บทที่ 6 แฟนปลอมที่เขาไม่สน
แสงไฟประดับสีส้มทองสะท้อนระยิบระยับบนผิวน้ำของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่
คลับเฮาส์แห่งใหม่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์คืนนี้อัดแน่นไปด้วยนักศึกษาที่มารวมตัวกันในปาร์ตี้สุดเหวี่ยง
เสียงเพลงจังหวะอีดีเอ็มหนักหน่วงดังก้องไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นคลอรีน และกลิ่นน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ที่ลอยปะปนกันในอากาศอุ่นชื้นของยามค่ำคืน
พิชญาดาก้าวเข้ามาในงานด้วยความรู้สึกที่เหมือนกำลังเดินเข้าสู่สนามรบ
ทว่าชุดรบของเธอคืนนี้คือเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีแดงเข้มที่สั้นเหนือเข่า เนื้อผ้าแนบสนิทไปกับส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างสมบูรณ์แบบ
ขับเน้นผิวขาวเนียนละเอียดให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เส้นผมสีน้ำตาลถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลังเปลือยเปล่า
ริมฝีปากอวบอิ่มถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดเข้ากับชุด
ทุกลมหายใจของชายหนุ่มในงานแทบจะสะดุดเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา
แต่พีชไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น เป้าหมายของเธอมีเพียงหนึ่งเดียว การประกาศให้ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นรู้ว่า
เธอไม่ได้ไร้เดียงสาหรือยอมจำนนต่อเขาอีกต่อไป
ข้างกายของเธอคือนที รุ่นพี่หนุ่มจากทีม VSR ที่คืนนี้สลัดคราบช่างซ่อมรถมาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนและกางเกงยีนส์เข้ารูปสุดเท่
เขาคือหมากตัวสำคัญที่พีชตั้งใจพามาเพื่อใช้เป็น 'แฟนปลอม' และเป็นโล่กำบังรังสีคุกคามของคิรินทร์
“แน่ใจนะครับพีชว่าวิธีนี้จะเวิร์ก” นทีกระซิบถามเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะที่แขนแกร่งของเขายื่นออกไปให้หญิงสาวควง
“ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพกป้ายเชิญเตะกูฟรีเข้ามาในถ้ำเสือเลย”
“กลัวเหรอคะ พี่นที”
พีชปรายตามองพร้อมกับกระชับท่อนแขนของนทีแน่นขึ้น จงใจเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่ายเพื่อสร้างภาพความสนิทสนม
“กลัวตายครับ แต่เพื่อศักดิ์ศรีของ VSR ผมยอมพลีชีพ”
นทียิ้มกวนประสาท แสร้งทำเป็นเอียงหน้าลงมาใกล้ชิดกับพีชจนแทบจะแนบแก้มกัน
การกระทำนั้นเรียกเสียงซุบซิบและสายตาจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี หลายคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันว่าน้องสาวสุดหวงของคราม VSR กำลังคบหาดูใจกับนักขับของทีมตัวเอง
ทุกอย่างดูจะดำเนินไปตามแผนที่พีชวางไว้ จนกระทั่งความกดดันอันแสนคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมพื้นที่
เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของกลุ่มคนบริเวณทางเข้าสระว่ายน้ำเงียบลงกะทันหันราวกับถูกปิดสวิตช์
พีชรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปตามไขสันหลัง เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ทันทีว่าใครคือต้นเหตุของความเงียบงันนี้
คิรินทร์ อัครเดชาวัฒน์ ปรากฏตัวขึ้นที่ริมสระ
คืนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อช็อป แต่มาในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำสนิทที่ปลดกระดุมคอออกลึกจนเห็นแผงอกแกร่งและเส้นเอ็นตึงแน่นที่ลำคอ
แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวก ๆ ตามความเคยชินเห็นรอยสักยาวทั้งแขน นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือสะท้อนแสงไฟวิบวับ
ท่าทางของเขายังคงนิ่งสงบ เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจ
แต่สิ่งที่ทำให้อุณหภูมิในงานลดฮวบ คือดวงตาสีนิลมืดมิดของเขาที่กำลังจับจ้องมาที่จุดเดียว
คินไม่ปรายตามองใครอื่น สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนของเขาลากผ่านฝูงชน พุ่งตรงมายังฝ่ามือเล็กของพีชที่กำลังควงแขนของนทีอยู่
กรามแกร่งของชายหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน แววตาที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความหึงหวงและสัญชาตญาณการหวงอาณาเขตที่ดิบเถื่อนที่สุด
เขาไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องของของเขา !
คินก้าวยาว ๆ ตรงดิ่งฝ่าวงล้อมของผู้คนเข้ามา รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมาทำให้ทุกคนต้องรีบแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
นทีที่เห็นพายุลูกใหญ่กำลังพัดเข้ามาหาตัวถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นชาย เขาจึงขยับตัวเอาตัวเองบังพีชเอาไว้ครึ่งหนึ่ง
ทว่า สำหรับคิรินทร์แล้ว โล่กระจอก ๆ แบบนี้ไม่มีความหมายอะไรเลย
ทันทีที่คินเข้าประชิดตัว เขาไม่เอ่ยปากถาม ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีการทักทายใด ๆ ทั้งสิ้น
ฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเหล็กเผาไฟตวัดพรึ่บ คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของนทีอย่างรุนแรง ก่อนจะออกแรงกระชากกระเด็นหลุดออกจากการเกาะกุมของพีชในเสี้ยววินาที
“เฮ้ย ! พี่คิน !”
นทีร้องอุทานด้วยความตกใจ ปลายนิ้วชาหนึบจากแรงบีบมหาศาล เขาพยายามจะขืนตัวกลับ
แต่คินตวัดสายตาดุดันอำมหิตกลับไปมอง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าบดบังนทีอย่างคุกคาม
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันนั้นเย็นเยียบจนบาดลึกถึงกระดูก
“ไสหัวไปไกล ๆ ก่อนที่กูจะหักมือมึง”
นทีชะงักกึก สัมผัสได้ถึงรังสีความตายที่แผ่ออกมาจากตัวของกัปตันทีมอัครา
ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้แค่ขู่ แต่พร้อมจะลงมือหักกระดูกเขาตรงนี้จริง ๆ หากเขายังขืนยืนอยู่ต่อ
พีชเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความป่าเถื่อนที่ไม่ทันตั้งตัว
“พี่คิน ! คุณบ้าไปแล้วเหรอ ทำไมทำตัวอันธพาลแบบนี้ !”
คินไม่ตอบคำถาม เขาตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวที่กล้าลองดี ร่างสูงก้าวสืบเท้าเข้าหาอย่างคุกคาม
พีชผงะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก แต่เพียงแค่ไม่กี่ก้าว แผ่นหลังบางของเธอก็ชนเข้ากับเสาคอนกรีตต้นใหญ่ของคลับเฮาส์ หมดหนทางหนีโดยสมบูรณ์
คินยกท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นยันกับเสา กักขังเรือนร่างเย้ายวนในชุดเดรสสีแดงเอาไว้ใต้เงาของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ
กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมรอบตัวเธอจนแทบจะขาดใจ
พีชเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมไหว
“ถอยออกไปนะ”
“ทำไม ?” คินกระซิบเสียงพร่าต่ำ ร่างกายท่อนบนของเขาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวมกับร่างบาง
“กลัวแฟนปลอม ๆ ของเธอจะเข้าใจผิดหรือไง”
“เขาไม่ใช่แฟนปลอม ! เขาคือ...”
คำโกหกของเธอยังไม่ทันจบประโยค ฝ่ามือหนาของคินก็ยกขึ้นมาบีบหมับเข้าที่สันกรามเรียวเล็กของหญิงสาวอย่างไม่ออมแรง นิ้วเรียวยาวสากระคายบังคับเชิดใบหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตากับเขากระชั้นชิด
แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนกระดูกร้าว แต่มันหนักแน่นและทรงอำนาจจนพีชไม่อาจขยับหนีไปไหนได้เลย
ดวงตาสีนิลของคินวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธและความหิวกระหายที่ถูกจุดชนวน
เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกของพีชเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
“เอาไอ้เด็กนี่มาบังฉัน ? คิดว่ามันจะกันฉันไม่ให้แตะเธอได้จริงเหรอ?”
ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดผิวแก้มเนียน พีชเม้มริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงแน่น มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้สุดแรง แต่มันกลับเหมือนการดันกำแพงหินที่ไม่มีวันขยับ
“ก็ลองดูสิคะ !” พีชเค้นเสียงลอดไรฟัน ท้าทายกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาทำแบบนี้ คุณคิดว่าฉันจะยอมยืนนิ่ง ๆ ให้คุณข่มเหงเหมือนเมื่อก่อนหรือไง !”
“ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะยืนนิ่ง ๆ”
มุมปากหยักลึกของคินกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่พีชเคยเห็น นิ้วหัวแม่มือของเขาที่กำลังบีบสันกรามของเธอ ค่อย ๆ เลื่อนมาบดคลึงกลีบปากอวบอิ่มสีแดงสดอย่างจาบจ้วงและหยาบโลน
“ฉันรู้ว่าเธอจะดิ้น...” เขากระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยตัณหาที่ปิดบังไม่มิด
“และฉันก็โคตรชอบ เวลาที่เธอพยศอยู่ใต้ร่างฉัน”
ดวงตาของพีชเบิกกว้าง ความร้อนฉ่าแล่นปราดไปทั่วทั้งใบหน้าและลามลงไปถึงช่องท้อง
เธอไม่เคยเจอผู้ชายที่หน้าด้าน หน้ามึน และเต็มไปด้วยความอันตรายในทุกอณูสัมผัสแบบนี้มาก่อน
เขาไม่สนว่ารอบข้างจะมีคนมองอยู่กี่สิบคน ไม่สนว่าเธอจะพานทีมาเย้ยหยันเขาแค่ไหน
เพราะสำหรับคิรินทร์
กฎข้อเดียวที่เขาสนใจ คือการพิสูจน์ให้เด็กอวดดีตรงหน้าได้รู้สำนึก ว่าโล่กำบังหน้าไหน
ก็ไม่อาจขัดขวางความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่เขามีต่อเธอได้
