บทที่ 7 CAP 6 | เด็กมีปัญหา

         [KHAO-PUN’s Talks]

         “สักครู่นะคะ”

         คำพูดของครูทำให้ฉันใจสั่น รีบเดินกลับเข้าไปในร้านคว้ากระเป๋าสะพายก่อนจะหันไปสั่งน้องสองคน ซึ่งกำลังนั่งจัดดอกไม้ตามออเดอร์ลูกค้า

         “หกโมงเย็นปิดร้านกลับบ้านเลยนะ พี่ไปโรงเรียนก่อน”

         เด็กสองคนพยักหน้าพร้อมกันและยกมือไหว้ ฉันจึงเร่งฝีเท้าเดินไปที่จุดจอดรถข้างร้านทันที ระหว่างนั้นก็ยกมือถือขึ้นสนทนากับครูประจำชั้นต่อ

         “ค่ะครู ปั้นกำลังจะไปโรงเรียนนะคะ ประมาณสิบนาทีค่ะ”

         (ได้ค่ะ มาที่ห้องครูใหญ่เลยนะคะ)

         “แล้วไข่หวานบอกครูหรือเปล่าคะ ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น?”

         ฉันถามด้วยความร้อนใจ เปิดสปีกเกอร์โฟนวางลงหน้าคอนโซลและถอยรถไปด้วย ฉันตั้งใจจะไม่เป็นแม่ที่ปกป้องลูกจนไม่ลืมหูลืมตา

         โอเค…ไข่หวานซน แสบ และค่อนข้างฉลาดเกินวัยไปมาก ลูกสาวฉันมักจะอาละวาดดีดดิ้นเวลาอะไรไม่ได้ดั่งใจ แต่ไม่ใช่พวกที่ทำร้ายคนอื่นก่อนแน่นอน

         (คือ...น้องไข่หวานบอกว่า โกรธที่โดนเพื่อนล้อว่าพ่อไม่อยู่ในวันเกิดค่ะ)

         ฮะ? เรื่องแค่นี้ต้องเอามาล้อกันด้วยเหรอ แล้วนี่ลูกไปโกรธอะไรเขาขนาดนั้นเนี่ย หลังจากวางสายครูก็รีบบึ่งรถไปหาลูกที่โรงเรียน สิบนาทีจากร้านไปโรงเรียนวันนี้ยาวนานมากสำหรับใจคนเป็นแม่

         ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก และเห็นลูกสาวนั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ ครูประจำชั้น เยื้องกันเป็นเด็กผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับไข่หวานกำลังนั่งซบอกแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น บนหัวมีผ้าก๊อซแปะกลางหน้าผาก

         “ไข่หวานขา~”

         “จุนแม่~ ฮึก! กะ ไก่หวานไม่ได้ตั้งใจ”

           ปากเล็กๆ ของลูกอ้าปากฟ้องพร้อมกับน้ำตาใสๆ ค่อยๆ ร่วงเผาะออกมา ฉันรีบเข้าไปอุ้มลูกสาวมานั่งบนตัก ก่อนจะยกมือไหว้ครูใหญ่กับผู้ปกครองฝั่งนั้น

         แน่นอนว่าพ่อกับแม่เด็กไม่รับไหว้ -_-;

         “เรื่องมันเป็นมายังไงคะ”

         ฉันหันไปถามครูประจำชั้นและครูใหญ่ มือก็ลูบศีรษะทุยเล็กปลอบไปด้วย

         “คือแอนได้ยินเสียงน้องโยชิร้องไห้ดังมาจากบันไดทางขึ้นห้องสมุด พอวิ่งไปดูก็เห็นว่าแกเอามือกุมหัวนอนกันพื้นเลือดอาบ เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นน้องไข่หวานยืนตัวสั่นอยู่ชั้นพักบันไดด้านบน”

         “ลูกคุณผลักลูกฉันตกบันได ดีแค่ไหนที่แข้งขาไม่หัก!” แม่ของน้องโยชิโวยวายเสียงเข้ม ตาแข็งดุมายังลูกฉันจนต้องเบี่ยงศีรษะลูกสาวให้หลบสายตา

         “ค่ะ ขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ เรื่องค่ารักษาฉันจะจัดการให้ทั้งหมดจนกว่าน้องโยชิจะหายดี” ลูกเราทำลูกเขาก็ก็ต้องรับผิดชอบตามนั้น “ไข่หวานขอโทษโยชิหรือยังคะ?”

         ประโยคท้ายฉันก้มคุยกับลูก

         ไข่หวานส่ายหน้า มือน้อยๆ ขยุ้มเสื้อฉันจนยังไม่ยอมขอโทษท่าเดียว

         “ฮะ ฮึก ยะ โยชิว่าไก่หวานก่อน ไก่หวานคุยกับเอมี่เรื่องวันเกิด แล้วโยชิก็มาล้อ ฮึก! ล้อตั้งแต่อยู่ในห้องสมุดจนถึงชั้นวางรองเท้าเยย T^T”

         ลูกฟ้องจบก็หลับตาบีบน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น

         “งั้นน้องโยชิกับไข่หวานก็ขอโทษกัน แล้วคุณแม่จะซื้อไอติมให้ทั้งคู่เลย โอเคไหมคะ?”

         ครูใหญ่กับครูประจำชั้นพยักหน้า แต่แม่ของเด็กอีกคนสะบัดหน้าไม่ยอมทันที

         “ลูกฉันไม่ผิด เด็กมันยังเล็ก...ก็แค่พูดล้อเล่นกันไม่ได้ทำอะไรให้เจ็บตัว แต่ลูกคุณทำร้ายร่างกายลูกชายฉัน นอกจากค่ารักษาพยาบาลฉันจะเรียกค่าทำขวัญด้วย”

         อ้าว…

         ฉันหันไปมองพ่อของน้องโยชิของความช่วยเหลือ เผื่อจะเกลี้ยกล่อมเมียตัวเองได้

         แต่ผู้ชายคนนั้นกลับนั่งนิ่ง แถมยังหันหน้าหนีไม่สบตา

         “ค่ะ ถ้าโยชิไม่ขอโทษไข่หวาน งั้นก็จบที่ค่ารักษาพยาบาลกับค่าทำขวัญ ไม่ต้องมีใครขอโทษใคร”

         ฉันไม่ต่อความยาวสาวความยืด ยื่นนามบัตรส่วนตัวที่มีทั้งเบอร์โทรศัพท์และอีเมลให้เสร็จสรรพ

         “ส่งค่ารักษามาทางเมลนี้ได้เลยนะคะ ส่วนค่าทำขวัญฉันจะให้ทนายจัดการให้”

         พูดจบก็อุ้มลูกลุกขึ้น กดใบหน้าลงแทนการกล่าวลาครูประจำชั้นและคู่กรณี

         “มีแม่สอนลูกให้ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้นี่เอง ลูกถึงได้กลายเป็นเด็กมีปัญหา”

         กึก!

         คำพูดของแม่เด็กอีกคนทำให้ฉันลดมือลงจากมือจับประตูบานเลื่อน หันไปมองสายตาเกรี้ยวกราดกับอาการเบ้ปากคว่ำก่อนจะส่งยิ้มออกไปให้

         “การที่ลูกของคุณใช้คำพูดทำให้ลูกสาวฉันเสียใจจนบันดาลโทสะก็ถือเป็นความผิดเหมือนกัน คุณเองก็ไม่อยากให้ลูกคุณเจ็บตัว ฉันเองก็ไม่ชอบให้ลูกฉันร้องไห้เหมือนกัน”

         “โยชิก็แค่พูดเล่น ลูกคุณโกรธแล้วทำร้ายลูกฉันเองต่างหาก”

         “เหอะ! เพราะมีแม่แบบคุณไง ลูกถึงได้เป็นเด็กปากหมาไม่รู้จักถนอมน้ำใจคนอื่น จริงๆ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะที่เด็กทะเลาะกัน แต่มันไม่จบเพราะผู้ใหญ่ไง”

         แทนที่จะต่างผ่านต่างขอโทษ ให้เด็กสองคนยังเป็นเพื่อนกันได้

         “ฮึก! โยชิว่าไก่หวานก่อน พาโลตัสกับเบคแฮมมาล้อว่าที่จุนพ่อไม่มาวันเกิดไก่หวานเพราะว่าไม่รักไก่หวาน ฮะ ฮึก!” นิ้วน้อยๆ ของลูกชี้ไปที่หน้าเด็กผู้ชายคนนั้นพลางกัดฟันแน่น “ไก่หวานให้ก๋อโต้ดก็วิ่งหนี พอจับได้ก็หยิกไก่หวาน T^T”

         แขนอีกข้างถูกยกขึ้นมาฟ้องเป็นหลักฐาน แม้จะไม่เห็นรอยบุ๋มของเล็บที่จิกบนลงผิวลูกแล้ว แต่ยังเหลือรอยแดงกับรอยถลอก

         “คุณพ่อกลับจากฮ่องกงพรุ่งนี้นะคะ บอกว่าจะพาไข่หวานไปเป่าเค้กที่ร้านประจำด้วย” ฉันโอ๋ลูกพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าของแกเช็ดหน้าให้

         “งะ งั้นปีนี้ไก่หวานจะเกิดวันพรุ่งนี้ T^T”

         “โอเคค่ะ งั้นวันนี้เราไปซื้อชุดสวยๆ ใส่คู่กันเนาะ คุณแม่ให้ไข่หวานเลือกชุดให้คุณพ่อเลย~”

         ใบหน้าเล็กๆ พยักหน้า น้ำตาที่หยดแหมะก็ค่อยๆ แห้งเหือดลง

         “ทีนี้ก็เท่ากับว่าทำร้ายร่างกายกันทั้งสองฝ่ายนะคะ” ฉันเลิกคิ้วมองไปที่ครอบครัวคู่กรณีและส่งยิ้มให้อย่างกวนประสาท

         ฉันไม่หลวมตัวขอโทษอีกและไม่ให้ลูกขอโทษใครแล้ว ถ้าพ่อแม่ของเด็กอีกคนจะสันดานแบบนี้น่ะนะ -_-^

         ก๊อกๆ

         เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับชายวัยกลางคนเปิดประตูเดินเข้ามายืนข้างฉัน

         พินเนกไทสีทองตัว V อันนั้น…

         ‘V Group’

         “สวัสดีครับ ผมเป็นทนายความที่ได้รับการมอบหมายจากคุณวัชริศร์ อัศวยุทธานนท์ ให้มาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญของคู่กรณีครับ”

         นามบัตรถูกยื่นให้ครูประจำชั้น ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะหันมาโค้งคำนับให้ฉัน

         “นายฝากบอกให้นายหญิงพาคุณหนูกลับไปพักผ่อนครับ ปล่อยให้ทางนี้ผมจัดการเอง”

         “พี่เวย์รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ? ได้ยังไง?”

         ทนายเงียบเหมือนผู้ชายสองคนที่ร้านกาแฟเป๊ะ

           เหอะ! เอาเถอะ ตอนนี้ฉันก็อยากพาลูกออกจากตรงนี้เหมือนกัน

         “งั้นปั้นฝากด้วยนะคะ”

         คุณทนายก้มหน้ารับคำสั่ง ส่วนฉันก็พาลูกไปที่รถ จับลูกนั่งคาร์ซีตและตัวเองขึ้นมานั่งที่เบาะคนขับแต่ยังไม่ได้ออกรถแต่อย่างใด

         ฉันหันไปคุยกับลูกสาว ที่กำลังนั่งร้องไห้กอดตุ๊กตาไก่สีเหลืองแน่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

         “ไข่หวานทำผิดที่ผลักเพื่อนตกบันไดนะคะ” ลูกมองหน้าฉันนิ่ง พยักหน้ารับช้าๆ “แต่โยชิก็ผิดที่ล้อเลียนและหยิกไข่หวาน”

         (--) ( ) (--)

         ทีงี้พยักหน้าไวกว่าประโยคเมื่อกี้อีกนะ -_-;

         “ถ้าวันไหนไข่หวานให้อภัยโยชิได้ ให้เดินไปขอโทษนะคะ ต่อให้โยชิจะไม่ให้อภัยหรือไม่ขอโทษไข่หวานก็ตาม”

         “ค่ะ ไก่หวานขอโต้ดค่ะ” มือป้อมๆ ของลูกยกขึ้นมาประนมไหว้อย่างสำนึกผิด ก่อนที่ปากเล็กจะถามคำถามที่อยู่ในใจออกมา “จุนพ่อจะโกรธไก่หวานไหมคะ?”

         “ต้องรอถามคุณพ่อพรุ่งนี้นะคะ”

         เท่านั้นแหละ หน้าเล็กๆ ก็มุ่ยขึ้นมาทันที

         “ทีจุนพ่อไม่อยู่บ้านไก่หวานยังไม่โกรธเลย ถ้าจุนพ่อโกรธไก่หวานจุนแม่โกรธจุนพ่อเยยนะคะ”

         “คุณแม่ต้องโกรธคุณพ่อด้วยเหรอคะ?”

         “อื้อ…ไม่ต้องชงโกโก้ให้จุนพ่อกิน”

         สีหน้าจริงจังของลูกสาวทำให้ฉันหัวเราะ พยักหน้าให้ไข่หวานอย่างขอไปที

         “งั้นวันนี้เราไปชอปปิงเสร็จแล้ว ไปกินข้าวอบสับปะรดต่อดีไหมคะ”

         “ไปค่ะ ^^”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป