้ไม่ต้องรบกวนพ่อให้ถักเปียอีกแล้ว” เด็กหญิงขนิษฐากระโดดเต้นจนกระโปรงบาน ผมที่ยังไม่ได้มัดปล่อยสยายเพื่อรอบิดาถักเปียให้

แอ๊ดดดดด

เสียงประตูถูกเปิดออก ทุกคนในห้องหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างสูงใหญ่ยกมือไหว้แม่ยายที่นั่งพับผ้าอยู่ตรงโซฟามุมห้องตามมารยาท ก่อนที่แกจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อให้ลูกสาวและลูกเขยได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

เพราะสีหน้าท่าทางของฐากูร ก็คงจะมีเรื่องอยากเคลียร์กับญาณินอยู่ไม่น้อย

“ข้าวหอมตามคุณยายออกไปรอพ่อข้างนอกก่อนนะคะ พ่อมีเรื่องจะคุยกับแม่หน่อย” ฐากูรยอบกายลงมาหอมแก้มลูกสาว แขนแกร่งช้อนอุ้มร่างเล็กจ้อยเดินมาส่งที่ปากประตูห้องพยาบาล ดวงตาที่แสดงถึงความอ่อนโยนก่อนหน้า มันแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดัน เมื่อฐากูรเดินกลับมาเผชิญหน้าอยู่กับญาณินเพียงแค่สองคน

“เมื่อไรเธอจะเลิกสร้างเรื่องสักทีณิน” เป็นคำตำหนิที่ดูระอา

เรื่องคอขาดบาดตายถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพียงแต่ว่าครั้งนี้มันหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเท่านั้นเอง

“ณินเปล่าทำ” แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละ เพราะที่ผ่านมาญาณินก็ทำเหมือนที่ฐากูรพูดจริง ๆ มันสมควรแล้วที่ถูกมองแบบมานั้นตลอด

ญาณินไม่เข้าใจว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรลงไป ทำร้ายตัวเองสารพัด เพียงเพื่อให้ฐากูรมาหาหรือกลับบ้านเท่านั้นเหรอ

น่าตลกสิ้นดี!

“เธอทำให้ลูกต้องเป็นห่วง แถมหมอกับพยาบาลต้องมาเสียเวลาเพราะเธออีก ถ้าคิดเรื่องดี ๆ ไม่เป็น ก็ควรจะอยู่เฉย ๆ แล้วเอาเวลาไปดูแลลูกจะดีกว่า”

“ก็บอกแล้วไง ว่าณินไม่ได้ตั้งใจ ทำไมไม่ฟังกันบ้าง” คนป่วยถอนหายใจ ปกติเขาจะต้องดีใจจนเนื้อตัวเต้นที่เห็นฐากูรมาเยี่ยมถึงโรงพยาบาล ต่างจากครั้งนี้ ญาณินกลับมองว่ามันน่ารำคาญ

“คิดว่าจะเชื่อหรือไง ฉันไม่อยากจะคิด ถ้าเมื่อคืนข้าวหอมตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วจะเป็นอย่างไร” ชายวัยสามสิบขบกัดกรามแน่น ดวงตาแข็งกร้าวด้วยความเดือดดาล สองเท้าสืบเข้ามาใกล้เตียงคนไข้ หมับ!... ก่อนจะบีบข้อมือของภรรยาเต็มแรงอารมณ์ที่มีโทสะ

“โอ๊ย! ปล่อยณินนะ ณินเจ็บ” ใบหน้าสวยซีดเผือดบิดเบี้ยว เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณข้อมือ แรงรัดไม่เบาบ่งบอกได้เลยว่าฐากูรนั้นโมโหมากแค่ไหน

คำพูดของฐากูรส่งผลให้ภาพคืนวันที่ลูกสาวจมน้ำตายติดตา ร่างเล็กกระบอกตาร้อนผ่าวด้วยสำนึกผิด แต่ดูเหมือนว่าคนเป็นสามีนั้นจะมองมันอีกแบบ

“เจ็บเหรอ อย่าสำออยนักเลย”

“คุณฐา ณินบอกว่าเจ็บ”

เสียงโอดครวญไม่ได้ทำให้ฐากูรปล่อยมือออก หนำซ้ำยังรัดแน่นกว่าเดิม

“ฉันต้องการหย่ากับเธอ”

คนเจ็บหยุดนิ่ง ค่อย ๆ หันมามองใบหน้าคมคร้ามที่มีสีหน้าเคร่งเครียด มันเป็นคำพูดที่ไม่เคยหลุดออกมาจากปากของฐากูรเลย ถึงแม้ภรรยาแสนชังจะตามเหวี่ยงตามวีน และเอาแต่ใจมากแค่ไหนก็ตาม

ญาณินในเวลานี้ ทำให้ฐากูรมองไม่ออกเลยว่า กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่... มันก็คงไม่พ้นมารยา น้ำตาของญาณิน ไม่ได้น่าสงสารเลยสักนิด

มันมีแต่ความจอมปลอมและเสแสร้ง

เพราะคนอย่างญาณินน่ะ ไม่มีทางที่จะสำนึกกับการกระทำของตัวเองหรอก หากมีความเป็นแม่หลงเหลืออยู่สักนิด คงไม่ทิ้งให้ลูกสาวอยู่บ้านกลางดึกกับพี่เลี้ยงแบบนั้น

ฐากูรตั้งใจทำงาน เป็นพ่อที่ดีของลูก เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ส่วนญาณินจะเป็นจะตายที่ไหนก็เชิญ

“คุณอยากหย่ากับณินขนาดนั้นเลยเหรอ” เอ่ยถามเสียงเบา

ถ้าถามว่าญาณินยังรักฐากูรอยู่ไหม ตอบได้ทันทีว่ารักมาก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เขาแอบชอบฐากูรมาโดยตลอด ญาณินในเวลานั้นได้แต่แอบมองฐากูรที่เป็นรุ่นพี่ต่างคณะอยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายเรียนจบ ก็ไม่มีโอกาสได้พูดความในใจให้อีกฝ่ายฟัง ทำให้แยกย้ายกันไป

ผ่านไปอีกสามปี เวลานั้นญาณินเพิ่งเรียนจบ เพื่อนจึงลากตัวไปเที่ยวผับเพื่อฉลอง ทำให้ญาณินกลับมาเจอฐากูรอีกครั้ง

ด้วยความที่เขาแอบชอบฐากูรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยปล่อยตัวปล่อยใจวันไนท์สแตนด์ จนตั้งท้องได้แต่งงานด้วยกัน

แต่ถ้าหากเขาย้อนเวลากลับไปได้ ก็คงเลือกที่จะเลี้ยงดูลูกสาวเพียงลำพัง ดีกว่าหิ้วท้องไปหาคนที่เขาไม่มีใจให้แบบฐากูร

พอนึกมาถึงตรงนี้ อยู่ ๆ น้ำตาก็ร่วงหล่นออกมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ท่าทางนิ่งสงบผิดปกติทำให้ฐากูรหรี่ตามองอย่างจับสังเกต ชายหนุ่มไม่รู้ว่านี่เป็นลูกไม้อะไรที่งัดออกมาแสดงอีก

“เธอก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ว่าจริง ๆ แล้วฉันต้องการอะไร” เรื่องนี้หากจบความสัมพันธ์ลงด้วยดี มารดาของเขาก็คงจะเข้าใจ

“ได้! ณินจะหย่า”

เป็นคำตอบที่เหนือความคาดหมาย ใบหน้าเคร่งขรึมขมวดคิ้วแน่น ค่อย ๆ คลายออกจากกัน แต่พอได้ยินประโยคถัดมาก็ทำให้เขากำหมัดแน่น

“แต่ณินขอเอาลูกไปอยู่...”

“ไม่ได้!”

ฐากูรสวนกลับไปในทันที เสียงดังตวาดลั่นห้องทำให้คนไข้สะดุ้งเล็กน้อย แน่นอนว่าหากเป็นเมื่อก่อน ญาณินคงได้โวยวายปาข้าวของไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หยิบยกเหตุผลสารพัดมาอ้างไม่ให้ฐากูรกล้าหย่ากับเขา

แล้วครั้งนี้ก็เช่นกัน...

ฐากูรก็คิดว่าญาณินกำลังเอาข้อต่อรองเรื่องลูกมาอ้าง ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด

“ฉันไม่มีทางยอมให้เธอเอาลูกไป เธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง แล้วฉันก็ไม่ไว้ใจที่จะให้เธอดูแลลูกเพียงลำพังเด็ดขาด”

“ถ้าคุณฐาไม่ยอมให้ลูกไปอยู่กับณิน งั้นณินก็คงไม่ยอมหย่า เพราะณินเองก็ต้องการอยู่กับลูกเหมือนกันครับ” คนเป็นภรรยาตอบด้วยน้ำเสียงและใบหน้าจริงจัง

ฐากูรสะบัดแขนร่างเล็กออกไปคล้ายกับว่ารังเกียจ เรื่องที่จะหย่ากับญาณินได้ เห็นทีจะมีแค่การฟ้องร้องเท่านั้น แต่มันจะทำให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต คุณหญิงอรษา มารดาของเขาก็คงทำใจไม่ได้อย่างแน่นอน

“เธอนี่มันร้ายกว่าที่ฉันคิดอีกนะ”

“ณินก็บอกแล้วไงว่ายอมหย่า แค่คุณฐาต้องยกข้าวหอมให้ณิน แล้วณินจะจากคุณฐาไป”

“งั้นเธอก็จำใส่หัวเอาไว้ ถึงอย่างไร ฉันก็ไม่มีวันยกลูกให้แม่ที่ไม่ได้เรื่องแบบเธอเด็ดขาด และต่อให้เธอดึงดันจะอยู่กับฉัน ฉันก็ไม่มีทางรักคนอย่างเธอได้ ไม่มีวัน”

ร่างสูงใหญ่เดินออกไปแล้ว ดวงตากลมมองแผ่นหลังกว้าง น้ำตาแห่งความเสียใจไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บปวดในหนหลังยังท่วมท้นจิตใจ

เรื่องที่ถูกสามีเกลียด ล้วนเป็นการกระทำของเขาเอง

คุณฐา! ณินก็จะไม่รักสามีใจร้ายแบบคุณ จะทำให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป