บทที่ 10 จวนอัครมหาเสนาบดีเสิ่น

“หากวันหน้ายังกล้าทำตัวเป็นนกสองหัวไร้กระดูกสันหลัง คอยสอพลอเปลี่ยนข้างตามกระแสลมในตำหนักของข้าอีก ข้าจะส่งพวกเจ้าแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไปอยู่แดนเถื่อนที่ห่างไกลเสีย!”

คำขาดประโยคสุดท้ายเปรียบดั่งลิ่มน้ำแข็งที่ตอกตรึงกลางใจขององค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรอง ทั้งสองสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ เพราะฝันร้ายที่สุดขององค์หญิงในวังหลังคือการถูกส่งตัวไปแต่งงานกับชนเผ่านอกด่าน ทั้งคู่รีบโขกศีรษะกับพื้นซ้ำ ๆ หลั่งน้ำตาวิงวอนปากคอสั่น

“หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะเสด็จแม่! จะไม่ทำอีกแล้วเพคะ ได้โปรดเมตตาด้วย!”

จ้าวลี่ซินเห็นสถานะการณ์ไม่สู้ดี ทั้งยังเกรงกลัวในอำนาจเด็ดขาดของไทเฮา ใบหน้างามพลันซีดสลับแดงด้วยความอับอายระคนเคียดแค้น นางสะบัดแขนเสื้ออย่างขัดใจ ย่อกายคารวะส่งเดชแล้วรีบก้าวถอยออกจากตำหนักไปทันที

ส่วนองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองก็รีบคลานเข่าถอยร่น ทูลลาพากันเตลิดหนีออกจากตำหนักอย่างลนลานราวกับหนีตาย

เมื่อตำหนักจิ๋นหนิงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ฉู่ไทเฮาก็เอนวรกายพิงตั่งไม้อย่างเหนื่อยล้า หยาดน้ำตาอุ่นไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างไร้สุ้มเสียง 

‘เฟิ่งหลาน ... เจ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมาหาแม่ให้ได้นะ ...’

ในเวลาเดียวกัน ณ ‘จวนอัครมหาเสนาบดีเสิ่น’ อันโอ่อ่าหรูหรา

ภายในห้องหนังสือส่วนตัวที่ปิดประตูสนิท แสงสว่างมีเพียงเปลวไฟริบหรี่จากตะเกียงน้ำมัน ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง อัครมหาเสนาบดี ‘เสิ่นเว่ย’ กำลังเดินวนเวียนไปมาอยู่บนพรมหนังเสืออย่างกระวนกระวายใจ ใบหน้าชราเคร่งเครียดลุ่มลึก สองมือไพล่หลังบีบเข้าหากันแน่นจนเหงื่อกาฬซึม

“ท่านพ่อ ... เหตุใดท่านจึงดูกระวนกระวายใจถึงเพียงนี้ ข่าวเรื่องทัพเหนือขององค์หญิงผิงหยางถูกลอบโจมตีย่อมเป็นผลดีต่อฝ่ายเราไม่ใช่หรือขอรับ”

‘เสิ่นอวี้’ บุตรชายคนโตผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหมดจดทว่าแววตากลับแฝงความเจ้าเล่ห์ เอ่ยถามบิดาด้วยความฉงนสงสัย

เสนาบดีเสิ่นชะงักเท้า หันขวับกลับมาถลึงตาใส่บุตรชายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดเสียงต่ำเอ่ยลอดไรฟันอย่างระมัดระวัง

“เจ้าโง่! เจ้าคิดว่าเรื่องราวมันตื้นเขินเพียงนั้นเชียวหรือ! จริงอยู่ว่าการที่องค์หญิงผิงหยางบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นชีพกลางป่า ย่อมเป็นการตัดกำลังฝ่ายตรงข้าม ... แต่เรื่องนี้กลับเกิดขึ้นผิดจังหวะและผิดแผนการใหญ่ของข้าไปหมด”

“ผิดแผนอย่างไรหรือขอรับ” เสิ่นอวี้ถามต่อ

เสนาบดีเสิ่นกัดฟันกรอด ก้าวประชิดตัวบุตรชายแล้วเค้นเสียงหนัก

“สิ่งที่ข้าต้องการ คือบีบให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรส ให้เจ้าได้แต่งงานกับองค์หญิงผิงหยาง! เพื่อให้ตระกูลเสิ่นของเราสามารถเข้าแทรกแซงและยึดครอง ‘ตราพยัคฆ์’ กุมทัพเหนือได้อย่างชอบธรรม! แต่ยามนี้นางกลับถูกกองกำลังปริศนาซุ่มโจมตีจนหายสาบสูญไปพร้อมกับรองแม่ทัพเฉิน เป็นตายไม่อาจรู้ได้!”

ปัง!

เสนาบดีเสิ่นทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังลั่นด้วยความเดือดดาล

“หากองค์หญิงผิงหยางต้องมาสิ้นชีพลง ไปโดยที่ตราพยัคฆ์ยังไม่ตกอยู่ในมือของเสิ่น อำนาจบัญชาการทัพเหนือทั้งหมดจะถูกดึงกลับไปอยู่ใต้การควบคุมของฮ่องเต้จ้าวเฉิงหมิงโดยตรงทันที! นั่นหมายความว่า แผนการรวบอำนาจทหารของตระกูลเสิ่นที่วางไว้จะพังทลายลง!”

“อีกทั้ง ...”

เสนาบดีเสิ่นหรี่ตาลง แววตาฉายประกายหวาดระแวง

“ฮ่องเต้จ้าวเฉิงหมิงผู้นั้นเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกเฒ่า แม้ภายนอกจะทำทีเป็นแข็งกร้าวและตำหนิองค์หญิงกลางท้องพระโรง และระแวงในองค์หญิง แต่ในใจพระองค์ย่อมต้องระแวดระวังตระกูลเสิ่นอยู่ทุกลมหายใจ พระองค์อาจอาศัยวิกฤตนี้ส่งกองกำลังออกสืบสวน เพื่อกวาดล้างสายสืบของเราและลิดรอนอำนาจในมือข้าไปพร้อมกัน!”

เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์กลหมากทางการเมืองอันเฉียบขาด เสิ่นอวี้พลันตาสว่างและตระหนักถึงผลกระทบอันร้ายแรงทันที

“เช่นนั้น ... เราควรทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ ท่านพ่อ”

“เจ้าจงเร่งส่งยอดฝีมือของเรา ออกเดินทางตามหาร่องรอยขององค์หญิงผิงหยางอย่างเงียบเชียบและเร็วที่สุด!”

เสนาบดีเสิ่นกดเสียงต่ำเหี้ยมเกรียม

“เราต้องหาตัวนางให้พบก่อนกองทัพหลวงและพวกองครักษ์เงาของฮ่องเต้! หากพบว่านางยังมีชีวิตอยู่ ... เราจะชิงสร้างบุญคุณช่วยชีวิต แล้วใช้ความชอบนี้ทูลขอพระราชทานสมรสให้เจ้าทันที! แต่หากองค์หญิงสิ้นชีพไปแล้ว ... สิ่งที่เจ้าต้องแย่งชิงและนำกลับมาให้ข้าให้จงได้ก็คือ ‘ตราพยัคฆ์ทัพเหนือ’ ประจำกายนาง! ห้ามให้มันตกไปอยู่ในมือของคนในวังหลวงเป็นอันขาด!”

“ข้าจะเร่งไปจัดการทันทีขอรับ!”

เสิ่นอวี้ประสานมือน้อมรับคำสั่งอย่างหนักแน่น ก่อนจะหมุนตัวก้าวออกจากห้องหนังสือไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อตกอยู่ในความเงียบเพียงลำพัง เสนาบดีเสิ่นพรูลมหายใจยาวอย่างไม่อาจข่มความร้อนรนในอกได้ เขากำหมัดแน่นพลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ดูพายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ในหัวใจของขุนนางชั้นผู้ใหญ่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนกังวลใจอย่างที่สุด

ภายในห้องพักฟื้นอันอบอุ่นของสำนักหมอพเนจร กลิ่นสมุนไพรและควันธูปโคจรลมปราณลอยอบอวลบางเบา

บนเตียงไม้ไผ่หนานุ่ม ร่างสง่างามขององค์หญิงผิงหยางนั่งพิงหัวเตียง นัยน์ตาคมปลาบดั่งพญาหงส์กำลังจับจ้องบุรุษหนุ่มในชุดเกราะบางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าอย่างนิ่งสงบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป