บทที่ 4 ตอนที่ 4 ญาณินโดนผีเข้า
ตอนที่ 4 ญาณินโดนผีเข้า
เวลากว่าสองสัปดาห์ที่ญาณินรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล หลังจากที่มีปากเสียงกับฐากูรครั้งก่อน จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าค่าตาของคนที่ได้ชื่อว่าสามีเลย
ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาหลงรักผู้ชายเฮงซวยคนนั้นไปได้อย่างไรกันนะ
วันนี้อาการดีขึ้นมาก หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ เวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าร่างเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อจะกดโทรออกหาฐากูรให้มารับ
ทว่าปลายนิ้วโป้งที่กำลังจิ้มชื่อ ‘ฐากูร’ ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อภาพในกาลก่อนย้อนกลับมาให้เจ็บใจ
“ใครจะง้อกัน ไปตายที่ไหนก็เชิญ” คนเพิ่งหายเจ็บบ่นอุบอิบ จึงเปลี่ยนเป็นชื่อติณณภพแทน
ติณณภพเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนสาขาดนตรีที่มหาวิทยาลัย จนตอนนี้อีกฝ่ายเป็นถึงครูเปิดโรงเรียนสอนดนตรีที่โด่งดัง ต่างจากเขาที่มัวแต่เอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระ จนต้องพลาดสิ่งที่รักและชอบไป
ไม่นานปลายสายก็รับ ไม่ว่าญาณินจะโทรไปหารุ่นพี่ตอนไหน เวลาใด อีกฝ่ายก็ไม่เคยเมินสายโทรเข้าของเขาเสมอ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน...
“ไม่ต้องให้ณินไปส่งจริง ๆ เหรอครับแม่” ญาณินเอ่ยขึ้นเมื่อสองแม่ลูกเดินลงมาด้านล่าง นั่งรอหน้าห้องชำระเงินกับรอรับยา
“ไม่ต้องหรอก ทางแค่นี้เอง นั่งรถแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ณินนั่งรอเพื่อนอยู่ที่นี่เถอะ ร่างกายยังไม่ค่อยหายดี เดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวก ไม่ต้องเป็นห่วงแม่หรอก”
มันก็จริงอย่างที่มารดาเขาพูด รอดตายมาได้ถือว่าปาฏิหาริย์มาก ร่างกายอยู่ครบสามสิบสองก็บุญเท่าไรแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น เอาไว้ณินจะไปหานะครับแม่”
“จ้ะ! ดูแลตัวเองด้วยนะลูก อย่าทำอะไรแบบนี้อีก แม่เป็นห่วงณินมากนะ” โสภารั้งร่างลูกชายตัวเล็กเข้ามากอด แรงรัดแน่น ๆ ส่งผ่านความรู้สึกจนญาณินรู้สึกได้เป็นอย่างดีว่ามารดาเป็นห่วงเขามากแค่ไหน
“เข้าใจแล้วครับ ณินไม่กลับไปทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นอีกแล้ว”
“ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไป อย่าเก็บมาคิดให้เป็นทุกข์ อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดนะณิน ต่อไปอนาคตจะได้ไม่ต้องเสียใจอีก”
“เข้าใจแล้วครับ ณินรักแม่นะ”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ ก่อนเดินแยกออกไปขึ้นแท็กซี่ ญาณินนั่งรอไม่นานก็มีรถยนต์คันหรูสีดำมาจอดอยู่ตรงหน้าโรงพยาบาล เรียวคิ้วขมวดแน่นมองอย่างพิจารณาว่าเป็นของใคร
“รอนานหรือเปล่าครับ” สิ้นสุดการสงสัยเมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยเดินเข้ามา สีหน้าท่าทางดูเป็นห่วงเป็นใยเขาไม่น้อย มากกว่าคนเป็นสามีเสียอีก
“เพิ่งจะลงมารอด้านล่างเมื่อกี้นี้เองครับ ไม่ได้นานอะไร”
“งั้นก็ขึ้นรถเถอะ เดินไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวพี่จะไปเอารถเข็นมาให้”
“นอนเป็นผักที่โรงพยาบาลมาตั้งครึ่งเดือนแล้วนะครับ ให้ณินได้เดินยืดเส้นยืดสายบ้างเถอะครับ เดี๋ยวจะพิการเอานะ”
ติณณภพดีกับเขามากขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่มีใจให้กัน
ถ้าหากคนเราเลือกที่จะรักใครได้ มันก็ดีสิ!
มันก็คงเป็นความรู้สึกเหมือนฐากูรที่คิดแบบนี้กับเขาสินะ
ช่างโง่ซ้ำซากเหลือเกิน
Rrrrr
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่ติณณภพขับรถออกมาตามเส้นทาง หน้าจอมือถือปรากฏเป็นชื่อของเลขาสาวที่อยู่หน้าห้องของฐากูร เธอเป็นคนที่ญาณินจ้างด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อสอดแนมว่าวันวันหนึ่งฐากูรนั้นทำอะไร กับใคร ที่ไหน และหากมีสาว ๆ เข้ามาพบเป็นการส่วนตัวก็ให้รีบโทรรายงานทันที
“ว่าไงลูกปลา”
[คุณณินคะ ตอนนี้คุณฐาออกไปกับผู้หญิงอีกแล้วค่ะ]
คนฟังได้ยินหัวใจก็แทบกระดอนออกมานอกกาย มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อตัวเองแน่นด้วยความหงุดหงิด แต่เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมามันตอกย้ำความล้มเหลวของชีวิตได้เป็นอย่างดี เขาจึงพยายามระงับโทสะให้ใจเย็นลง
“ช่างเถอะลูกปลา! ต่อไปนี้ถ้าคุณฐาจะไปไหนกับใคร ก็ไม่ต้องมารายงานผมแล้ว” ร่างเล็กถอนหายใจราวกับเหนื่อยอ่อน ทำเอาปลายสายหน้าเหวองงเป็นไก่ตาแตก
ลูกปลาถึงกับต้องยกมือถือออกจากหูเพื่อมาดูชื่อว่าโทรหาถูกคนหรือเปล่า
ญาณินตัวจริงต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
[แต่ผู้หญิงที่คุณฐาเดินออกไปด้วยเมื่อกี้เป็นคุณโรสนะคะ ดูท่าทางสนิทสนมกันมากเลย แทบจะสิงกันอยู่แล้วค่ะคุณณิน]
โรสเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของฐากูร ในตอนนั้นฐากูรกับโรสคบกัน แต่อยู่ ๆ โรสก็ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ
หลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย ว่ากันว่าฐากูรในตอนนั้นเสียใจมาก
และให้หลังที่พวกเขาแต่งงานกันได้สามปี โรสก็กลับมา
กลับมาเป็นมารหัวใจของเขา
ผู้หญิงคนนี้อยู่ในใจของฐากูรมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน และไม่ว่าญาณินจะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่แทนที่ผู้หญิงที่ชื่อโรสคนนี้ได้เลย
“ผมไม่อยากรับรู้แล้วลูกปลา ผมเหนื่อยจริง ๆ ขอบคุณมากสำหรับเรื่องที่ผ่านมานะครับ”
[ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณณินคิดดีแล้วใช่ไหมคะ]
“อืม”
สายถูกวางไปแล้ว ดวงตาคู่นั้นหม่นเศร้าลง คนที่ขับรถเหลือบมาเห็นจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“น้องณินโอเคหรือเปล่า” ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ก็พอจะเดาออกว่าญาณินเป็นอะไร
“ณินโอเค ไม่ได้เป็นไรหรอก ถ้าคุณฐาจะไปไหนก็เรื่องของเขา ต่อไปนี้ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองก็พอแล้วครับ”
“คิดดีแล้วเหรอ” ดูก็รู้ว่าฝืนยิ้มออกมา ญาณินในสมัยเรียนดูสดใส ร่าเริง ต่างจากตอนนี้มาก อาจเป็นเพราะสภาพความเป็นอยู่ที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป
“แน่นอนสิครับ ผัวเฮงซวยแบบนั้นใครจะเอาก็เชิญเถอะ ณินไม่สนใจหรอก” ใบหน้าสวยสดกระตุกยิ้ม สลัดเรื่องสามีไร้ใจคนนั้นออกไปจากหัวสมอง ในเมื่อไม่รัก เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์เหมือนกัน
“งั้นพี่ก็เอาใจช่วยก็แล้วกัน ณินจะได้มีความสุขสักที”
ใช้เวลานานพอสมควรก็เดินทางมาถึงที่บ้านตอนห้าโมงเย็น ก่อนหน้านี้ญาณินให้ติณณภพแวะซื้อพิซซ่าของโปรดมาให้ลูกสาวจึงทำให้ล่าช้า
สองเท้าเดินเข้ามาภายในบ้านอย่างเงียบเชียบ ด้านหลังเป็นติณณภพคอยช่วยถือของเดินตามมาไม่ห่าง มีเพียงพี่เลี้ยงของข้าวหอมที่เดินออกมาหน้าตาตื่นตระหนกคล้ายกับกำลังเห็นผี
หญิงสาวคนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่ญาณินฝากให้ดูข้าวหอม ในวันที่ข้าวหอมจมน้ำตาย แต่เหตุการณ์มันมาพลิกผัน เพราะพรของลูกสาวที่ขอเอาไว้
เพื่อความปลอดภัยของข้าวหอม ไม่ให้เหตุการณ์ในอดีตมันกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีก เขาจำเป็นต้องเลิกจ้างพี่เลี้ยงคนนี้
คุณนายของบ้านหยิบเงินเดือนงวดสุดท้ายส่งให้หญิงสาว ทำเอาหล่อนหน้าถอดสี
“ต่อไปนี้เธอไม่ต้องดูแลข้าวหอมแล้ว ฉันจะดูแลเอง”
“อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ หนูไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน”
จริง ๆ แล้วญาณินไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้นหรอก เขาปิดตาข้างเดียวมานานเพราะคำว่าสงสารนี่แหละ ถึงได้ให้โอกาสมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนงานมันไม่ได้หายากขนาดนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมสาวใช้คนนี้ถึงดึงดันจะทำงานที่บ้านเขาให้ได้เลย
ท้ายที่สุดแล้วพี่เลี้ยงคนนี้ก็ต้องจำใจเก็บของออกจากบ้านไป ญาณินหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาฐากูรก็ไม่มีท่าทีว่าจะรับ ภายในใจเริ่มร้อนรนเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าวหอม แต่เมื่อโทรไปถามครูประจำชั้นของข้าวหอมแล้วว่าฐากูรมารับกลับตั้งแต่โรงเรียนเลิกก็เบาใจขึ้นมานิดหนึ่ง
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องโทรเช็กกับฐากูรให้มั่นใจเสียก่อน ญาณินโทรอีกสี่ครั้งปลายสายก็รับ ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ใช่เจ้าของเครื่องเลย
[เอ่อ... ตอนนี้ฐาเดินไปเข้าห้องน้ำค่ะ ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ไปด้วย คุณณินอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ โรสกับฐาไม่ได้มีอะไรกัน พอดีโรสจะซื้อคอนโดแล้วบังเอิญว่าเพื่อนของฐาเป็นเจ้าของคอนโดนี้ค่ะ โรสก็เลยวานให้ฐามาช่วยเป็นธุระให้ค่ะ]
มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าตอแหล ไม่ว่าคนรักเก่าของสามีเขาจะเสแสร้งแกล้งเป็นคนดีแค่ไหน แต่นอมันโผล่ออกมาให้เห็น
“แล้วผมว่าอะไรคุณหรือยังครับ พูดยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้ เตรียมท่องสคริปต์เอาไว้แล้วหรือไง”
[คุณณินใจเย็น ๆ นะคะ โรสไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย]
ไม่ได้คิด แต่การกระทำมันฟ้องชัดเจน ถ้าให้เดาผัวหน้าโง่คงเดินเข้ามาได้ยินพอดีสินะ
แล้วไง ใครสนกัน!
“ลูกผมอยู่ไหน” ตอนนี้ญาณินไม่สนใจอะไรแล้ว ฐากูรจะกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่าที่เน่าเสียขึ้นราก็ช่าง เขาสนใจแค่ลูกเท่านั้นแหละ
[อยู่ค่ะ ข้าวหอมอยู่กับโรส] เสียงสองเสียงแปดที่เอ่ยนั้นเน้นย้ำช่วงท้าย แน่นอนว่าญาณินต้องเดือดดาลจนอยากเดินเข้าไปตบ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน มันคงไม่มีปากมาพูดจาสตอเบอแหลแบบนี้แน่ นังโรส!
“งั้นก็ช่วยฝากบอกคุณฐาหน่อยก็แล้วกัน ว่าให้เอาข้าวหอมมาส่งที่บ้านด้วย ส่วนคุณโรสอยากจะได้ผัวผมจนตัวซีดตัวสั่นก็เชิญตามสบายครับ อีวอก!”
ตู๊ด ๆๆๆ
