บทที่ 8 ความอ่อนเเอของว่าที่เจ้าสาว
"ดอกไม้บนศีรษะของเจ้าเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์ เมื่อครู่เจ้าเคลิบเคลิ้มมันจึงกลายเป็นสีชมพูระเรื่อเเละส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ตอนหลับมันจะกลายเป็นสีม่วงน่าค้นหา เเละตอนนี้มันก็กำลังกลายเป็นสีเเดงเข้มดั่งเลือดนก เป็นเพราะเหตุใด เจ้าบอกได้หรือไม่เจ้าตัวน้อยของข้า"
ทุกครั้งที่อัสลานทำหน้าซื่อตาใสเขาก็ยิ่งโกรธ อยากจิกทึ้งหนังหัวของมันให้หลุดเเล้วฆ่ามันให้ตายคามือ เเต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันอ้าปากเขาก็รู้สึกง่วงเเปลกๆ ตาที่ถลึงเมื่อครู่ก็พลันหรี่ปรือใกล้ปิด เเม้กระทั่งสติสัมปัญญะก็ดูจะร่อยหรอลงไปทุกที
นี่เขา...
กำลังจะขิตอีกเเล้วใช่ไหม
.
.
.
.
หลังจากที่เจ้าสาวของตนหลับไปได้ไม่นาน
ปลายนิ้วหยาบกระด้างก็เกลี่ยพวงเเก้มขาวนวลอย่างไม่อาจหยุดยั้ง นั่นเพราะอัสลานเพิ่งจะเคยพบเห็นสิ่งที่งดงามเช่นนี้เป็นครั้งเเรก ความงดงามที่เเสนจะยั่วเย้าเเละเเปลกประหลาดในคราเดียวกัน
"เเร่ธาตุในกระถางอาจไม่เพียงพอให้ว่าที่ราชินีดูดซึมอีกต่อไปเเล้ว ให้พวกกระหม่อมช่วยเหลืออันใดหรือไม่"
"....."
คราวนี้อัสลานหลุบตามองดินที่ถูกพรวนจนร่วนซุยด้วยสายตาเรียบนิ่ง พลันดวงหน้าตมคร้ามก็กลายเป็นมืดครึ้มภายในชั่วพริบตา
"เพียงไม่กี่วันดินพวกนี้ก็เปลี่ยนสี เเล้วนางจะเอาอันใดหล่อเลี้ยงลำต้นของนาง"
อัสลานเลี้ยงว่าที่เจ้าสาวของตนด้วยดินเเละน้ำที่ตักตวงมาจากสถาณที่ศักดิ์สิทธิ์ เเละหากสิ่งเหล่านั้นไม่อาจช่วยให้ว่าที่เจ้าสาวของตนอยู่รอดได้อีกต่อไป พระองค์จะหาสิ่งอื่นมาทดเเทนได้หรือไม่ เพราะยังไงพระองค์ก็ไม่มีทางให้อีกฝ่ายอดตายเพียงเพราะถูกพรากมาจากอ้อมกอดของมารดา
"ฝ่าบาท ถึงยังไงนางก็ไม่อาจกินดินเเทนอาหารได้ตลอดไป นางจำต้องปรับตัวให้เหมือนพวกเรามากที่สุด"
"เช่นนั้นหรอกหรือ"
หัวคิ้วที่เคยขมวดก็คลายลงเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าที่เจ้าสาวของพระองค์จะต้องปรับตัวอีกมากทีเดียว เเละจะให้นั่งกินดินกินหญ้าต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงก็ใช่ที่
อีกอย่าง....
เป็นพระองค์เองที่ห่วงกังวลมากเกินไป เจ้าสาวของพระองค์เพียงเเค่หยิบยืมพลังจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเอาตัวรอด เเต่เมื่อถูกนำออกมาจากที่นั่นพระองค์ก็วิตกจริตไปเอง ถึงได้นำดินเเละน้ำจากที่เเห่งนั้นมาฝังกลบว่าที่เจ้าสาวเพื่อใช้เป็นอาหารสำรองในระหว่างเดินทาง
"เห้อ....ข้าหวังว่านางจะกินอาหารเช่นเราได้"
เเม้ว่าหัวคิ้วจะคลายลงเเล้ว เเต่เเววตาก็ยังคงเเฝงความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าเช่นนั้นก็ถอยออกไป ข้าจักพานางออกจากสถาณที่เพาะเลี้ยงด้วยตนเอง"
ว่าเเล้วก็ใช้มือเปล่ากุยดินออกจากกระถางต้นไม้ด้วยท่าทางมุ่งมั่น เเซะบริเวณรอบๆอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของว่าที่เจ้าสาวตัวน้อย กระทั่งลำตัวส่วนบนโผล่พ้นออกมาสูดอากาศภายนอก สายตาคมปลาบก็จดจ้องไปยังเม็ดเล็กๆที่หน้าอกสองข้าง
อึ่ก!
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ว่าที่เจ้าสาวของพระองค์มีเสน่ห์ดึงดูดเหลือเกิน ทั้งๆที่อีกฝ่ายมีร่างเเน่งน้อยเสียยิ่งกว่าอิสตรีนางไหนที่พระองค์เคยพบ เเต่ทำให้พระองค์หลงใหลได้ตั้งเเต่เเรกเห็น ช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจจนต้องเสตาหลบ เเล้วใช้ผ้าเเพรที่รับจากมือขององครักษ์มาปกคลุมเรือนกายขาวดั่งอัญมณีน้ำงามให้รอดพ้นจากสายตานักล่า เเล้วจึงค่อยๆโอบกอดร่างนั้นเอาไว้ในอ้อมเเขนเเข็งเเรงของพระองค์
"ข้าจะเร่งการเดินทางให้ไวขึ้น เจ้าสาวของข้าต้องการหมอหลวงเเละอาหารบำรุงร่างกาย"
พระองค์จิตนาการถึงปากเล็กๆที่อ้ารับอาหารอร่อยๆจากมือของตน ไหนจะท่าทางออดอ้อนเเละเอียงอายยามจมูกโด่งเป็นสันเฉียดกรายผิวเเก้มหอมกรุ่น
"พะยะค่ะ ในระหว่างนี้หม่อมฉันจะไปดูลาดเลาเพื่อความปลอดภัย เชิญเสด็จพร้อมว่าที่เจ้าสาวพะยะค่ะ"
"อืม ขอบใจเจ้ามาก"
อัสลานตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พลางก้าวเท้าเเต่ละก้าวด้วยความนิ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าด้วยความที่พระองค์เอาใจใส่ว่าที่เจ้าสาวมากไป ทำให้สัญชาตญาณรอบตัวลดลงเป็นอย่างมาก ไม่รับรู้ถึงสายตาของใครบางคนที่สะกดรอยตามมาอย่างเงียบๆเป็นเวลาเนิ่นนาน
ซึ่งผู้ที่สะกดรอยตามการเดินทางของว่าที่กษัตริย์เเห่งอัสลาโทเปียนั้น มีจุดมุ่งหมายคือเจ้าต้นไม้น้อยๆ ที่ซวนซบอยู่ตรงซอกคอหนั่นเเน่นของร่างกำยำสูงใหญ่
ทว่าไม่ใช่ความหลงใหลใคร่รู้อย่างอัสลานผู้นั้น เเต่เป็นความทะเยอทะยานของตนเอง ที่ต้องการนำเจ้าตัวน้อยเป็นเครื่องมือในการปกครองอณาจักร ใช้ประดับบารมีของตนให้เหมะสมเเก่การดำรงตำเเหน่งรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียว
.
.
.
.
"เหตุใดว่าที่เจ้าสาวของข้าถึงได้อ่อนเเอเช่นนี้"
พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นเวลาสองวันที่พระองค์เสด็จออกจากป่าเข้าสู่เขตเมืองเพื่อทำการพักผ่อนเเละหลบซ่อนสายตาของบรรดาผู้คน เเต่เจ้าสาวตัวน้อยก็ยังหลับใหลอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว หลับตาพริ้มเเละนอนกระสับกระส่ายราวกับอยู่ในห้วงฝันทุกข์ระทม
"อาจเป็นช่วงปรับตัวหรือไม่ ปกตินางอาศัยอยู่ในเขตเเดนของตนเอง มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองเเละป้อนสารอาหาร เเต่มาเวลานี้นางต้องมาอาศัยอยู่ในถิ่นของเรา ย่อมต้องใช้เวลาในการปรับตัวพะยะค่ะ"
องครักษ์หนุ่มเหลือบตามองนายเหนือหัวที่ทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก เเต่เมื่อสายตาของมันเห็นมือใหญ่ที่ล้วงใต้ผ้าห่มบริเวณหว่างขาของว่าที่เจ้าสาว หัวคิ้วของมันก็พลันก็ตุกถี่ๆเเละอยากสอบถามเจ้านายของมันเหลือเกิน ว่าเป็นห่วงอย่างไรถึงได้กล้าลวนลามอีกฝ่ายทั้งๆที่หลับอยู่ในห้วงนิทราเช่นนั้น
