บทที่ 2 ร่างที่อ่อนแอ

ณ กระท่อมโทรม ๆ หลังหนึ่งที่อยู่ท้ายจวนขนาดใหญ่ของเมืองหลวง มีร่างของหญิงสาวที่ชื่อว่ามู่หลินหว่านนอนคว่ำหน้าอย่างอ่อนแรง

เพราะอาการบาดเจ็บจากการถูกลงโทษโบยถึงสิบไม้ จนแผ่นหลังนั้นเต็มไปด้วยเลือดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตอบ ๆ พรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่องความอัดอั้นตันใจที่ไม่สามารถบอกกล่าวกับผู้ใดได้ ทั้งที่เป็นถึงบุตรสาวของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดี เป็นคุณหนูรองที่อยู่อย่างสุขสบายได้เพียงแค่สามปี มารดามาด่วนจากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลาอันใดต่อกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามู่หลินหว่านถูกคนในจวนลืมเลือน ที่ซุกหัวนอนจากห้องกว้างขวางสวยงามกลับกลายเป็นกระท่อมแคบ ๆ ไม่มีอะไรสะดวกสบาย ถูกเรียกตัวไปรับใช้คุณหนูคุณชายคนอื่น ๆ ทำงานไม่ดีก็ถูกทุบตี แม้แต่บ่าวไพร่ก็ยังรังแกกลั่นแกล้งสารพัด

เมื่อเติบโตเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น จึงได้รู้ว่าบิดาของตนไม่เคยรักในตัวของมารดาสักนิด เขาร่วมมือกับสตรีที่รักเพื่อหวังแต่งงานกับมารดา เพราะสมบัติเงินทองที่ท่านตาท่านยายทิ้งไว้ให้มารดาเท่านั้น และในครั้งนี้ที่มู่หลินหว่านถูกลงโทษโบยมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากถูก

มู่จือหย่ากล่าวหาว่านางขโมยปิ่นปักผมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ด้วยการให้สาวใช้อย่างฮุ่ยเหมยนำมันไปซ่อนไว้ในกระท่อม มู่หลินหว่านนอนซมไม่มีใครนำทั้งยาหรืออาหารมามอบให้นางแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าต้องการให้นางตายไปเสียได้ก็ดี ด้วยเหตุนี้ร่างกายที่ซูบผอมจึงทนกับอาการบาดเจ็บไม่ไหว ถึงกับละเมอเพ้อหาผู้เป็นมารดาที่จากไปนานว่าตนเองนั้นจะได้พบเจอกับมารดาแล้ว

“ทะ ทะ ท่านแม่ในที่สุดท่านก็มารับหว่านเออร์ไปอยู่กับท่านแล้วสินะ ฮึก หะ หะ เหตุใดถึงได้มารับหว่านเออร์ช้านักเล่า ท่านปล่อยให้หว่านเออร์ต้องทรมานอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ฮึก”

“หว่านเออร์ลูกแม่”

“ตะ ตะ แต่ตอนนี้หว่านเออร์กับท่านแม่จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ต่อไปไม่ต้องทนกับคนชั่วในจวนหลังนี้อีกละ..”

“ครืน ๆ ๆ ฟิ้ว ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ”

เพียงแค่มู่หลินหว่านหมดลมหายใจไม่ถึงหนึ่งจิบชา เสียงดังจากบนท้องฟ้าก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันทีทันใด ทำเอาผู้คนในจวนไม่กล้าออกจากเรือนของตนกันแม้แต่คนเดียว แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในกระท่อมผุพังนั้น กลับปรากฏเรื่องน่าอัศจรรย์ ร่างของมู่หลินหว่านกลับมาหายใจอีกครั้ง

แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับไม่ใช่มู่หลินหว่านคนเดิม

“เฮือก!! โอย ไอ้พวกกากเดนสังคมทำไมมันไม่ยิ่งให้แม่นตั้งแต่นัดแรกวะ จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดก่อนจะโดนยิงซ้ำตายอีกรอบเนี่ย อูย

ว่าแต่ทำไมมันเจ็บที่หลังแทนที่ขากับหัวกันล่ะ ไม่มี!! ที่หัวไม่มีรูถูกยิงด้วยปืนที่ขาก็ไม่มีอีกเหมือนกัน แล้วตกลงที่นี่ไม่ใช่ที่ไร่ของไอ้จอมเหรอ เอ๊ะ!! ตอนที่สติจะดับวูบไปเหมือนจะได้ยินเสียงใครสักคน ตอบรับคำขอที่ว่าอยากมาอยู่ในซีรี่ย์จีนหรือว่าจะมีเทพเทวดาส่งไอ้จอมมาตามคำขอจริง ๆ”

ขณะที่เจ้าจอมกำลังทบทวนความทรงจำก่อนตาย จู่ ๆ ก็มีภาพเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จนปวดหัวตาลายอยากจะอาเจียนมันออกมา

“ที่แท้ก็ส่งไอ้จอมมาอยู่ในร่างของคนถูกรังแกนี่เอง พวกคนใช้ในจวนว่าชั่วแล้วแต่พ่อของร่างนี้ชั่วยิ่งกว่า มู่หลินหว่านหากวิญญาณ

ของเธอรับรู้ถึงการมีอยู่ของฉัน จงจากไปอย่างหมดห่วงและปล่อยวางเรื่องทุกอย่างซะ ส่วนความอัดอั้นตันใจกับความทุกข์ของเธอที่ผ่านมานั้น ฉันเจ้าจอมลูกสาวกำนันจงผู้นี้จะเอาคืนพวกมันให้เธอเอง ก่อนจะออกจากจวนแห่งนี้ฉันอาจจะสั่งสอนพวกมันได้ไม่มาก แต่ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะเมื่อใดที่ออกไปจากที่นี่ได้ และฉันสามารถสร้างกิจการจนมีเส้นสายที่ใหญ่กว่าพ่อของเธอ รับรองได้เลยว่าวันที่คนตระกูลมู่จะต้องมีชีวิตที่ตกต่ำ กลายเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาดไปทั่วแคว้น รวมถึงต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำกับเธออย่างสาสมอยู่ไม่สู้ตายเท่านั้น ฉันจะมอบ

ให้คนอย่างพวกมันที่รังแกเธอกับแม่ เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยก็แล้วกันนะมู่หลินหว่าน” เจ้าจอมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของ

มู่หลินหว่าน ก็แทบจะทนไม่ไหวอยากจะเอาคืนคนพวกนั้น เพียงแต่ร่างการยังไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก หลังจากนี้ต้องบำรุงร่างกายฟื้นคืนกำลังเสียแล้ว

‘วูบ..ขอบคุณท่านมาก’

“เฮ้อ ร่างกายไม่มีแรงเอาซะเลยสาวน้อยคนนี้ ท่านเทพเทวดาผู้ที่พาฉัน เอ๊ย ข้ามายังที่แห่งนี้หากท่านมีอยู่จริงแล้วละก็ ได้โปรดเมตตาช่วยรักษาแผลที่หลังให้หน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจจะต้องตายซ้ำอีกรอบก็ได้เจ้าค่ะ”

“............”

“ว่าแล้วเชียวที่แท้พวกเทพอะไรเนี่ยไม่มีอยู่จริง ก็แค่เรื่องโกหกที่แต่งขึ้นให้คนจินตนาการก็เท่านั้น หรือว่าท่านเทพจะขี้เกียจทำงานเหมือนพวกดองงานไรงี้ หากเป็นเช่นนี้ต้องร้องเรียนไปยังเง็กเซียนฮ่องเต้แล้ว เฮ้ โยว่ ท่านเง็กเซียนผู้ปกครองสวรรค์ท่านรู้หรือไม่ว่ามีเทพเทวดา

ที่อยู่ใต้อาณัติของท่านกำลังขี้เกียจทำงานอยู่นะ อย่าลืมไปตรวจสอบเทพเหล่านั้นด้วยนะเจ้าคะ”

“วูบบบบบ...!!”

“เอ๊ะ!! จู่ ๆ ก็เหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บที่หลังหรือที่อื่นอีก ทั้งแผลเก่าแผลใหม่สงสัยท่านเทพคงจะกลัวเง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษเป็นแน่ ฮ่า ๆ ๆ ต้องแบบนี้ท่านเทพทำงานรวดเร็วมากไว้วันหน้า ข้าสามารถหาซื้อที่ดินผืนใหญ่ได้และสร้างบ้านสวนได้สำเร็จพวกท่านค่อยลงมาเที่ยวพักผ่อน

ที่บ้านสวนของข้าได้เสมอนะเจ้าคะ สาธุ” เจ้าจอมพูดจบก็ยกมือไหว้ขึ้นเหนือหัว

‘นี่ ๆ ๆ เจ้าดูนางสิเห็นหรือไม่ข้าเตือนแล้วนะว่าอย่าส่งนางไปโลกอื่น แล้วเป็นอย่างไรล่ะทีนี้ปากกล้ายิ่งนักความเป็นกุลสตรีคุณหนู

ในห้องหออยู่ตรงไหน ท่าทางเช่นนี้คนเขาเรียกว่ารนหาที่เจ็บตัวชัด ๆ ถึงนางจะเป็นลูกของเจ้าก็เถอะหากยังมีครั้งหน้าอีก ข้าจะไม่เกรงใจ

กับการสั่งสอนนางเป็นแน่ ฮึ ไปดีกว่า’

‘แล้วนางมิใช้หลานรักของเจ้ารึเทพจันทรา แต่ข้าว่านางเป็นเช่นนี้ออกจะน่ารักน่าชังมากกว่านะ ฮ่า ๆ ๆ’

หลังจากข่มขู่ขอให้เทพเทวดาช่วยรักษาบาดแผลที่หลัง เจ้าจอมที่อยู่ในร่างของมู่หลินหว่านก็เริ่มสำรวจกระท่อมน้อย ๆ ว่าพอจะมีอะไร

ให้กินรองท้องได้บ้าง แต่ทว่าเดินหาอยู่สักพักมีเพียงน้ำเปล่าเย็นชืดเท่านั้น รวมถึงชุดเก่า ๆ ที่มีร่องรอยของการปะชุนอยู่เต็มไปหมด เจ้าจอมได้แต่ถอนหายใจให้กับความลำบากนี้ของมู่หลินหว่านแล้วจริง ๆ

ดั่งสวรรค์ต้องการทดสอบว่าการรักษาของตนดีมากเพียงใด เพราะด้านนอกกระท่อมยามนี้มีเสียงเรียกจากฮุ่ยเหมย ผู้เป็นสาวใช้

คนสนิทของมู่จือหย่ามาตามนางไปปรนนิบัติรับใช้ แต่คนอย่างไอ้เจ้าจอมจะยอมให้ถูกรังแกได้อย่างไร งานนี้มันต้องสำแดงเดชกันบ้างเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเป็นน้ำจิ้มไปก่อนก็แล้วกัน

“ปัง ๆ ๆ นังหลินหว่าน ๆ ออกมาเดี๋ยวนี้นะคุณหนู่ใหญ่เรียกหาเจ้า แอบอู้อยู่หลายวันเกินไปแล้วเปิดประตูออกมา อย่าให้ข้าต้องใช้

ไม้แข็งบุกเข้าไปตามถึงด้านในนะนังหลินหว่าน”

“แอ๊ด กึก เป็นอะไรแหกปากเสียงดังอยู่ได้มันน่ารำคาญนะ เจ้าเข้าใจคำว่าน่ารำคาญป่ะกินนกหวีดเป็นอาหารหรือไง เสียงถึง

ได้แหลมบาดหูขนาดนี้เรียกปกติเคาะประตูอย่างมีมารยาทน่ะ ทำเป็นไหมหรือทำเป็นแต่ไม่อยากทำงั้นสิ ยัง ๆ จะมองหน้าอีกข้าถามไม่ได้ยินหรือไง คำว่ามารยาทรู้จักมะเจ้านายไม่สั่งสอนเลยเหรอนังฮุ่ยเหมย”

“.........!!??”

“อ้าว ยังจะเงียบอีกถามไม่ตอบจะเงียบอีกนานไหมนังฮุ่ยเหมย ถ้าจะเงียบก็ดีข้าจะได้กลับไปนอนพักต่อ อย่าลืมปิดประตูให้ด้วยล่ะ

แต่อย่าปิดแรงเดี๋ยวมันจะพังเข้าใจแล้วนะ” มู่หลินหว่านคนใหม่พูดน้ำไหลไฟดับ จนฮุ่ยเหมยยังคงอึ้งกับท่าทางแปลก ๆ เหล่านี้

“จะ จะ เจ้าคือนังหลินหว่านจริงหรือเหตุใดถึงได้ไม่เหมือนเดิม เพราะถูกโบยจนสติเลอะเลือนไปแล้วการพูดจาการจาก็ดูแปลก ๆ ฟังไม่รู้เรื่องนกอะไรของเจ้าร้องหวีด ๆ ไม่มีนกตัวไหนส่งเสียงร้องเช่นนั้นหรอกนะ”

“เจ้าไม่รู้จัก อ้อ ไม่เป็นไรเอาเป็นว่าข้ารู้จักดีก็แล้วกัน ว่าธุระของเจ้ามาข้าไม่ว่างมายืนคุยกับบ่าวไม่มีมารยาทเช่นเจ้า”

“ฮึ ได้นอนพักหลายวันเข้าหน่อยทำปีกกล้าขาแข็ง พูดจาดั่งแม่ค้ากลางตลาดก่อนหน้านี้เหตุใดไม่ปากเก่งเช่นตอนนี้เล่า เอาเป็นว่าเจ้ารีบตามข้าไปพบคุณใหญ่ที่เรือนโดยเร็ว เพราะคุณหนูใหญ่มีงานสำคัญรอให้เจ้าไปทำรีบตามมาได้แล้ว เสียเวลาของข้าไปมากถ้าเจ้ายังไม่ยอม

ขยับเท้าละก็จะโดนอะไรย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจนะ”

“อ้อ หากข้าไม่ยอมทำตามที่บอกมาจะต้องเจ็บตัวเช่นเดิมสินะ แล้วเจ้าเคยเจ็บเช่นนั้นสักครั้งหรือยัง ถ้าข้าไม่ก้าวเท้าตามเจ้าไปในวันนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นอกจากจะโดนเจ้าทุบตีเป็นคนแรกเช่นทุกครั้ง”

“นังหลินหว่าน!! อย่ามาต่อปากต่อคำให้มากนักจะได้ไหมพอหายเจ็บก็ปากเก่งกว่าเดิมเชียวนะ แม่ของเจ้ายังไม่กล้าแม้จะต่อล้อ

ต่อเถียงกับข้า ได้เจ้าจะยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นใช่ไหมได้เลยเจ้าอยากเจ็บตัวเพิ่ม ข้าฮุ่ยเหมยยินดีอย่างมากจะสนองให้เจ้าอะ..”

“เพี๊ยะ!! โอ้ย เพี๊ยะ!! โอ้ย หมับ โป๊ก!! โป๊ก!! ตุบตับ!! อั่ก”

“ข้าบอกว่าอย่างไรที่พูดออกไปมันไม่เข้าหูของเจ้าเลยรึ ห๊ะ!! ชอบรังแกคนอ่อนแอดีนักใช่ไหมวันนี้หากไม่สั่งสอนซะบ้าง เจ้าคงจะลืมตัวไปอีกนานว่าเจ้าคือสาวใช้ไม่ใช่เจ้านายของจวนนี้ โป๊ก!! เพราะข้าคือคุณหนูรองมู่หลินหว่านที่เป็นเจ้านาย สาวใช้เช่นเจ้ากล้าดีอย่างไรมาออกคำสั่งจิกหัวใช้ข้า” มู่หลินหว่านทั้งตบทั้งกระทืบไหนจะจับหัวของฮุ่ยเหมยโขกกับขอบประตูกระท่อม

“กรี๊ดดด โอ๊ย ปล่อยนะอย่าทำอีกเลยข้าเจ็บแล้ว โอ๊ย หัวของข้าปูดบวมถึงเพียงนี้แล้วหยุดมือซะที”

“หึ ทำไมยามที่ข้าร้องขอความเมตตาจากเจ้าล่ะ เคยมอบมันให้บ้างหรือไม่เคยคิดจะหยุดมือที่ทำร้ายข้าบ้างไหม ไม่เคยมีทั้งเจ้านาย

ทั้งบ่าวสารเลวเหมือนกันหมด ก่อนที่เจ้าจะกลับไปรายงานกับมู่จือหย่าเจ้าต้องไปหาข้าวมาให้คุณหนูรองผู้นี้กินซะดี ๆ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”

“เพ้ย!! อูย เจ้าหิวก็ไปหากินเองข้าคือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ ไม่ใช่สาวใช้ส่วนตัวของเจ้านังหลินหว่าน รอข้ากลับไปรายงานคุณหนูใหญ่ก่อนเถิดครั้งนี้เจ้าไม่ตายดีแน่”

“งั้นหรือไม่โดนเพิ่มอีกสักทีสองทีคงจะไม่ดีขึ้น เช่นนั้นข้าจะช่วยทำให้เจ้าจดจำคุณหนูรองมู่หลินหว่านไปตลอดชีวิต ปากดีนักดื้อด้านไม่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายต้องเลาะฟันออกมาให้หมด”

“หมับ!! ผั๊วะ! ผั๊วะ! อ๊ะ โอ๊ย ตุบตับ!! ตุบตับ!! อั่ก ปึก! ปึก! อ่ะ แค่ก ๆ ๆ เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! โอ๊ย”

“ฟะ ฟะ ฟันของข้า ฮือ ๆ ๆ ยะ ยะ ยอมแล้วข้ายอมทำตามที่เจ้าบอก ได้โปรดหยุดมือของเจ้าเถิดเจ็บจะตายอยู่แล้ว ฮึก ๆ” ฮุ่ยเหมยถูก

เจ้าจอมที่อยู่ในร่างของมู่หลินหว่าน ตบตีโดยใช้ทั้งมือและเท้าจนสภาพของฮุ่ยเหมยต่างกับตอนมาที่กระท่อมลิบลับ

“ผลัก! ยอมทำตามตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวถึงเพียงนี้ รีบไปเอาอาหารมาได้แล้วอย่าได้ชักช้าอีก ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะเปลี่ยนใจฝังเจ้าไว้ที่นี่แทน ส่วนคำแก้ตัวที่เจ้าทำงานไม่สำเร็จก็หาทางออกเอาเอง”

“ปะ ปะ ไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะท่านรอไม่นานข้าจะรีบกลับมา อูย”

ฮุ่ยเหมยไม่กล้าสบตากับมู่หลินหว่านอีก นางก้มหน้าวิ่งออกไปทำตามที่ถูกข่มขู่ไว้อาหารหลายอย่าง ฮุ่ยเหมยยกไปยังกระท่อมเก่า ๆ อย่างรวดเร็ว นางไม่คิดไม่ฝันว่ามู่หลินหว่านจะเปลี่ยนไปได้เพียงนี้หลังจากถูกโบย สายตาที่มองมาน่ากลัวมากกว่ายามเจ้านายของตนโกรธเสียอีก แต่ฮุ่ยเหมยก็ต้องเจ็บตัวซ้ำเพราะว่าตามมู่หลินหว่านไปไม่ได้ ทำให้มู่จือหย่าเสียเวลารออยู่ในเรือนตั้งนานสองนาน จนเกือบทำให้คู่หมั้นที่ตนอุตส่าห์แย่งมาจากมู่หลินหว่านได้ ไม่อยากรอจวนเจียนจะกลับจวนอยู่แล้วมู่จือหย่าถึงได้ออกมาพบ และกล่าวขออภัยกันอยู่ยกใหญ่ฝ่ายบุรุษจึงยอมยกโทษให้ เมื่อรู้ว่าที่มู่จือหย่าออกมาพบตนเองช้าเป็นเพราะถูกมู่หลินหว่าน คอยกลั่นแกล้งขัดขวางนางเอาไว้ไม่ยอมให้มาพบกับคู่หมั้น เพื่อสร้างความเกลียดชังในตัวของมู่หลินหว่านเพิ่มขึ้นไปอีก

“นังหลินหว่านมาได้เสียทีรีบมาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า ป่านนี้คุณชายเฉินคงมานั่งรออยู่ที่ห้องรับรองแขกนานแล้ว หากยังชักช้าอยู่อีกข้าจะสั่งให้คนโบยเจ้าเพิ่ม” มู่จือหย่ามิได้หันไปมองว่าคนที่มามิใช่มู่หลินหว่าน จนกระทั่งมีเสียงตอบกลับมาถึงได้รู้ว่าเป็นฮุ่ยเหมยแทน

“คะ คะ คุณหนูบ่าวฮุ่ยเหมยเองเจ้าค่ะ ขออภัยคุณหนูที่ปล่อยให้ท่านต้องรอนานเช่นนี้ แต่ว่าบ่าวไม่สามารถพาตัวนังหลินหว่านมาได้ มิหนำซ้ำยังถูกนางทุบตีจนมีสภาพอย่างที่คุณหนูเห็นเจ้าค่ะ อูย เจ็บ”

“ฮุ่ยเหมย!! ฮึ่ย เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! โอ๊ย”

“ไร้ประโยชน์แค่กาฝากคนเดียวก็จัดการไม่ได้ แล้วจะให้เจ้าคอยอยู่ดูแลข้างกายข้าได้อย่างไร มันจะมีแรงจากไหนมาสู้กับเจ้าได้ ห๊ะ!!”

“ฮือ ๆ ๆ คุณหนูเจ้าขายามนี้อย่าเพิ่งลงโทษบ่าวเลยนะเจ้าคะ ท่านควรแต่งตัวให้งดงามและออกไปพบคุณชายเฉินเสียก่อน หากยัง

ไม่ยอมออกไปบ่าวเกรงว่าคุณชายเฉินจะกลับจวน แทนที่คุณหนูจะได้ออกไปเดินเล่นให้สตรีด้านนอกอิจฉาท่านได้นะเจ้าคะ ฮึก” ฮุ่ยเหมยรีบขัดอารมณ์โมโหของมู่จือหย่าไว้ด้วยชื่อของเฉินเยี่ยนหมิง

“หึ ถือว่าเจ้ารอดตัวไปก็แล้วกันรีบมาช่วยข้าแต่งตัว คราวหน้าหากยังทำงานไม่ได้เรื่องเช่นนี้อีก เจ้าจะถูกขายออกไปจากจวนหลังนี้อย่างถาวร” มู่จือหย่าพยายามอย่างมากกับการระงับความโกรธที่มี เพื่อปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเรียบร้อยอ่อนหวาน สำหรับเรียกร้องความสนใจจากบุรุษที่ตนหลงใหลมาตั้งแต่เยาว์วัย

“มู่หลินหว่านท่านพ่อและท่านแม่แย่งทุกอย่างจากมารดาเจ้าได้ ตัวข้าก็แย่งบุรุษที่ควรเป็นของเจ้ามาอยู่ข้างกายของข้า คนไร้ค่าเช่นเจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งฮูหยินขุนนางชั้นสูง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป