บทที่ 4 อัสลาน
"นี่คุณ...พูดภาษาของผมได้หรือเปล่า?"
เขาเอียงคอเล็กน้อยเเล้วจ้องมองอีกฝ่ายตาเเป๋ว ทว่านอกจากเสียงลมพัดเบาๆก็ไม่มีสุ้มเสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีซีด มีเพียงสายตาเเข็งกร้าวที่จ้องมองห่อผ้าสีเเดงในมือของเขานิ่งงัน
"เอ่อ...."
"ข้าให้เจ้า"
"เอ๊ะ?"
เขาเบิกตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะนอกจากสุ้มเสียงของอีกฝ่ายจะก้องกังวานจนน่าขนลุก ภาษาที่ได้ยินยังเเปลกประหลาดจนเขาที่เพิ่งเกิดเรียนรู้ไม่ทัน
"เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าพยายามดูดนมเเม่ๆของเจ้า เเต่พวกนางคงไม่มีน้ำนมให้เจ้าดื่มกินได้อีก เจ้าถึงต้องออเซาะดูดเลียเสียขนาดนั้น"
"....."
"กินซะเถอะ ในห่อผ้ามีผลเซมเบิร์ก คงทำให้เจ้าอิ่มท้องได้ชั่วคราว"
เขาเกาหัวเเกรกๆอย่างใช้ความคิด เพราะนอกจากพวกเราจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง อีกฝ่ายยังพูดออกมาเสียยืดยาว เเต่ถามว่าเขาเข้าใจบ้างไหม ก็บอกได้คำเดียวว่าไม่ เเถมมือใหญ่ๆยังไม่ยอมเอื้อมมารับถุงเเดงสดในมือของเขากลับไปอีกด้วย
"ถ้าคุณไม่เอา งั้นผมเก็บเอาไว้เองนะ"
เขาเเกล้งดึงถุงผ้ากลับมาเเล้วทำหน้าตาเหรอหรา ทว่าอีกฝ่ายกลับเเสดงสีหน้าพึงพอใจออกมาเสียอย่างนั้น ทำราวกับว่าถึุงผ้าในมือถูกโยนลงน้ำให้เขาโดยเฉพาะ
"ระ...หรือว่า"
"....."
"คุณให้ผมหรือ?"
พระเจ้า!
ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายผูกมิตรเพื่อผลประโยชน์เเท้ๆ เเต่เจ้ายักษ์ที่มีสีผิวทองเเดงกลับเป็นฝ่ายรุกเข้ามาหาเสียก่อน ทำให้เขาถึงกับเผลอหยีตาเเละยิ้มออกมาด้วยความดีใจ รีบเเกะถุงผ้าเเล้วล้วงหยิบผลไม้เล็กๆออกมาใส่มือด้วยความตื่นเต้น
เอ๋?
ไหงมันคล้ายลูกเชอร์รี่ในโลกเดิมของเขาเลยหล่ะ ลักษณะก็คล้าย กลิ่นก็คล้าย มีเพียงสีที่ค่อนข้างจะเเดงก่ำเหมือนเลือดนกเท่านั้นที่ผิดเเปลกออกไป
"มันกินได้เเน่ๆใช่ไหม"
เขาหันกลับไปมองเหล่าภูติสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนบกด้วยความฉงน เพราะเมื่อครู่พวกหล่อนยังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวหน้ารำคาญอยู่เลย เเต่มาในตอนนี้กลับเงียบสนิทเหมือนถูกถอดปลั๊ก เเต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่ ถึงยังไงการผูกมิตรกับบุคคลภายนอกย่อมสำคัญกว่าอยู่เเล้ว
"งะ...งั้นกินนะ"
เเค่เห็นผลไม้ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเขาก็อดใจไม่ไหว ยัดลูกเล็กๆเข้าปากเเล้วเคี้ยวช้าๆเพื่อซึมซับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของมัน ซึ่งในระหว่างที่เขากินนั่นเอง สายตาดุดันก็จ้องมองราวกับเอ็นดูกับการกระทำของเขา
ทว่าเขากลับไม่ได้ใส่ใจอีกเเล้ว เพราะเขาเพลิดเพลินไปกับการกินผลไม้เเสนอร่อย ไล่เลียปลายนิ้วที่เปรอะเปื้อนน้ำหวานจนถึงปลายนิ้ว ไม่สนใจลมหายใจหืดหาดของร่างสูงใหญ่ที่ดังขึ้นทุกขณะ
.
.
.
.
ในคราเเรกที่อัสลานตั้งใจโยนถุงผ้าเล็กๆลงน้ำ มันก็ไม่คิดว่าเจ้าตัวน้อยเเสนซนจะกล้าหยิบมาคืนเช่นนี้ หากเเต่มันก็ยังเพิกเฉยต่อน้ำเสียงขาดห้วงของอีกฝ่าย เเล้วเบี่ยงสายตาไปยังถุงผ้าที่บรรจุผลเซมเบิร์กเอาไว้เสียมากมาย
อ่า...
อัสลานหวังเพียงให้เจ้าตัวน้อยละเลียดชิมผลเหล่านั้นด้วยสีหน้าเบิกบาน เนื่องจากผลเซมเบิร์กจะงอกงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น อีกทั้งยังใช้เป็นสิ่งของเเทนใจ หากชายใดต้องตาหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ก็มักจะนำผลไม้ชนิดนี้ไปมอบให้กับนางเเล้วอยู่ด้วยกันตราบชั่วนิรันดิ์
"กินซะเถอะ ในห่อผ้ามีผลเซมเบิร์ก คงทำให้เจ้าอิ่มท้องได้ชั่วคราว"
เเน่นอนว่าผลเซมเบิร์กคงไม่ทำให้เจ้าตัวน้อยอิ่มท้องได้นาน เเต่ร่างกายก็เล็กจ้อยเพียงเท่านี้ จะกินได้สักเเค่ไหนกันเชียว
"มันกินได้เเน่ๆใช่ไหม?"
อัสลานรู้ว่าเจ้าตัวน้อยอาจเคลือบเเคลงในความหวังดีของมัน อีกทั้งเหล่าภูติสาวยังมีท่าทีห้ามปรามด้วยการส่งเสียเจื้อยเเจ้ว เห็นดังนั้นมันจึงตีสีหน้าขรึมเเล้วปล่อยจิตสังหารให้กระทบกับร่างเล็กๆที่เเช่อยู่ในน้ำน้อยที่สุด
"อย่ามายุ่งกับข้า!"
เฮือก!
ภูติสาวเหล่านั้นสะท้านเฮือก เเละเมื่อเจ้าตัวน้อยหันกลับมองด้วยสายตาเคลือบเเคลง มันจึงทำเป็นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดวงตาคู่นั้นจ้องมองผลเซมเบิร์กในมือสั่นระริก ก่อนจะขบเคี้ยวผลพวกนั้นด้วยซี่ฟันทื่อๆน่ารักน่าชัง
เเผล็บ!
หัวใจดวงโตของมันเต้นระส่ำยามลิ้นเล็กๆโผล่ออกมาจากริมฝีปากเเดงระเรื่อ เลียคราบเหนียวเหนอะตั้งเเต่ปลายนิ้วไปถึงหลังมือ ซึ่งการกระทำดังกล่าวชวนให้มันรู้สึกร้อนรุ่มชอบกล อยากกระชากร่างนั้นเข้ามาเเนบชิดลำตัว เเล้วกลืนกินร่างกายงดงามตั้งเเต่เส้นผมจรดปลายเท้า
อึ่ก!
มันเองก็ใช่อิฐใช่ปูนที่ไหน มีร่างงดงามเช่นนี้มายืนเเก้ผ้ายั่วยวนอยู่ตรงหน้ามีหรือจะอดทนไหว เเต่มันก็ต้องเเสร้งผูกมิตรกับเจ้าตัวน้อยเสียก่อน ค่อยๆหลอกล่อให้เจ้าตัวน้อยไว้ใจเเล้วฉุดคร่ากลับเมือง
"อร่อยจัง มีอีกไหม"
อัสลานเข้าใจว่าเจ้าตัวน้อยเป็นสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งถือกำเนิดได้ไม่นาน ดังนั้นการกระทำทุกอย่างจึงไร้เดียงสา อีกทั้งการพูดจายังเเปลกประหลาดจนต้องกลั้นยิ้มเบาๆ
"พูดอะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจ"
"......"
"เเต่เอาเถิด เห็นเเก่ความน่ารักน่าชังของเจ้า ข้าจะหาผลเซมเบิร์กมาให้อีกเยอะๆ"
เพียงเจ้าตัวน้อยยอมกินผลเซมเบิร์กของมันที่หามาให้ ก็เท่ากับว่าอีกฝ่ายยอมรับการหมั้นหมายจากมัน ทีนี้ก็เเค่รอเวลาที่เหมาะสม พาเจ้าตัวน้อยกลับไปเเต่งงานเเละครองอณาจักรอัสลาโทเปียด้วยกัน
