บทที่ 5 ตอนที่ 5 ญาณินเปลี่ยนไป

ตอนที่ 5 ญาณินเปลี่ยนไป

เย็นวันเดียวกันญาณินอยากตอบแทนน้ำใจติณณภพด้วยการเลี้ยงข้าวเย็นเพื่อเป็นการขอบคุณ ติณณภพเองก็รู้สึกเกรงใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจนี้เอาไว้จึงเดินไปนั่งรอที่ห้องรับแขก

พิซซ่าที่อยู่ในมือถือมาวางไว้บนโต๊ะอาหารเพื่อเตรียมอุ่นให้ลูกสาว สายตาเหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนกำลังทำกับข้าว กลิ่นหอมฉุยลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องครัว

ป้าเพ็ญ เดิมทีแกเป็นแม่บ้านคอยรับใช้ตระกูลกีรติอนันต์ทรัพย์มาก่อน ตั้งแต่สมัยที่แม่ของฐากูรเป็นสาว ๆ พอฐากูรแต่งงานก็แยกตัวออกมารับใช้เขาตั้งแต่ท้องอ่อน ๆ จนกระทั่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบหกปีแล้ว

คืนวันนั้นที่ลูกสาวจมน้ำตาย ป้าเพ็ญเป็นไข้เลยกินยาเข้าไปทำให้ง่วงซึม ทำให้ไม่ได้ยินเสียงที่ข้าวหอมตกสระ

“ณินไล่พี่เลี้ยงออกไปแล้วนะครับป้าเพ็ญ” เอ่ยบอกหญิงมีอายุ ทว่าแกกลับไม่ได้หันมามองอย่างที่ควรจะเป็น

แกไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำพูดของเจ้านายตัวเล็ก ก็พี่เลี้ยงของข้าวหอมโดนไล่ออกมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน

“แล้วจะรับคนใหม่มาเมื่อไรล่ะคะ ระหว่างนี้ป้าจะช่วยดูแลข้าวหอมก่อนก็แล้วกันค่ะ คุณณินอยากได้ยินป้าพูดแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ” ที่ญาณินมาบอกก็คงไม่พ้นว่าต้องฝากเธอดูแล จะได้เอาเวลาไปตามหึงหวงสามีอย่างที่ผ่านมาน่ะสิ แต่ปกติแล้วป้าเพ็ญก็รักข้าวหอมเหมือนลูกเหมือนหลานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลำบากเดินมาบอกให้เหนื่อยแบบนี้หรอก

“ไม่เป็นไร ณินไม่ได้ทำงานอะไร เดี๋ยวณินจะดูแลข้าวหอมเองครับ ไม่ต้องลำบากป้าเพ็ญหรอกครับ” เป็นคำพูดที่เอ่ยเรียบ ๆ แต่ป้าเพ็ญศรีถึงกับหยุดชะงัก แล้วหันมาหรี่ตามองเจ้านายตัวเล็กอย่างจับสังเกต

เพราะญาณินที่แกเคยรู้จัก ต้องไม่ใช่แบบนี้

“มีอะไรเหรอป้าเพ็ญ”

“ก็เปล่าค่ะ ป้าเป็นแค่คนใช้ ไม่กล้าหาเรื่องอะไรเจ้านายอย่างคุณณินหรอกค่ะ” แกแปลกใจมากกว่าว่าวันนี้ทำไมญาณินถึงกลับบ้านมาพร้อมกับติณณภพ โดยไร้เงาสามี ตามปกติจะต้องเห็นญาณินลากฐากูรมาด้วยทุกครั้งสิ ถึงจะถูก

“เมื่อไรป้าจะเลิกตั้งแง่กับณินสักที ณินไปทำอะไรให้เหรอครับ” ญาณินตัดสินใจถามออกไปตามตรง

“แล้วคุณณินเคยพูดดีกับป้าไหมล่ะคะ ป้าไม่ชอบคุณณิน ก็แค่ไม่อยากคุยค่ะ จะสั่งงานอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ”

มันเป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองคนปะทะฝีปากกันพอหอมปากหอมคอ ญาณินรู้ดีว่าที่ผ่านมาเขาเคยโวยวายอาละวาดใส่แม่บ้านมากแค่ไหน ก็สมควรแล้วที่แกจะไม่ชอบขี้หน้า

เอาเถอะ! มารู้ตัวในวันที่สายเกินไป ก็ในวันที่ทุกคนรอบข้างเกลียดเสียแล้ว หวังว่าสักวันพฤติกรรมของเขาจะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดของทุกคนให้กลับมามองเขาในแง่ดีบ้าง

ไม่ต้องรัก แต่ขอแค่ไม่เกลียดกันก็พอ

ญาณินสั่งให้ป้าเพ็ญทำกับข้าวเพิ่มอีกสามสี่อย่าง เพราะจะชวนแขกอย่างติณณภพทานด้วยเพื่อเป็นการตอบแทนที่เสียสละเวลามาส่งถึงที่บ้าน

นั่งรออยู่นาน เวลานี้เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว ซึ่งค่อนข้างดึก ญาณินรู้สึกเกรงใจแขกจึงสั่งให้แม่บ้านจัดโต๊ะอาหาร แบ่งไว้บางส่วนเพื่อให้ลูกกิน ส่วนของสามีนั้นเขาไม่ได้สนใจ ให้คนใช้ดูแลเอาก็แล้วกัน

กินไปคุยกันไปใช้เวลาค่อนข้างนาน กินเวลาสามทุ่มจนมานั่งเล่นที่ห้องรับแขก ฐากูรก็ยังไม่พาข้าวหอมกลับบ้านสักที

“ทำไมป่านนี้ยังไม่พาลูกกลับมาบ้านอีกเนี่ย” ญาณินกระหน่ำโทรไปหาสามีก็ติดแค่เพียงสามสาย ที่เหลือก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

ไม่รู้ว่าข้าวหอมกินข้าวหรือยัง แถมพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนอีก จะได้นอนยามไหนกัน ญาณินรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเอาลูกตะลอน ๆ ไปกับคนรักเก่าแบบนั้น

หวังจะสานสัมพันธ์หาแม่ใหม่ให้ลูก แล้วเฉดหัวเขาทิ้งอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกนะ

ถ้าจะหาเมียใหม่ก็เชิญ แต่ถ้าหาแม่ใหม่ให้ลูก ไม่มีทางยอม

แต่ในขณะที่กดมือถืออยู่นั้น ก็มีเสียงเจื้อยแจ้วตะโกนมาแต่ไกล

“คุณแม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”

คนเป็นแม่หูผึ่ง ด้วยความรีบร้อนทำให้พรวดพราดลุกขึ้น เท้าจึงไปสะดุดกับขาเก้าอี้ทำให้เสียหลัก

พรึ่บ... หมับ!... ชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นแขกก็รีบพุ่งเข้ามารับเอาไว้ได้ทัน ตามสัญชาตญาณความห่วงใย ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว

ก่อนมีชายร่างสูงใหญ่ที่เดินนำลูกสาวเดินเข้ามาเห็นพอดี

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคล้ายกับคนกำลังพลอดรักกัน ฐากูรจึงกันลูกให้อยู่ทางด้านหลัง ไม่ให้เดินเข้ามาเห็นภาพอุจาดตาของมารดา

ญาณินและติณณภพรีบผละออกจากกัน ก่อนที่ฐากูรจะเดินจูงมือลูกสาวเข้ามาในบ้าน

“ป้าเพ็ญครับ พาข้าวหอมขึ้นไปอาบน้ำหน่อย” คุณผู้ชายของบ้านเอ่ยเรียกหญิงชราแทนพี่เลี้ยงที่ถูกไล่ออกไป

สงสัยป้าเพ็ญคงโทรไปรายงานฐากูรแล้วสินะ

“แต่ข้าวหอมยังไม่ได้ทานข้าวเลยนะ” ญาณินเอ่ยแย้ง สองเท้าเดินเข้าหาย่อกายลงกอดลูกสาวเอาไว้แน่น คล้ายกับคนวิตกจริต

ก็เขายังจำความรู้สึกตอนที่สูญเสียลูกได้เป็นอย่างดี

“หนูกินข้าวมาแล้วค่ะแม่ขา น้าโรสพาหนูไปกินพิซซ่าด้วยนะคะ อิ่มมากเลยค่ะ” มือน้อย ๆ ลูบที่ท้องป่องกลม ชุดนักเรียนที่ขาวมีคราบเปื้อนซอสมะเขือเทศติดมานั้นเป็นหลักฐานว่าหนูน้อยพูดความจริง

“...” คนเป็นแม่หน้าชา นึกถึงพิซซ่าที่ตั้งใจซื้อมาให้ลูกสาวต้องเป็นหมัน ส่วนลึกในใจแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็ฉีกยิ้มออกมาให้เด็กหญิงตัวน้อย

“งั้นขึ้นไปอาบน้ำรอแม่ด้านบนก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่จะขึ้นไปอ่านนิทานให้ฟัง” มือที่ประดับด้วยแหวนแต่งงานที่นิ้วนางด้านซ้ายยกขึ้นมาลูบเส้นผมของลูกสาว

“จริงเหรอคะคุณแม่” ดวงตากลมสุกวาว แฝงไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอยู่ในที

“จริงจ้ะ”

ญาณินเดินจูงมือเอาเด็กน้อยไปส่งให้หญิงวัยกลางคน ก่อนพากันเดินขึ้นไปด้านบน ทำให้ด้านล่างมีเพียงแค่ฐากูรญาณินเท่านั้นที่กำลังเล่นสงครามประสาทตากัน ส่วนแขกอย่างติณณภพขอตัวกลับไปก่อน เพราะเห็นว่ามืดค่ำแล้ว

“เธอจะมาไม้ไหนอีกล่ะญาณิน” ฐากูรเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างเล็กกำลังเดินหนีออกไป

วันนี้ญาณินดูผิดหูผิดตา ทั้งที่เขากลับบ้านมาดึกขนาดนี้ก็ควรจะโวยวายลั่นบ้านไม่ใช่หรือไง

ร่างเล็กถอนหายใจแล้วหันมามองด้วยสายตาที่เอือมระอา “แล้วณินมีไม้เหรอครับ ดูสิ มีแค่มือเปล่า ๆ”

มือเล็ก ๆ สองข้างแบออกแล้วยื่นให้คนเป็นสามีดู ฐากูรหงุดหงิดเมื่อเห็นภรรยาแสนชังกำลังกวนประสาท

“เธออย่ามายั่วให้ฉันโมโหนะณิน”

“ใครต่างหากที่ยั่วโมโห คุณฐาคิดดี ๆ เพราะตั้งแต่คุณฐาเข้ามาบ้าน ณินยังไม่ได้พูดกับคุณสักคำเลยนะ”

“เธอกำลังเล่นชู้กับไอ้ติณเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉัน ใช่ไหมณิน แต่อยากจะบอกว่ามันไม่ได้ผลหรอกนะ เพราะฉันไม่ได้สนใจเลยสักนิด ว่าเธอจะไปทำอะไรที่ไหนกับใคร แต่นี่มันที่บ้าน อย่างน้อยเธอก็ควรเห็นแก่ลูกสักนิด”

เป็นคำพูดที่ญาณินค่อนข้างอึ้ง ถ้าเขาชอบติณณภพจริง ที่ผ่านมาจะทนอยู่กับคนใจร้ายอย่างฐากูรไปทำไมกัน

“...” ญาณินแค่นขำออกมาในลำคอ ฐากูรขมวดคิ้วแน่นมองร่างเล็กมีท่าทีแปลก ๆ

ญาณินสืบเท้าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมตีรื้นเข้าจมูกจนฉุน แน่นอนว่าเจ้าของบริษัทน้ำหอมแบรนด์ดังอันดับหนึ่งของประเทศอย่างฐากูร มีกลิ่นน้ำหอมแบบนี้ย่อมไม่แปลก

แต่มันแปลกที่เป็นกลิ่นของยัยโรสนั่น น่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี

ปลายนิ้วชี้ยกขึ้นมาวาดกรอบหน้าคมคร้ามอย่างยั่วยวน สายตาคมกล้าตวัดมองตามมือขาวอย่างไม่เข้าใจ

“คุณฐา รู้ตัวหรือเปล่าว่าอาการแบบนี้ เหมือนคุณกำลังหึงณินอยู่นะ”

ได้ยินแบบนั้น มือที่จับแขนเล็กเอาไว้ก็สะบัดทิ้งคล้ายกับได้สติ คนนิสัยอย่างญาณินน่ะเหรอที่เขาจะต้องมาหึงหวง

“ไม่มีทาง!” คนโตกว่าพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณฐาก็คิดเอาไว้ซะนะครับ ก่อนจะว่าคนอื่น หัดดูตัวเองซะบ้าง ไปกอดกับยัยโรสนั่นท่าไหนล่ะ กลิ่นน้ำหอมถึงได้ติดมาขนาดนี้”

“...”

“แต่คุณฐาอย่าเข้าใจผิดนะครับว่าณินจะหึงคุณ จริง ๆ ณินต้องขอบคุณอุบัติเหตุครั้งนี้มากกว่า ที่มันทำให้ณินตาสว่างได้สักที ต่อไปนี้ก็วางใจได้ครับ จะไปทำอะไรที่ไหนกับใครก็เชิญ ณินจะไม่สนใจคุณอีกแล้ว”

พูดจบก็เดินออกไป ทว่าถูกสามีเดินเข้ามารั้งแขนเอาไว้ “จะไปไหน เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”

“ณินไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณอีก ถ้าเป็นเรื่องหย่า ณินก็พูดออกไปหมดแล้ว” ไม่มีอะไรต้องคุย นอกจากจะยอมยกลูกให้ เขาจะเดินออกไปจากชีวิตของฐากูรทันที

ถึงแม้ว่าพรของลูกสาวอยากจะได้ครอบครัวที่มีความสุข ข้าวหอมเป็นเด็กฉลาด ก็หวังว่าวันหนึ่งลูกจะเข้าใจว่าครอบครัวที่มีความสุขที่แท้จริง ก็คือความสบายใจของทุกฝ่าย

“ฝันไปเถอะ!”

“งั้นคุณฐาเองก็ไปนอนเถอะครับ อย่ามัวมาโมโหอยู่เลย จะได้เอาเวลาไปฝัน ว่าณินจะยกลูกให้คุณ”

ญาณินสะบัดแขนเต็มแรงให้ออกจากพันธนาการ สองเท้าเดินขึ้นมาบนห้องนอน หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ จนกระทั่งเสร็จก็หยิบชุดนอนตัวบางวาบหวิวมาใส่เหมือนอย่างเคย

แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินออกจากห้องเพื่อไปหาลูกสาวที่รอให้เขาไปอ่านนิทานให้ฟัง ร่างสูงใหญ่ก็เดินพรวดพราดเข้ามาด้านใน

“หลบไปนะ”

ใบหน้าคมคร้ามกระตุกยิ้มหยัน สายตาคมกวาดมองเรือนร่างที่เคยเห็นมาทุกซอกทุกมุม

ยอมรับว่าร่างกายของญาณินมันเย้ายวนและดึงดูดให้เขามีอารมณ์ทางเพศก็จริง แต่จิตใจนั้นหยาบกระด้างจนไม่สามารถรักได้เลย

“จะให้หลบแน่เหรอ ชุดนอนที่เธอใส่ก็ยั่วฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง” ฐากูรเลิกคิ้วถาม

“ใครยั่วไม่ทราบ ณินเดินมาปกติ อย่าหาเรื่อง” ญาณินกอดอกขมวดคิ้วมองสามีในนาม เขาไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อไม่ชอบให้ตามวีนตามเหวี่ยงก็ทำให้แล้วไง แต่พอมาวันนี้กลับหาเรื่องเขาต่าง ๆ นานา

เป็นบ้าอะไรไม่ทราบ

“...”

“ถ้ารำคาญณินมากนักก็ช่วยหลบไป”

“ฉันไม่หลบ เงินที่ซื้อบ้านหลังนี้มาก็เป็นของฉันทุกบาททุกสตางค์ คนที่หลบจริง ๆ ควรเป็นเธอมากกว่า”

ใช่ว่าญาณินจะไม่เดินหลบ แต่พอเดินไปทางไหนอีกฝ่ายก็มายืนขวางเอาไว้ แบบนี้ฐากูรจงใจปั่นประสาทเขาชัด ๆ

“โทษที บ้านหลังนี้ซื้อมาหลังจากที่พวกเราแต่งงานกัน ถือว่าเป็นสินสมรส ตามกฎหมายแล้ว เราเป็นเจ้าของคนละครึ่งนะครับ”

“คนอย่างเธอจะมีอะไรณิน ถ้าไม่ได้ฉัน เธอก็ไม่มีอย่างทุกวันนี้หรอก คนอย่างเธอมันจอมมารยา”

วาจาเชือดเฉือนนั้นเดิมทีหากเขาได้ยิน ก็คงมีอาละวาดขว้างปาสิ่งของเพื่อระบายความโมโหไปแล้ว แต่ในเวลานี้เขาพยายามอย่างมากที่จะระงับโทสะ

เพราะสิ่งที่ล้มเหลวในการใช้ชีวิต ก็คืออารมณ์ของเขาล้วน ๆ เลย

“ณินจะถือว่าเป็นคำชมนะครับ มารยามันช่างเหมาะกับณินจริง ๆ นั่นแหละ มารยาจนได้คุณมาเป็นผัวถึงหกปี แถมแม่ผัวยังรักหัวปักหัวปำ เก่งจริง ๆ เลยไอ้ณินเอ๊ย ถ้าเลิกกับผัวไปแล้วเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แม่ผัวต้องทำใจไม่ได้จนตรอมใจแน่ ๆ เลย” ใบหน้าสวยธรรมชาติส่ายไปมา ดวงตาคู่นั้นแสร้งเศร้าใจ

“อยากได้เท่าไร”

“คุณฐาหมายถึงอะไรเหรอครับ” ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าฐากูรต้องการอะไร แต่เขาก็แกล้ง ๆ ถามออกไป จงใจจะยั่วประสาทสามี

“เดินออกไปจากชีวิต แล้วบอกกับแม่ว่าหมดรักฉัน เท่านี้เธอต้องการเท่าไร”

เป็นข้อเสนอที่ฐากูรยื่นให้ภรรยาแสนชังบ่อยครั้ง แต่คำตอบทุกครั้งก็ยังเหมือนเดิม

“ช่วยเก็บเงินของคุณไว้เถอะครับ เพราะณินไม่ได้ต้องการ สิ่งที่ณินต้องการคือลูก ส่วนผัว...” เขาหยุดพูดแล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ ร่างสูงมากขึ้น ก่อนจ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีนิล แล้วพูดน้ำเสียงลอดไรฟัน “อยากกลับไปกินของเก่าที่เน่าเฟะที่ไหนก็เชิญ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป