บทที่ 7 บทที่ 7

ชิงหลัวหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ

"ฐานะของนางต่ำที่สุด บิดาเป็นเพียงผู้ว่าราชการเมืองชายแดน แต่ไทเฮาทรงเอ็นดูมาก นางจึงเติบโตในวังหลังอย่างรวดเร็ว"

หลินเวยวางถ้วยชาลง ห้าคน ห้าตระกูล ห้าผลประโยชน์แต่ร่วมมือกันเล่นงานฮองเฮา เรื่องนี้ไม่ปกติ

"แล้วพวกนางสามัคคีกันได้อย่างไร"

ชิงหลัวถอนหายใจ "เพราะศัตรูของพวกนางเหมือนกันเพคะ"

"ข้า?"

"เพคะ" นางกำนัลก้มหน้าลง  "ตั้งแต่ฮองเฮาเสด็จเข้าวัง ตระกูลเซี่ยมีอำนาจมากที่สุด หากพระองค์ให้กำเนิดรัชทายาท ตำแหน่งของทุกคนก็จะสั่นคลอน"

หลินเวยเริ่มเข้าใจ ดังนั้น...ก่อนที่ฮองเฮาจะมีโอรสต้องกำจัดฮองเฮาเสียก่อน

"แล้วฮ่องเต้ล่ะ"

ชิงหลัวนิ่งไป "ฝ่าบาท...ไม่เคยโปรดฮองเฮาเพคะ"

"เพราะอะไร"

"ตอนอภิเษก พระองค์ทรงมีพระทัยให้สตรีอีกคน แต่ไทเฮากับขุนนางใหญ่บังคับให้แต่งกับตระกูลเซี่ยเพื่อรักษาสมดุลอำนาจ"

หลินเวยหลับตาลง เข้าใจแล้ว ฮ่องเต้ไม่ได้เกลียดเซี่ยอวี้หลันเป็นการส่วนตัว แต่เกลียดการแต่งงานทางการเมือง ร่างเดิมจึงกลายเป็นผู้รับเคราะห์

"ฮองเฮา..." ชิงหลัวเรียกเบา ๆ

"มีอะไร"

"พระองค์จำไม่ได้จริง ๆ หรือเพคะ"

หลินเวยยิ้มจาง ๆ "หลังดื่มยาพิษ ความทรงจำหลายอย่างเลือนราง"

ชิงหลัวพยักหน้าอย่างโล่งใจ นั่นอธิบายได้ว่าทำไมฮองเฮาถึงเปลี่ยนไป หลินเวยลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างตำหนักคุนหนิงกว้างใหญ่สมฐานะฮองเฮา แต่เงียบผิดปกติ แทบไม่มีขันทีเดินผ่าน แทบไม่มีนางกำนัลเข้าออก

"ทำไมตำหนักเงียบอย่างนี้"

ชิงหลัวกัดริมฝีปาก "เพราะ..."

"พูดมา"

"คนรับใช้เกือบทั้งหมดถูกย้ายออกไปแล้วเพคะ"

หลินเวยหันกลับทันที "ใครย้าย"

"ไทเฮาเพคะ"

"เหตุผลล่ะ"

"ทรงตรัสว่าฮองเฮาฟุ่มเฟือย ใช้คนมากเกินจำเป็น"

หลินเวยหัวเราะในใจ ฮองเฮา...แต่มีคนรับใช้ไม่ถึงสิบคน ต่างจากตำหนักกุ้ยเฟยที่มีนางกำนัลร่วมสี่สิบ นี่คือการตัดแขนตัดขาอย่างชัดเจน ทันใดนั้น...เสียงประกาศดังมาจากหน้าตำหนัก

"กุ้ยเฟย เจาอี๋ เต๋อเฟย และเหม่ยเหริน เสด็จ"

หลินเวยยิ้มบาง มาเร็วดี ประตูตำหนักเปิดออก สตรีสี่คนก้าวเข้ามาพร้อมกัน แต่ละคนงดงามจนเหมือนบุปผาคนละชนิด กุ้ยเฟยสูงสง่า ใบหน้าคมสวย ดวงตาเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง เจาอี๋ยิ้มอ่อนโยน ดูเป็นมิตรที่สุด เต๋อเฟยแต่งกายเรียบง่าย สีหน้าเมตตา ส่วนเหม่ยเหรินอายุน้อยที่สุด งดงามบอบบางราวดอกเหมยแรกผลิ

หากไม่รู้จัก...คงไม่มีใครคิดว่าสตรีทั้งสี่คือศัตรูของกันและกัน กุ้ยเฟยปรายตามองหลินเวย

"ฮองเฮาหายดีเร็วกว่าที่คิด"

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง หลินเวยยิ้มตอบ

"ทำให้เจ้าผิดหวังหรือ"

กุ้ยเฟยหัวเราะเบา ๆ "หม่อมฉันเพียงเป็นห่วง"

"จริงหรือ"

"แน่นอน"

หลินเวยเดินเข้าไปใกล้ "เช่นนั้นเมื่อคืนเหตุใดเจ้าจึงรีบพาคนมาล้อมตำหนักของข้า"

รอยยิ้มของกุ้ยเฟยแข็งค้าง เจาอี๋รีบพูดแทรก

"ฮองเฮาเข้าใจผิดแล้วเพคะ พวกหม่อมฉันเพียงเป็นห่วงซูเฟย"

"แล้วซูเฟยเป็นอย่างไร"

เต๋อเฟยตอบทันที "ยังไม่ฟื้น"

หลินเวยพยักหน้า "ดี"

ทุกคนชะงัก กุ้ยเฟยขมวดคิ้ว "ฮองเฮาตรัสว่าอะไร"

"ข้าบอกว่าดี" หลินเวยมองทุกคนทีละคน "ถ้านางฟื้นเร็วเกินไป คนร้ายตัวจริงคงรีบปิดปากนาง"

บรรยากาศทั้งห้องเงียบลงทันที สีหน้าของเหม่ยเหรินเปลี่ยนไปเสี้ยววินาที เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่หลินเวยเห็น เธอจำสีหน้าตกใจแบบนี้ได้ดี ในโลกเดิม...ภาคินก็เคยทำสีหน้าเช่นนี้เมื่อเธอเริ่มสงสัยเรื่องประกัน หลินเวยเก็บรายละเอียดไว้เงียบ ๆ กุ้ยเฟยหัวเราะเย็น

"ฮองเฮาหมายความว่าพวกหม่อมฉันเป็นคนร้ายหรือ"

"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด"

"แต่พระองค์กำลังกล่าวหา"

"หากเจ้าบริสุทธิ์ จะร้อนตัวทำไม"

กุ้ยเฟยกำชายเสื้อแน่น ดวงตาฉายแววโกรธจัดแต่ยังฝืนยิ้ม

"ดูเหมือนฮองเฮาจะเปลี่ยนไปมาก"

หลินเวยตอบทันที "คนที่ตายมาแล้ว ย่อมไม่เหมือนเดิม"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เจาอี๋รีบเปลี่ยนเรื่อง

"อีกสามวันจะมีงานเลี้ยงถวายไทเฮา หวังว่าฮองเฮาจะเสด็จร่วม"

หลินเวยพยักหน้า

"แน่นอน...ข้าจะไปและจะพาของขวัญชิ้นใหญ่ไปถวายด้วย"

ทุกคนมองหน้ากันอย่างสงสัย ของขวัญอะไร หลินเวยยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ของขวัญที่ไทเฮาต้องประทับใจมาก"

เมื่อสตรีทั้งสี่ออกจากตำหนักไปแล้ว ชิงหลัวรีบปิดประตู

"ฮองเฮาเพคะ พระองค์ไม่ควรยั่วโมหกุ้ยเฟยเช่นนั้น"

หลินเวยเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ หยิบพู่กันขึ้นมาวาดวงกลมห้าวงบนกระดาษแล้วเขียนชื่อ กุ้ยเฟย เจาอี๋ ซูเฟย เต๋อเฟย เหม่ยเหริน จากนั้นลากเส้นเชื่อมไปยังอีกชื่อหนึ่ง ไทเฮา สุดท้ายจึงลากเส้นอีกเส้นไปยังชื่อ ฮ่องเต้ หลินเวยมองกระดาษอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มเย็น

"ห้าสนม...ขุนนางใหญ่ห้าตระกูล...และไทเฮาที่อยู่เบื้องหลัง"

นางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ

"ถ้าจะกำจัดงู ก็ต้องเริ่มจากตัดเขี้ยวทีละซี่ พวกเจ้าร่วมมือกันมานานแล้วใช่หรือไม่...ไม่เป็นไร จากนี้ไปข้าจะทำให้พวกเจ้าหันมากัดกันเอง"

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้างดงามของฮองเฮา เกมในวังหลังเพิ่งเริ่มต้น แต่สำหรับหลินเวย นางเห็นจุดอ่อนของศัตรูแล้ว และเมื่อใดที่นางเริ่มลงมือ จะไม่มีใครในวังหลังแห่งนี้หยุดนางได้อีก

ฮ่องเต้ผู้ไม่ไว้ใจ

หลังจากสนมทั้งสี่ออกจากตำหนักคุนหนิงไปได้ไม่นาน บรรยากาศภายในตำหนักก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทว่าเป็นความเงียบที่ไม่สงบเลยแม้แต่น้อย หลินเวยนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้แกะสลัก มองรายชื่อทั้งห้าที่เขียนลงบนกระดาษอย่างพิจารณา

กุ้ยเฟย เจาอี๋ ซูเฟย เต๋อเฟย เหม่ยเหริน ห้าสตรีห้าดอกไม้แห่งวังหลัง แต่ละคนมีตระกูลใหญ่หนุนหลัง มีผลประโยชน์ของตนเอง และล้วนมีเหตุผลมากพอที่จะไม่ต้องการให้ฮองเฮายืนอยู่บนตำแหน่งนี้ต่อไป นางใช้นิ้วแตะชื่อซูเฟยอย่างแผ่วเบา สนมเอกที่ถูกวางยาอาจเป็นเหยื่อจริง หรืออาจเป็นหมากที่ยอมเจ็บตัวเพื่อใส่ร้ายนาง ทุกทางล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

ชิงหลัวยืนอยู่ข้างกายด้วยสีหน้ากังวล

“ฮองเฮาเพคะ ฝ่าบาทให้เวลาเพียงหนึ่งวัน หากหาหลักฐานไม่ได้ พวกนางต้องฉวยโอกาสบีบพระองค์แน่” หลินเวยพับกระดาษช้า ๆ

“พวกนางไม่รอถึงพรุ่งนี้หรอก”

ชิงหลัวชะงัก “หมายความว่าอย่างไรเพคะ”

หลินเวยเงยหน้าขึ้น ดวงตาสงบเกินกว่าจะเป็นคนเพิ่งรอดจากพิษ

“ในเมื่อข้าขอเวลาหนึ่งวัน พวกนางก็ต้องทำให้ภายในหนึ่งวันนี้มีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่าข้ากำลังทำลายหลักฐานหรือข่มขู่พยาน เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้ข้ามีปากก็อธิบายไม่ได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป