บทที่ 12 มือสังหารชุดม่วง
แอ๊ด ...
บานประตูไม้ไผ่ค่อย ๆ แง้มเปิดออก ร่างระหงของหมอหญิงในชุดเรียบง่ายประคองถาดดินเผาที่มีถ้วยยาสีเข้มร้อนกรุ่น กลิ่นไอยาขมปร่าลอยอบอวลไปทั่วห้อง ท่วงท่าการก้าวเดินของนางมั่นคง ทว่าพริ้วไหวดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
ซูเซียวเดินตรงเข้ามา ย่อกายเล็กน้อยแล้ววางถ้วยยาลงบนโต๊ะข้างเตียงคนไข้แผ่วเบา ใบหน้างดงามหมดจดนั้นเรียบเฉย แววตาที่ทอดมองมาเย็นเยียบและห่างเหิน ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงต่อสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย
หมอหญิงปรายสายตาคู่สวยมองไปยังจ้าวเฟิ่งหลาน แววตาของนางราบเรียบ เย็นเยียบดังแผ่นน้ำแข็ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเด็ดขาด
“พรุ่งนี้ก็ครบกำหนดตามที่ท่านขอไว้แล้ว ... โปรดเตรียมตัวออกเดินทางไปจากสำนักของข้าเสีย”
สิ้นคำพูดตัดรอน ทายาทตระกูลหลานก็หมุนกายเตรียมจะก้าวเดินออกไป ทว่าสุรเสียงของคนบนเตียงกลับดังรั้งเอาไว้เสียก่อน
“เหตุใดเจ้าจึงเร่งวันเร่งคืนนักเล่า พรุ่งนี้เพิ่งจะเข้าสู่วันที่สอง อย่างไรเสีย เราก็ยังมีสิทธิ์อยู่ให้เจ้ารักษาต่ออีกหนึ่งคืนมิใช่หรือ”
ซูเซียวไม่แม้แต่จะเอ่ยคำใดโต้ตอบ นางเพียงแค่ปรายสายตามององค์หญิงผิงหยางครู่หนึ่ง แล้วก้าวเดินต่อไป ทว่ายังไม่ทันพ้นบานประตู หมอหญิงกลับชะงักฝีเท้าลง แม้ใบหน้าไม่ได้หันกลับไปมองจ้าวเฟิ่งหลาน ทว่าสายตากลับเหลือบไปกำชับเฉินยู่เฟิงที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างประตูแทน
“เอายาให้นางดื่มเสีย ... ยานี้เพิ่งเคี่ยวเสร็จ ต้องดื่มตอนร้อน ๆ จึงจะช่วยสะกดพิษได้ดี หากปล่อยไว้จนเย็นชืดสรรพคุณจะเสื่อมถอยไปเปล่า ๆ”
“ขอรับ ท่านหมอซู” เฉินยู่เฟิ่งประสานมือรับคำอย่างสำรวม
เมื่อแผ่นหลังบอบบางของหมอหญิงหายลับไป จ้าวเฟิ่งหลานทอดมองตามพลางส่ายศีรษะหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ แววตาคมทอประกายความเอ็นดูระคนชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวถือเกียรติของนาง
“แม้นางจะปากร้าย ดูเย็นชา ทว่าเนื้อในงดงามไร้มลทิน”
องค์หญิงสี่พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรับถ้วยยาอุ่นร้อนจากเฉิงยู่เฟิงมายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดถ้วย รสขมฝาดร้อนผ่านแผ่ซ่านกระจายไปทั่วร่าง จากนั้นจึงเอนกายพิงหมอนหนานุ่ม ปล่อยให้ฤทธิ์และลมปราณค่อย ๆ ไหลเวียนฟื้นฟูกำลังภายในอย่างเงียบสงบ
วันรุ่งขึ้น รอบสำนักหมอพเนจรดูสงบเงียบเฉกเช่นทุกวัน ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ภัยกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ภายในเรือนปรุงยา ซูเซียวในชุดคลุมสีฟ้าอมเทาเรียบง่ายกำลังจัดเตรียมสมุนไพรลงห่อผ้า ใบหน้างดงามหมดจดเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยคอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะด้วยความระมัดระวัง
“ท่านหมอซู ... ยานี้จัดเตรียมไว้ให้พวกนางใช่หรือไม่ขอรับ”
จางเจี้ยน (อาจาง) เด็กรับใช้ผู้คอยดูแลงานล้างสมุนไพร เดินเข้ามาถามเสียงเบา แววตาเปี่ยมด้วยความกังวล
“ใช่ เพราะพรุ่งนี้เช้า ข้าจะส่งพวกเขาออกไปทันที”
ซูเซียวตอบเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความลังเลแม้เพียงนิด
ทว่า ยังไม่ทันสิ้นเสียงของซูเซียว เสียงกระแทกสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสำนัก! บานประตูไม้ขนาดใหญ่ถูกพังเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและอาวุธปะทะกันดังกึกก้อง พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความตระหนกของเหล่าคนงานและข้ารับใช้ที่พยายามต่อสู้ป้องกันตัวกันอย่างโกลาหล
“ท่านหมอซู! แย่แล้วเจ้าค่ะ!”
‘ซิ่วเออร์’ สาวใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
“มีมือสังหารชุดม่วงปิดบังใบหน้าบุกเข้ามาเจ้าค่ะ! พวกมันลงมือเข่นฆ่าคนในสำนักอย่างเหี้ยมโหด และกำลังมุ่งตรงมาที่นี้แล้ว!”
ท่ามกลางความโกลาหล เสียงสั่งการอันทรงพลังและเฉียบขาดของเฉินยู่เฟิงก็ดังก้องขึ้นเหนือความวุ่นวาย
“หน่วยเงา! คุ้มกันองค์หญิงและท่านหมอซู จัดกำลังสกัดทางเข้าเรือนในไว้!”
สิ้นคำสั่ง องค์รักษ์เงาขององค์หญิงผิงหยางที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดพลันทะยานร่างออกมาทางหน้าต่างและประตูปิดล้อมพื้นที่อย่างรวดเร็วและไร้สุ้มเสียง เฉิงยู่เฟิงคว้ากระบี่คู่กายข้างเตียง ฝืนพยุงร่างกายที่ยังไม่หายดีพุ่งตามออกไปสมทบทันที
ณ ลานกว้างหน้าเรือนปรุงยา การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กลุ่มนักฆ่าชุดม่วงพยายามบุกทะลวงเข้ามาด้านใน ทว่ากลับต้องเผชิญหน้ากับการป้องกันอย่างเหนียวแน่นจากยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นอยู่ในสำนักหมอพเนจร
จางเจี้ยน สำแดงวรยุทธ์อันแข็งแกร่งเกินคาด เขากวัดแกว่งพลองเหล็กบดสมุนไพรอันหนาหนัก ผนึกพลังลมปราณซัดเข้าใส่ร่างของนักฆ่าชุดม่วงเต็มแรง แรงกระแทกหนักหน่วงส่งผลให้ร่างศัตรูกระเด็นหงายหลังกระแทกลงบนพื้นหิมะจนกระอักเลือด
ขณะที่หน่วยเงาพุ่งเข้าพัวพันสยบคู่ต่อสู้ เฉินยู่เฟิงก็ตวัดกระบี่สกัดกั้นคมดาบอย่างห้าวหาญ ช่วยเหลือคนเจ็บและบรรดาสตรีให้พ้นจากวงล้อม
ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุน มือสังหารสามคนซึ่งมุ่งเป้าปลิดชีพองค์หญิงผิงหยาง สังเกตเห็นตำแหน่งห้องพักฟื้น พวกมันก็พุ่งตรงดิ่งไปยังทิศทางนั้นทันทีหมายจะสังหารปิดชีพเป้าหมายให้สิ้นซาก!
หมอหญิงซูที่กำลังหลบคมดาบและซัดเข็มสกัดจุดชีพจรศัตรูอยู่ เหลือบไปเห็นพวกมันมุ่งหน้าไปยังห้องพักองค์หญิง สัญชาตญาณความเป็นหมอที่ไม่ยอมให้คนไข้ของตนถูกทำร้าย ผสานกับความรู้สึกถึงการปกป้องที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกสั่งการเร็วกว่าความคิด
ซูเซียวไม่ลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที นางสะบัดข้อมือซัดเข็มเงินเคลือบยาสลบเข้าสกัดจุดชีพจรของมือสังหารคนแรกอย่างแม่นยำจนร่างแข็งแกร่งทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมทั้งใช้วิชาตัวเบา ‘เหินนภาไร้รอย’ พุ่งวาบเดียวเข้าขวางหน้าประตูห้องพักฟื้นไว้ทันควัน!
ทว่ามือสังหารอีกสองคนที่เหลือทะยานร่างเข้ามา คมดาบเย็บเยียบแหลมคมจ่อพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของซูเซียวในระยะกระชั้นชิด!
