บทที่ 5 เด็กคนนั้นโตแล้ว 2

แรงบีบที่ข้อมือของคิรินทร์ แน่นหนาราวกับคีมเหล็กที่ล็อกตรึงจนกระดูกแทบร้าว

พิชญาดาพยายามขืนตัวและสะบัดแขนออกสุดแรง

แต่ความแตกต่างทางสรีระทำให้ร่างบางของเธอปลิวถลาตามแรงลากของเขาไปอย่างง่ายดาย

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักศึกษาทั้งลานเกียร์ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาขวางกัปตันทีมอัครา มอเตอร์แล็บ

แม้นทีจะตั้งท่าพุ่งตามมา แต่ก็ถูกเหนือเมฆและเพื่อนในทีมอัคราขยับตัวเข้ามาบล็อกเส้นทางเอาไว้ด้วยท่าทีคุกคามเงียบ ๆ

“ปล่อยนะ ! พี่คิน ! ฉันบอกให้ปล่อยไง !”

พีชร้องประท้วงเสียงหลง ฝ่ามืออีกข้างระดมทุบลงบนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดปูดโปน

แต่คินกลับไม่สะทกสะท้าน เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ขาคล่องแคล่วภายใต้กางเกงยีนส์สีเข้มยังคงก้าวยาว ๆ

ลากเด็กสาววัยสิบเก้าปีทะลวงผ่านฝูงชน ตรงดิ่งไปยังลานจอดรถวีไอพีด้านข้างอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์

กลิ่นน้ำหอมโทนเย็นยะเยือกที่เจือปนด้วยกลิ่นนิโคตินจาง ๆ ลอยมาปะทะจมูกพีช

มันเป็นกลิ่นอันตรายที่กระตุ้นให้หัวใจของเธอเต้นระรัว ทั้งจากความโกรธและความตื่นตระหนก

ทันทีที่มาถึงมุมลับตาคนข้างรถสปอร์ตคันหรูสีดำขลับของเขา คินก็เหวี่ยงร่างเล็กลงไปกระแทกกับประตูรถอย่างแรง

“โอ๊ย !”

พีชนิ่วหน้าด้วยความจุก แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับโลหะเย็นเฉียบของตัวรถ

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัวหนี ร่างสูงใหญ่ของคินก็ก้าวประชิด ทาบทับลงมาปิดกั้นอิสรภาพของเธอในชั่วพริบตา

ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างยันลงกับหลังคารถ กักขังร่างของเธอเอาไว้ใต้เงาของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”

พีชตวาดลั่น เชิดหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตกว่าอย่างไม่ยอมแพ้

คินไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาสีนิลมืดมิดและอันตรายของเขากดจ้องลงมาที่ใบหน้าหวาน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่น้อยจนพีชสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้ม

เขากวาดสายตาสำรวจเธออย่างจาบจ้วงและเปิดเผย ตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลที่ดัดลอนสยาย

ดวงตากลมโตที่ถูกกรีดอายไลเนอร์ให้ดูเฉี่ยวคม ลงมาจนถึงริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีระเรื่อ

สายตาของเขาไม่ใช่การมองแบบสำรวจทั่วไป แต่มันคือสายตาของหมาป่าที่กำลังประเมินรสชาติของเหยื่อ

“เมื่อกี้คุยอะไรกับมัน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกมาเรียบ ๆ แต่มวลความกดดันกลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

“มันไหน ? คุณพูดเรื่องอะไร”

“ไอ้เด็ก VSR นั่น” คินขบกรามแน่น

“ยิ้มระรื่นให้มันขนาดนั้น ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองมายืนอยู่บนพื้นที่ของใคร”

“พื้นที่ของคณะวิศวะค่ะ ไม่ใช่ที่ดินส่วนตัวของคุณ”

พีชสวนกลับทันควัน ฝ่ามือเล็กออกแรงผลักแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อช็อปสีดำแดง

แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

“แล้วพีชจะยิ้มให้ใคร จะคุยกับใคร มันก็สิทธิ์ของพีช คุณไม่มีสิทธิ์ลากพีชออกมาแบบนี้”

มุมปากของคินกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน พีชเบิกตากว้าง พยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ถูกมือหนาช้อนปลายคาง บังคับให้หันกลับมาสบตาอย่างเอาแต่ใจ

ฝ่ามือของเขาสากระคายเล็กน้อย แต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านลงลึกไปถึงใต้ผิวหนัง

“ปากเก่งขึ้นนี่”

คินกระซิบชิดริมฝีปาก นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยเบา ๆ ลงบนกลีบปากนุ่มของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์

“แต่งตัวสวยขึ้น... สายตาก็ดื้อขึ้น...”

พีชปัดมือของเขาออกอย่างแรง

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน !”

คินปล่อยมืออย่างว่าง่าย แต่แววตาของเขากลับยิ่งทอประกายวาวโรจน์

เขาโน้มตัวลงมาจนแผงอกแกร่งบดเบียดกับความนุ่มหยุ่นของหญิงสาว กลิ่นอายความเป็นชายที่ผสมผสานกับความดิบเถื่อนโอบล้อมร่างของพีชเอาไว้จนมิด

“เด็ก ม.ปลาย วันนั้น... โตขึ้นมาจนกล้าเล่นกับไฟแล้วเหรอ”

ประโยคสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่อันตรายลึกซึ้งดังก้องอยู่ในโสตประสาท

พีชรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำเมื่อสองปีก่อนที่เขาเคยตราหน้าว่าเธอเป็นแค่เด็ก และผลักไสเธอออกจากสนาม ของเขาด้วยจูบอันแสนโสมม ย้อนกลับมาฉายชัดในหัว

ไฟแห่งความโกรธแค้นและความอยากเอาชนะปะทุขึ้นในดวงตาคู่สวย

พีชไม่หลบสายตาอีกต่อไป เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่าง ท้าทายแววตาดุดันคู่นั้นอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน

“พีชไม่ได้เล่นกับไฟ... อีกอย่างเรารู้จักกันเหรอคะ เท่าที่จำได้เราไม่เคยคุยกันเลยยกเว้นวันนั้น”

น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเย็นเยียบ จ้องเขาให้รู้ว่าคืนนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไร ทว่าสายตาของเสือร้ายตรงกลับบอกอีกอย่าง และมันทำให้เธอลังเล แต่เธอผลักความคิดนั้นทิ้งไปในเมื่อเธอเลือกก้าวเข้ามาเรียนที่นี่แล้วด้วยความสามารถ เธอจะไม่มีทางให้เขามามีผลอะไรต่อเธออีก

“พีชสอบเข้ามาที่นี่ด้วยสมอง และพีชก็ไม่ใช่เด็ก ม.ปลาย โง่ ๆ ที่คุณจะมาพูดจาดูถูกหรือไล่ตะเพิดได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจอย่างประหลาด

เขาชอบ... ชอบที่เธอดื้อรั้น ชอบที่เธอสู้กลับ และชอบที่แววตาของเธอไม่ได้มองเขาด้วยความใสซื่อน่ารำคาญเหมือนเมื่อสองปีก่อนอีกแล้ว

ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบ

“ดี...” คินเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ร่างสูงขยับเข้าบดเบียดแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน

“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี พิชญาดา”

เขาก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างใบหู ริมฝีปากหยักเฉียดผ่านใบหูเล็กจนพีชเผลอขนลุกซู่

“เพราะถ้าคิดจะก้าวเข้ามาในสนามของฉัน ครั้งนี้ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอเดินหันหลังกลับออกไปได้อีก แต่อยากจะบอกไว้อย่าง ไม่เคยคุยแต่ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เห็นเธอ พีช”

คินผละใบหน้าออกมาช้า ๆ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ก่อนที่เขาจะยอมถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว ปลดปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระจากการกักขัง

พีชหอบหายใจเข้าปอดลึก ๆ ราวกับคนเพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ เธอจ้องหน้าผู้ชายร้ายกาจที่เพิ่งประกาศสงครามกับเธออย่างเปิดเผยด้วยสายตาแข็งกร้าว มือเล็กจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น

“ขอบคุณสำหรับคำเตือนค่ะ รุ่นพี่” พีชเน้นคำว่ารุ่นพี่อย่างจงใจประชดประชัน

“แต่พีชไม่ได้ขออนุญาตเข้ามาในสนามของคุณ พีชมาเพื่อสร้างสนามของตัวเองต่างหาก”

พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้า หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้ชายที่ยืนพิงรถสปอร์ตอยู่ด้านหลัง

คินล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง ทอดสายตามองแผ่นหลังบางที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป

รอยยิ้มร้าย ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนมุมปากของกัปตันทีมอัครา

“สร้างสนามของตัวเองงั้นเหรอ...”

เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ความปรารถนาอันดำมืดและรุนแรงเต้นเร่าอยู่ในอก

“สุดท้าย... เธอก็ต้องมาวิ่งอยู่ในสนามของฉันอยู่ดี พีช”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป