บทที่ 4 เด็กคนนั้นโตแล้ว 1
สองปีต่อมา
เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มขึ้นจากสนามทดสอบด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัคราวิศว์ มันอาจเป็นเพียงเสียงรบกวนสำหรับคนทั่วไป
แต่สำหรับนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งก้าวลงจากรถเมล์หน้าคณะอย่างพิชญาดา เสียงนั้นเปรียบเสมือนเสียงกลองรบที่ตีต้อนรับการกลับมาของเธอ
หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าป้ายหินอ่อนสลักตัวอักษรสีเงินขนาดใหญ่
'คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัคราวิศว์'
สายลมยามเช้าพัดโชยมาปะทะร่างบาง ชายเสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดตาที่ถูกตัดเย็บมาอย่างพอดีตัวขยับพลิ้วไหวเล็กน้อย กระโปรงพลีตสีดำยาวเหนือเข่าอวดช่วงขาเรียวสวย
ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่เคยถูกมัดรวบและผูกด้วยริบบิ้นสีขาวตามกฎของโรงเรียนมัธยม บัดนี้ถูกปล่อยสยายดัดลอนคลาย ๆ ทิ้งตัวลงมาเคลียลาดไหล่บาง
ใบหน้าหวานใสถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปทินต์สีระเรื่อ
เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงวัยสิบเจ็ดปีที่ยืนกอดถุงของขวัญยับยู่ยี่ด้วยความสั่นกลัวอีกต่อไปแล้ว
วันนี้ เธอคือเฟรชชี่ปีหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล ที่สอบเข้ามาด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ
“พีช !”
เสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้พีชละสายตาจากป้ายคณะแล้วหันไปมอง ฟ้าใส เพื่อนสนิทคนใหม่จากกลุ่มปฐมนิเทศกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงเรื่อ
“นึกว่าจะมาไม่ทันแล้ว เราตื่นสายอะ เมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย”
ฟ้าใสบ่นอุบอิบพร้อมกับหอบหายใจ
พีชระบายยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าหวานดูมีสเน่ห์จนรุ่นพี่ปีสูงหลายคนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องเหลียวหลังมอง
“เราก็เกือบนอนไม่หลับเหมือนกัน”
“ตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ”
“ประมาณนั้น”
พีชตอบรับในลำคอ ดวงตาคู่สวยทอดมองเข้าไปยังลานเกียร์อันกว้างใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษา
ไม่ใช่แค่ตื่นเต้น แต่การก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ มันเหมือนการเดินกลับเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุของหัวใจตัวเอง
สถานที่ที่ผู้ชายใจร้ายคนนั้นเคยกดหัวเธอให้จมดิน และประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาใน 'สนาม' ของเขา
วันนี้เธอเข้ามาแล้วอย่างสง่างามและถูกทางที่สุด
ขณะที่พีชและฟ้าใสกำลังเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนปีหนึ่งที่ลานเกียร์ เสียงทุ้มติดจะยียวนของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
“สวัสดีครับ พีชใช่ไหม ?”
พีชหันกลับไปมอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยเล็กน้อยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ตรงนั้น
ใบหน้าหล่อเหลาติดจะกวนประสาทประดับด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ในมือของเขาควงหมวกกันน็อกสีดำใบเฉี่ยวเล่นอย่างชำนาญ
“นทีครับ VSR ปีสอง คนขับรถหน้าตาดีประจำทีม”
เขาแนะนำตัวอย่างลื่นไหลพร้อมกับยักคิ้วให้หนึ่งที
พีชชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความมั่นใจที่ล้นทะลักของอีกฝ่าย
“ยังไม่มีใครบอกเลยนะคะว่าหน้าตาดี”
“เดี๋ยวรู้จักกันไป พี่จะรู้เองครับว่านอกจากหน้าตาดีแล้ว ผมยังขับรถเก่งมากด้วย”
นทีขยับเข้ามายืนใกล้ขึ้นอีกนิด ก้มหน้าลงมาพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“พี่ครามสั่งให้ผมมาคอยดูแลน้องสาวสุดที่รักครับ เห็นเขาว่าหวงมาก แต่พอผมมาเห็นตัวจริง โห เข้าใจเลยครับว่าทำไมถึงหวง”
พีชส่ายหน้ายิ้ม ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมาตามคำสั่งของพี่ชายจอมเผด็จการของเธอ
แต่วิธีการเข้าหาที่เป็นธรรมชาติและดูเป็นมิตรของนทีก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงมาก เธอเผลอหัวเราะและส่งยิ้มกว้างขวางกลับไปให้เขา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตกับเฟรชชี่สาวหน้าใสกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้นเอง
“ทีมอัครามาแล้ว !”
เสียงฮือฮาจากกลุ่มนักศึกษาด้านหน้าลานเกียร์ดังกระหึ่มขึ้นมา คลื่นฝูงชนแหวกทางออกราวกับมีกฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็น
บรรยากาศสนุกสนานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกดดันที่หนักอึ้งและทรงพลัง
ลมหายใจของพีชสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปโดยอัตโนมัติ
ที่ปลายทางเดิน กลุ่มนักศึกษาวิศวะในเสื้อช็อปสีดำแดงเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม
เสื้อทุกตัวปักโลโก้ 'Akkhara Motor Lab'
ท่าทางของพวกเขากร้าวแกร่งและเย่อหยิ่ง ราวกับประกาศให้ทุกคนรู้ว่าใครคือเจ้าของพื้นที่แห่งนี้
และคนที่เดินนำหน้าสุด คือผู้ชายที่พีชฝังจำเอาไว้ทุกลมหายใจ
คิรินทร์ อัครเดชาวัฒน์
สองปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้ความทรงจำของเธอเลือนลางลงเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกันผู้ชายตรงหน้าดูอันตรายและเต็มตัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
คินในฐานะนักศึกษาปีสี่และกัปตันทีมอัครา มอเตอร์แล็บ ตัวสูงใหญ่ขึ้น ไหล่กว้างผึ่งผายภายใต้เสื้อช็อปสีดำแดงที่ปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวรัดรูปด้านใน
แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวก ๆ อวดเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่กำลังถือแฟ้มเอกสารและแท็บเล็ต
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นนิ่งสนิท ดวงตาสีนิลมืดมิดและเย็นชาจนคนมองรู้สึกเสียวสันหลัง
เขาไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องตะโกนสั่งใคร แค่เขาเดินเข้ามา ทุกคนก็พร้อมจะหลบทางให้
พีชกำสายกระเป๋าสะพายแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
เธอพยายามบอกตัวเองว่ามันคือความโกรธแค้น แต่มวลความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นปราดไปทั่วร่างกลับปฏิเสธไม่ได้ว่า
แรงดึงดูดของผู้ชายคนนี้มันรุนแรงจนน่าหงุดหงิด
ราวกับมีสัญชาตญาณสัตว์ป่า คินหยุดฝีเท้าลงกลางลานเกียร์ ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่ง ก่อนจะมาหยุดชะงักอยู่ที่ร่างบางของพีช
โลกทั้งใบเหมือนถูกแช่แข็ง
สายตาของเขาล็อกเป้าหมายอยู่ที่เธอ พิชญาดา เด็ก ม.ปลาย ที่เคยยืนร้องไห้ต่อหน้าเขาในวันนั้น
คินไล่สายตามองหญิงสาวตั้งแต่เรือนผมสีน้ำตาลที่ดัดลอนสยาย ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ลงมาถึงเสื้อนักศึกษาพอดีตัวและกระโปรงทรงสอบที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้า
เธอโตขึ้น สวยขึ้น สวยจนสะกดสายตาเขาเอาไว้ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น
ทว่า ความสนใจใคร่รู้ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กลับถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะในชั่วพริบตา เมื่อสายตาคมกริบเลื่อนไปเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ
นที ไอ้นักขับหน้าอ่อนของ VSR !
คินเห็นรอยยิ้มกว้างที่พีชเพิ่งส่งให้นที เห็นระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น เห็นไอ้เด็ก VSR นั่นก้มหน้าลงไปคุยกับเธอด้วยท่าทางสนิทสนม
กรอด...
สันกรามของกัปตันทีมอัคราขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นนูน รังสีความหวงแหนที่รุนแรงและดิบเถื่อนพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเหนือเมฆ เพื่อนสนิทที่เดินตามมาด้านหลังถึงกับชะงักและลอบกลืนน้ำลาย
ดวงตาของคินวาวโรจน์ราวกับหมาป่าที่เห็นเหยื่อของตัวเองกำลังถูกสุนัขตัวอื่นเข้าใกล้
เขาโยนแฟ้มและแท็บเล็ตในมือส่งให้เหนือเมฆอย่างลวก ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะขายาว ๆ ก้าวฉับ ๆ ตรงดิ่งฝ่าวงล้อมฝูงชนพุ่งเป้าไปหาพีชทันที
บรรยากาศรอบตัวกดต่ำลงจนหายใจไม่ออก
นทีที่ยืนอยู่ข้างพีชสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต เขยิบตัวเข้ามาบังร่างของหญิงสาวเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
แต่คินไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น !
ร่างสูงใหญ่พุ่งทะลวงเข้ามาหยุดยืนประจันหน้า กลิ่นน้ำหอมเย็นเยียบผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ แผ่ซ่านคุกคาม
“หลบไป”
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวใส่นที ดวงตาแข็งกร้าวดุดันจนนทีเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ
พีชเบิกตากว้าง ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไร ฝ่ามือหนาร้อนจัดราวกับคีมเหล็กก็ตวัดเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธออย่างรุนแรง
“โอ๊ย ! พี่คิน ทำอะไร ปล่อยนะ !”
พีชร้องอุทานเมื่อถูกแรงมหาศาลกระชากตัวลอยถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่ง
“มานี่ !”
คินไม่ฟังเสียงประท้วง เขาออกแรงลากข้อมือของหญิงสาวให้เดินตามเขาออกไปจากกลุ่มคน
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของนักศึกษาทั้งคณะที่เบิกตากว้างมองกัปตันทีมอัครา ลากตัวเด็กปีหนึ่งหน้าตาสะสวยออกไปอย่างอุกอาจ
