บทที่ 1 PROLOGUE

ความรัก...ที่เริ่มจากการโกหกตั้งแต่ประโยคแรก


หกปีก่อน

         มะ ไม่มี...

         ในนี้ก็ไม่มี...

         ข้าวปั้นเปิดกระเป๋าสะพายสีดำตนเองดูทุกซอกทุกมุม แต่กลับไม่เจอ 'สิ่งนั้น'

         นักศึกษาสาวชั้นปีสุดท้ายคณะบริหารธุรกิจเอกวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจเงยหน้ามองพนักงานร้านกาแฟใต้ตึกคณะตนเองพร้อมกับส่งยิ้มแหย

         บัตรเครดิตที่บิดาให้ไว้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่หยิบมันขึ้นมาใช้ คือตอนไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งและคงลืมเอาคืน

         หญิงสาวถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดในความสะเพร่าของตนเอง แต่ตอนนี้เธอต้องจัดการปัญหาตรงหน้าก่อน

         "ขอโอนแทนนะคะ"

         "ได้ค่ะ"

         มือถือเครื่องสีดำถูกหยิบขึ้นมาแทน แบตเตอรี่สิบเปอร์เซ็นต์คงพอทำให้เธอผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ระหว่างรออินเทอร์เน็ตดาวน์โหลดหน้าระบบแอปพลิเคชันธนาคาร ธนบัตรสีเทาหนึ่งใบก็ถูกยื่นผ่านหน้าเธอไปให้พนักงาน

         ใบหน้าหล่อเหลาผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกล้ำ ขนตายาวสวยพร้อมกลิ่นหอมจากน้ำหอมราคาแพงทำให้ผู้ชายคนนั้นดูสวยสำอางยิ่งกว่าผู้หญิง ข้าวปั้นไม่แปลกใจเลยหากจะรู้สึกประหม่าที่จะยืนอยู่ข้างๆ จนต้องขยับตัวหลีกทางให้อีกฝ่ายสนทนากับพนักงานได้สะดวกขึ้น

         ระหว่างที่ขยับถอยหลัง ดวงตากลมโตก็แอบสำรวจการแต่งกายของเขาไปด้วย

         เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็กส์สีเดียวกันดูเนี้ยบไร้ที่ติ สายเข็มขัดคาดเอวหัวรูปตัวเอช (H) ยิ่งเสริมให้เขาดูดีขึ้นหลายเท่า

         "น้องจะมองพี่อีกนานไหมครับ ^^"

         เฮือก!!

           คนถูกถามสะดุ้งตกใจ เพราะไม่ค่อยได้เจอผู้ชายที่แต่งตัวดูดีขนาดนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย จึงทำให้เธอเผลอมองสำรวจเขาอย่างเสียมารยาท

         "ขะ ขอโทษค่ะ!!" โค้งตัวแทนการไหว้อย่างลืมตัว สีหน้าของหญิงสาวในตอนนี้ไม่ต่างจากตอนถูกรุ่นพี่รับน้องด้วยการเรียกถามชื่อเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมง

         ประหม่าไปหมด!!

         "อเมริกาโน่เย็นไม่หวาน จ่ายรวมกับของน้องคนนี้ครับ"

           มือข้างที่จับแบงก์สีเทาชี้มาทางข้าวปั้น ก่อนจะยื่นมันให้พนักงานนำไปคิดเงิน

         "อะ เอ่อ ปั้นจ่ายเองได้ค่ะ"

         ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร ไม่อยากมีปัญหาหรือติดหนี้บุญคุณกันทีหลังเพราะเงินไม่กี่ร้อย

           "ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่ไม่ใช่เหรอ นั่นน่ะ มือถือดับไปแล้ว"

         หญิงสาวรีบยกมือถือตนเองมาดู และพบว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

         "ถ้าไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใครจะยืมก่อนก็ได้ พี่เรียนป.โทที่นี่ คงได้เจอกันอีก"

         คำพูดไม่คิดอะไรของอีกฝ่ายทำให้ใบหน้าสวยพยักหน้า ยกมือไหว้ขอบคุณและขอตัวออกจากร้านกาแฟไป

         ส่วนเจ้าของร่างสูงก็เดินออกจากร้านกาแฟทันทีที่ได้เครื่องดื่ม คนที่บอกว่าตนเองเรียนปริญญาโทที่นี่ยื่นบัตรเครดิตสีทองให้ลูกน้องคนสนิท ซึ่งนั่งประจำตำแหน่งคนขับอยู่ด้านหน้า

         "ครับ?"

         คีรีรับมาถือพร้อมกับเปล่งเสียงสูงอย่างไม่เข้าใจ ไม่ยักรู้มากก่อนว่าเจ้านายตนเองมีบัตรเครดิตธรรมดาแบบนี้

         "ไปตามสืบประวัติเจ้าของบัตรมา"

         อ้อ...

         "ครับนาย ผมจะรีบจัดการให้หลังจากกลับจากอิตา..."

         "คืนนี้...กูต้องได้ข้อมูลทั้งหมดคืนนี้ก่อนขึ้นเครื่อง"

         "ครับ..." คีรีรับคำสั่งพร้อมกับโค้งศีรษะรับทราบ

           ถ้าคนอย่างเวกัสเร่งรัดจะเอาคำตอบอะไร ก็แปลว่าสิ่งนั้น 'สำคัญ'

         "แล้วก็ทำเรื่องเรียนต่อป.โทที่นี่ให้กูด้วย เอาให้เหลือแค่เรียนอีกปีเดียวก็พอ"

         ลูกน้องหนุ่มมองเจ้านายตนเองผ่านกระจกหลังคนขับอย่างไม่เข้าใจ เจ้านายของเขาเรียนจบปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกามาแล้วหนึ่งใบจะเรียนซ้ำทำไมอีก

         คีรีเก็บความสงสัยไว้ในใจ คนอย่างวัชริศร์ อัศวยุทธานนท์เป็นคนมีความคิดเหนือชั้น บางทีอาจจะมีเหตุผลสำคัญที่ยังไม่สามารถบอกใครตอนนี้ได้

         "ได้ครับ ประวัติและเกรดเฉลี่ยของการเรียนปีแรกจะมีในระบบของมหาวิทยาลัยภายในสัปดาห์นี้ ส่วนบัตรนักศึกษาผมจะเอามาให้หลังจากนายกลับจากดูธุรกิจกับลูซโซที่อิตาลี"

         คนนั่งหลังรถยิ้มพอใจ นั่งไขว่ห้างมองออกไปนอกรถพลางคิดเรื่องสำคัญในหัว บางครั้งคีรีมองเห็นเจ้านายก้มมองหน้าจอมือถือที่เปิดค้นบางอย่างไปด้วย

         ปั้น...

         อะไรปั้น?

         ปั้นชา ปั้นหยา ปั้นจั่น ปั้นสิบ ปั้นข้าว...

         ข้าวปั้น... :)

บทถัดไป