บทที่ 11 ฉางอัน 11

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่วพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

“ละครครั้งนี้ก็แสดงให้ดีหน่อย อย่าให้ถูกจับได้เชียว”

รอเพียงไม่นานเสียงเคาะประตูดังก๊อก ๆ ขึ้นมาอีกรอบ

“คุณชาย ฮูหยินมาหาขอรับ” เสียงพ่อบ้านขานรายงาน ไม่มีเสียงใดตอบรับทำเอาทั้งนายทั้งบ่าวที่ยืนรอหันมองหน้ากัน

เมื่อแกล้งว่านฮูหยินให้ยืนอยู่หน้าประตูห้องครู่ใหญ่ ฉางอันตัวดีถึงทำท่าปึงปังเดินเท้าไม่ติดพื้นไปเปิดประตู

“ขาท่านเป็นอะไรหรือเจ้าคะ” เสี่ยวลิ่วทัก

“…เสี่ยวลิ่ว…” กัดฟันเรียกพร้อมทำท่าเอานิ้วปาดคอ

“แฮะๆ”

คนเจ้าแผนการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เริ่มนับเลขในใจ

1…2…3...ปัง!

“อะไรกันนักกันหนา จะปล่อยข้านอนเงียบ ๆ ได้ไหม ดึกดื่นค่อนคืนมาเอะอะโวยวายอยู่ได้ ไร้มารยาท”

“เสี่ยวอัน ข้าเห็นหลายวันนี้เจ้าเหน็ดเหนื่อยในการช่วยเตรียมงานแต่งจึงนำน้ำแกงบำรุงร่างกายมาให้” ว่านฮูหยินยิ้มอ่อนหวาน กิริยาดูผ่อนคลาย ไม่เพียงไม่ถือสาหาความเรื่องไร้มารยาทของอีกฝ่าย สีหน้านางยังดูเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง

“เจ้าอย่าได้รังเกียจเลย ดื่มสักหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น” นางพูดต่ออย่างอดทน หากในใจกลับเดือดดาลไม่น้อย เด็กนี่แม้แต่มารยาทจะเชิญนางเข้าไปนั่งในห้องยังไม่มี ไอ้ลูกไม่มีแม่คอยสั่งสอน

“เฮอะ อะไรดลใจให้คนอย่างเจ้ามาทำดีกับข้า หรือจวนหลังนี้มันกลับหัวไปแล้ว หรือยังไงเสี่ยวลิ่ว” ฉางอันกอดอกพิงประตู เอียงคอถามบ่าวของตัวเองด้วยท่าทางกวนประสาท

“ท่านรอสักครู่” เสี่ยวลิ่วเดินเร็ว ๆ ไปชะโงกหน้าดูที่หน้าต่างก่อนรีบมาบอกว่า “จวนยังตั้งอยู่ดีเจ้าค่ะ”

“ฮ่า ๆ” ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะเสียงดัง ความจริงเสี่ยวลิ่วไม่ได้รู้หรอกว่าเขาพูดกระทบกระเทียบว่านฮูหยิน นางเข้าใจเพียงว่าต้องทำตาม ผู้เป็นนายทุกอย่าง ถ้าเจ้านายอยากได้คำตอบนางก็ต้องไปหาคำตอบมาให้

แต่ภาพนายร้องบ่าวรับตรงหน้าทำเอาว่านฮูหยินถึงกับกัดฟันกรอด สองมือกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ทว่าปากยังพยายามยิ้มและพูดกล่อม

“เสี่ยวอันช่างมีอารมณ์ขัน ข้าเป็นห่วงเจ้าด้วยใจจริง”

“ถ้ามันไม่ยอมกินดี ๆ ก็ให้บ่าวจับมันอ้าปาก!” เสียงทุ้มใหญ่ของฉางเจี้ยนหลี่โพล่งขึ้นมาอย่างได้จังหวะ

“ท่านอยากดื่มก็ดื่มเองสิ” มือขวาจับบานประตู ทำท่าเหมือนจะปิดประตูใส่หน้าแขกที่มาเยือน

“พ่อบ้านจับมันกรอกยาบำรุง”

สิ้นคำสั่ง พ่อบ้านฉางที่เตรียมตัวมาดี เดินนำบ่าวชายรูปร่างกำยำให้ดันประตูเปิดกว้าง บ่าวอีกส่วนเข้าจับแขนจับขาฉางอันที่ดิ้นขัดขืนจนหอบเหนื่อย

“อึก ๆ อื้อ ปล่อย อึก” ในใจได้แต่คิดว่า โอ๊ยเหนื่อย รีบ ๆ กรอกยาข้าให้เสร็จสักทีเถอะ

“นายท่าน! นายท่าน! ขอร้องปล่อยคุณชายเถอะเจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่วคุกเข่าพูดเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ดูก็รู้ว่าไม่ได้กำลังแสดงละครแต่เป็นห่วงนายของตัวเองด้วยใจจริง

เมื่อนายท่านไม่ฟัง บ่าวตัวน้อยจึงถลาไปเพื่อดึงพวกที่จับคุณชายออก

ป้าเจียงเข้าไปผลักออกจนเสี่ยวลิ่วล้มลงกับพื้นก่อนพูดขู่“หากยังพูดมากอีก นายหญิงจะขายเจ้าทิ้งซะ!”

“แต่ แต่คุณชาย..”

“หุบปาก” เพียงแค่นั้นเสี่ยวลิ่วก็ตัวสั่นไปหมด ไม่กล้าเถียงแม้สักครึ่งคำ

“กลืนขอรับ…บีบปากคุณชายเร็ว” ฉางเจี้ยนหลี่ยืนดูบ่าวรับใช้จับยากรอกปากบุตรชาย ปากพร่ำบ่นถึงบุญคุณของว่านฮูหยินที่เหน็ดเหนื่อยต้มยาบำรุงให้ได้ยิน

ส่วนว่านฮูหยินหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาปลอม ๆ เพื่อปิดบังรอยยิ้มกว้างที่แผนการของตนเป็นไปได้ด้วยดี

หากแต่ไม่รู้เลยว่าในใจฉางอันที่ดิ้นขัดขืนนั้นลิงโลดขนาดไหน เจ้าตัวถึงกับเตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล่องไม้ที่ซ่อนอยู่ตรงหัวเตียง ในนั้นมีเงินและเหรียญอยู่จำนวนหนึ่ง รวมกันแล้วได้ราวเกือบ 200 ตำลึง เป็นเงินเก็บในช่วงที่เขาเข้ามาอยู่ในร่างของฉางอันแล้ว ซึ่งได้มาจากการแอบเอาของในเรือนไปขาย เนื่องด้วยกลัวว่าสินเจ้าสาวที่ทางมารดาเลี้ยงจัดให้จะไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในโลกนี้

ว่าแต่ มารดามันเถอะ ยาบำรุงบ้านี่ขมชะมัด ฉางอันคิดอย่างขมขื่น

พวกบ่าวจับคุณชายอย่างฉางอันเอาไว้สักพัก พอเห็นว่ายาเริ่มออกฤทธิ์แล้วก็พยุงไปที่เตียง

“ดูแลนายของเจ้าให้ดี อย่าให้มันหนีไปที่ไหนได้” ฉางเจี้ยนหลี่กำชับกับเสี่ยวลิ่วที่รีบวิ่งมาดูคุณชายของตนเอง

“จะ...เจ้าค่ะ”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาช่วยแต่งตัว เจ้าเตรียมตัวให้คุณชายด้วย อย่าให้มีอะไรบกพร่อง” ว่าเสร็จก็พยุงว่านฮูหยินออกไป

“เฝ้าเอาไว้ อย่าให้มีอะไรผิดพลาด” ว่านฮูหยินกำชับพ่อบ้าน

“ขอรับ บ่าวจะจัดการเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนา”

ปัง เสียงประตูเรือนปิดไปแล้ว เสี่ยวลิ่วที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นสงสารคุณชายของตัวเองดังแผ่ว ๆ อยู่ข้างเตียง

“คุณชายเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจ็บตรงไหนหรือไม่”

“มะ...ไม่หรอก แต่ข้าอ่อนแรงไปหมดเลย ยาบ้านั่นขมจนลิ้นชา”

“ฮึก คุณชายพักผ่อนนะเจ้าคะ ข้าอยู่เฝ้าท่านเอง”

“อือ” ตอบรับแค่นั้นก็เคลิ้มหลับไปเพราะฤทธิ์ยา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป