บทที่ 6 6
แม่หนูน้อยรีบโผเข้าอกแม่ แล้วซบลงอย่างต้องการไออุ่น สายตาดุคมของเฮย์เดนเปลี่ยนเป็นงุนงงแกมผิดหวัง เขามีไข่มุกเป็นลูกคนแรกจึงยังไม่ค่อยเข้าใจเด็กมากนัก ทำไมเด็กต้องกลัวเขาในเมื่อนิตยสารชั้นนำของประเทศโหวตให้เขาเป็นผู้ชายที่มีบุคลิกดี มนุษย์สัมพันธ์เยี่ยมติดอันดับท็อปไฟว์
“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่วันนี้คุณมาทำไม” พลอย
วารินทร์ได้ลูกมาอุ้มแล้วก็ถามในสิ่งที่อยากรู้
ตอนที่เฮย์เดนคุยกับพลอยวารินทร์นั้นเหล่าบอดี้การ์ดและพี่เลี้ยง แม่บ้าน ต่างหลบฉากไปแล้ว ทั้งสองคนจึงคุยกันได้อย่างไม่ต้องกลัวใครแอบฟัง เฮย์เดนเดินไปหาที่นั่งตรงโซฟารับแขกแล้วนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบาย ๆ
“ผมอยากแวะมาดูลูกบ้าง แล้วก็อยากมาดูความเป็นอยู่ของคุณ คุณเป็นยังไงบ้างต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า”
“ฉันสบายดีค่ะ ไม่ต้องการอะไรอีก ก็อย่างที่คุณเห็น คุณมีทุกอย่างให้ฉัน แต่อย่างเดียวที่ฉันไม่ได้คือ...” พลอย
วารินทร์หยุดพูดเพราะรู้สึกปวดใจลึก ๆ จนไม่อยากเอ่ย
“ลูกใช่ไหม ผมบอกแล้วว่าผมก็ต้องการลูก แกต้องเป็น
แบรดฟอร์ด แกจะไปตกระกำลำบากที่ไหนไม่ได้ ตระกูลของผมไม่มีใครเคยทำงานเป็นลูกจ้าง เพราะฉะนั้นลูกของผมก็จะต้องรับช่วงธุรกิจต่อจากผม หวังว่าคุณจะใจกว้างพอนะเอพริล”
พลอยวารินทร์ฟังแล้วรู้สึกว่าเธอห่างไกลจากคำว่าจะดูแลลูกสาวให้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ได้ เธอมีความสามารถเพียงที่จะมอบความรู้ให้ลูกสาว ฐานะทางบ้านของเธอพอกินพอใช้เท่านั้น แต่เธอก็เชื่อว่าลูกเธอไม่ต้องถูกเลี้ยงอย่างคนรวยก็เป็นคนดีได้ แต่นั่นแหละ เธอก็ไม่อยากตัดโอกาสดี ๆ ในหลายด้านของลูกจากการเป็นคนในตระกูลแบรดฟอร์ดเพราะนั่นเป็นสิทธิ์ของไข่มุกที่พึงได้ แต่ถ้าไม่มีลูกก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะมีความหมายอะไร
“ถ้าอ้างถึงเงิน ฉันคงสู้คุณไม่ได้ ช่างเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเถียงกับคุณเพราะถึงยังไงฉันก็แพ้คุณอยู่ดี” พลอย
วารินทร์พูดเมิน ๆ หันมาเห็นว่าไข่มุกหายร้องไห้แล้วจึงมองหานีน่าให้มาอุ้มไปเล่น เธอจะเข้าครัวทำอาหาร
“นีน่าดูแลน้องไข่มุกด้วย”
นีน่ารับไปแล้วก็รีบเดินออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะมองไปที่คนร่างสูงที่นั่งกอดอกจ้องเจ้านายสาวอยู่ เธอลืมบอกพลอย
วารินทร์ว่าแก้มยังเลอะอยู่
“เอพริล แก้มคุณเลอะอะไร” เฮย์เดนเห็นเข้าพอดี ลุกขึ้นจะเอื้อมมือมาจับ เป็นเพราะความตกใจพลอยวารินทร์รีบเบี่ยงตัวหลบแต่ไม่ทัน เขายึดสองบ่าที่ตระหนกไปเพราะตั้งตัวไม่ทัน
“ผมเช็ดให้”
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจากอกเสื้อเช็ดแก้มให้คนที่ยืนตัวแข็งทื่อ พลอยวารินทร์มองการกระทำทะนุถนอมของ
เฮย์เดนด้วยอาการใจสั่น เธอไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาถ้าไม่นับรวมเหตุการณ์คืนนั้น เธอจึงไม่ชินที่จู่ ๆ เขาก็อ่อนโยนใส่
“ไข่มุกทำไอศกรีมเลอะแก้มคุณใช่ไหม” จู่ ๆ เขาก็ถามเสียงนุ่มจนเธอขนลุก
“ชะ ใช่ค่ะ”
“ผมเช็ดให้หมดแล้ว” พลอยวารินทร์พยักหน้าเพราะยังใจสั่นอยู่แล้วเอี้ยวตัวหลบการอยู่ใกล้ชิดกับเขา เฮย์เดนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน พลอยวารินทร์เลยถามขึ้นอย่างเสียไม่ได้
“อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันไหมคะ แต่อาหารที่ฉันทำเป็นอาหารไทยไม่รู้คุณจะทานได้ไหม ถ้าไม่อยู่ทานก็ได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”
เฮย์เดนยกยิ้มมุมปาก ขบขันกับท่าทางของพลอย
วารินทร์ที่ไม่อยากให้เขาอยู่แต่ก็ชวนไปตามมารยาท เขาเห็นท่าทางน่ารักนั้นเลยอยากแกล้ง “ผมทานอาหารไทยได้คุณทำมาเถอะ ลูกกินได้พ่อก็ต้องกินได้”
“คุณ! ไม่รู้จักเกรงใจเลย” เธอพึมพำว่าเขา
“เป็นอะไร ผมพูดผิดตรงไหนที่ผมบอกว่าผมชอบกินอาหารไทย”
“ผิดตั้งแต่การที่ฉันกับคุณบังเอิญมาเจอกันแล้วค่ะ”
“แต่ผมว่ามันอาจจะเป็นพรหมลิขิตของเราสองคนก็ได้ ผมไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว ไหนบอกว่าจะทำอาหารให้ผมกับลูกกิน รีบไปทำสิ ผมหิวแล้ว ผมจะทำงานรอ เสร็จแล้วเรียกด้วย” เขาว่าแล้วก็หันไปหาอีวานที่เดินเอาโน้ตบุ๊กเข้ามาเปิดให้เขาอย่างรู้ใจ
เฮย์เดนอมยิ้มกับหน้าตาบึ้ง ๆ แต่ยังน่ารักของคนตรงหน้า เขาไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำเลยเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปที่โซฟารับแขกตัวเดิม ถอดเสื้อสูตออกพาด นั่งลงทำงานอย่างสบายอารมณ์
“ฉันบอกก่อนนะว่าฉันไม่ใช่แม่บ้านหรือคนรับใช้ของคุณ คุณจะได้นั่งชี้นิ้วสั่งงานฉัน”
ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นมาจากโน้ตบุ๊กช้า ๆ “ก็คุณบอกเองที่นี่บ้านผม ในเมื่อคุณอยู่ในบ้านของผมก็ต้องเป็นแม่บ้านของผม แต่ถ้าไม่อยากเป็นแม่บ้านจะขยับฐานะเป็นอย่างอื่นก็ได้”
“หยุดเลยค่ะ ฉันจะไปทำอาหารแล้ว ไม่อยากต่อปากต่อคำกับคุณอีก”
พลอยวารินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหมุนตัวเดินเข้าครัว แวบหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าเฮย์เดนร้ายกาจขนาดนี้เธอจะพาตัวไข่มุกกลับไปได้อย่างไร เมื่อครบเวลาหนึ่งปี เธอจะต้องออกไปจากชีวิตลูกสาว เธอจะทำใจได้ยังไง
‘ฉันไม่ใช่แม่อุ้มบุญ เพราะฉะนั้นฉันไม่ยอมง่าย ๆ’
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พลอยวารินทร์ก็ทำอาหารเสร็จ อาหารที่พลอยวารินทร์ทำนั้นมีหลายอย่างทั้งมัสมั่นไก่ ผัดผักสามสหาย ปลาแซลมอนอบเกลือ ซุปไก่ใส่มันฝรั่ง ทั้งหมดเธอทำโดยมีแม่บ้านช่วยเป็นลูกมือ เธอทำเยอะพอที่จะเผื่อให้บอดี้การ์ด รวมไปถึงแม่บ้านและนีน่าได้กินด้วย
บนโต๊ะอาหารที่มีอาหารวางอยู่ครบครัน เธอทำอาหารเสร็จก็ไปตามคนที่เป็นเจ้าของทุกอย่างในห้องเพนต์เฮาส์หลังนี้มากิน เขาเดินมาถึงตอนที่เธออุ้มลูกสาวมานั่งโต๊ะเด็กแล้ว ไข่มุกร้องจะกินทุกอย่างจนคนเป็นแม่ปวดหัวไปหมดเพราะรั้งตัวของแม่หนูน้อยไว้แทบไม่ไหว แม่หนูน้อยจ้ำม่ำเพราะกินเก่งมากยื่นมือไปคว้าจานโน้นจานนี้วุ่นวายไปหมด ทั้งปากเล็กจิ้มลิ้มก็พร่ำบอก
“กินปลา กินปลา”
“เดี๋ยวแม่ตักให้”
“เอาอีก ๆ”
