บทที่ 7 7

แม้พลอยวารินทร์จะเหนื่อยใจที่ต้องคอยจับลูกไม่ให้ยื่นมือไม้ลงไปกลางวงแต่เธอก็มีความสุขที่ได้ป้อนอาหารให้ลูกกิน เฮย์เดนเพิ่งเคยกินข้าวกับสองคนแม่ลูกเป็นครั้งแรกเขายังต้องเหงื่อตกที่เห็นฤทธิ์น้อย ๆ ของลูกสาวอาละวาดบนโต๊ะกินข้าวเพราะต้องช่วยพลอยวารินทร์คว้าจานที่ลูกสาวยื้อแย่งกลัวว่าจะหล่นจากโต๊ะ

“ผมช่วยจับลูกไว้ ส่วนคุณตักปลาให้ไข่มุกดีไหม” หลังจากผ่านศึกบนโต๊ะมาสักระยะ เฮย์เดนจึงเสนอขึ้น

พลอยวารินทร์มองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ คิ้วเรียวงามเลิกขึ้นสูง “เอ่อ คุณจะดูแลไข่มุกได้หรือคะ แกวุ่นมากเลยตอนกินข้าว”

“จะยากอะไรกับเด็กเล็ก ๆ คนเดียว ส่งไข่มุกมาเถอะ ไม่งั้นอาหารบนโต๊ะนี้คงเละเพราะฝีมือไข่มุกเทรวมกันหมด”

“ก็ได้ค่ะ” พลอยวารินทร์ยิ้มแหย ๆ ส่งแม่หนูน้อยจ้ำม่ำไปให้เขาอุ้ม

เฮย์เดนรับมาแล้วก็หยอกล้อด้วยการเอาช้อนให้ถือเพื่อให้แม่หนูสงบเพื่อที่เขาจะตักอาหารอย่างอื่นให้ลูกกินขณะที่พลอยวารินทร์ตักปลาแซลมอน แต่เขาคิดผิดที่ส่งวัตถุสีเงินนั้นไปให้ เพราะมันเป็นเหมือนอาวุธของแม่หนูที่ใช้มาทำร้ายเขา ช้อนสีเงินยาว ๆ ตีแหมะลงบนดั้งจมูกเขาเต็มรัก

“โอ๊ย” เฮย์เดนยกมือกุมดั้งจมูก ขณะที่แม่หนูน้อยหัวเราะคิกทันที เขาไม่เจ็บแต่เขาแค่ตกใจเพราะไม่ทันระวังตัวจากอาวุธที่เพิ่งส่งให้ “แด๊ดเจ็บนะครับ แกล้งแด๊ดทำไม งั้นต้องโดนแกล้งคืนบ้าง”

ระหว่างที่พลอยวารินทร์กำลังตกใจที่เห็นไข่มุกเอาช้อนตีจมูกเฮย์เดน เธอวางปลาแซลมอนที่ตักแล้วลงอย่างเร็ว ปราดเข้าไปจะอุ้มลูกคืนแต่เฮย์เดนกลับทำให้ไข่มุกกลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง เขาแกล้งเอาไรเคราที่เป็นตอแข็ง ๆ ไปถูไถกับแก้มยุ้ยจนไข่มุกหัวเราะคิกคัก ดิ้นตัวหนี

“ไม่เอา ไม่เอา จั๊กจี๋”

เฮย์เดนจึงได้หยุดพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูอบอุ่นทั้งยังดูใจดีขึ้นอย่างประหลาด มือหนาเอื้อมไปหยิบจานที่พลอยวารินทร์ตักปลาไว้แล้วมาวางตรงหน้า “มามี้ตักปลาให้แล้ว ไข่มุกกินปลาจานนี้หมดก่อนแล้วแด๊ดจะพาไปเล่นตัวต่อ”

“กิน กิน ปลา” ไข่มุกอ้าปากกว้างท่าทางอยากกินมาก

พลอยวารินทร์เห็นว่าเฮย์เดนปราบยัยตัวเล็กได้แล้วจึงเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม มองเฮย์เดนป้อนข้าวกับปลาแซลมอนให้ลูกสาว คนเป็นแม่ได้แต่กะพริบตามองปริบ ๆ เฮย์เดนป้อนไปคำหนึ่งก็หกออกมาอีกสองคำ

“...” พลอยวารินทร์เงียบขณะที่เสียงใสร้องโวยวายขึ้น

“กิน กิน” ไข่มุกร้อง มือก็ยื้อแย่งเอาช้อนจากคนเป็นพ่อ

เฮย์เดนไม่คิดว่าการป้อนข้าวลูกยากกว่าการช้อนซื้อหุ้นเมื่อเช้านี้เสียอีก เขาหน้าเสียแต่ก็พยายามหลอกล่อลูกสาวต่อ “แด๊ดป้อนไม่ทันใจหรือครับ”

แม่หนูน้อยไม่สนใจแย่งช้อนไปตักเข้าปากเอง “อาหย่อย เอาอีก เอาอีก”

พลอยวารินทร์ที่นิ่งเงียบอยู่นานแล้วต้องอดขำพรืดออกมาไม่ได้ เฮย์เดนทำหน้าเหลอที่เห็นท่าทางกินจุของไข่มุก นี่ลูกสาวเขาอดอยากได้กินอาหารครบทุกมื้อหรือเปล่าถึงได้กินราวกับหิวโหย

เฮย์เดนรู้สึกงุนงง “หิวมากเหรอครับ” เขาจับช้อนจากมือสาวน้อยแย่งเอามาจะจิ้มเนื้อปลาป้อนให้ ลูกสาวก็เอามือไปหยิบชิ้นปลาคว้าใส่ปาก เขาว่าตัวเองทำอะไรว่องไวแต่เด็กน้อยไวกว่าเขา

“มือเลอะไปหมดเลย”

ไข่มุกยิ้มหวานหัวเราะแหะ ๆ ที่พ่อบอกว่าเธอมือเปรอะ จากนั้นแม่หนูน้อยก็เอามือเลอะ ๆ ป้ายเสื้อเชิ้ตอาร์มานีราคาแพงระยับของเขาทันที เฮย์เดนตกใจกับการกระทำของลูกจนมองตาค้าง นี่คือผลแห่งการกระทำที่เขาไม่เคยดูแลลูกอย่างใกล้ชิดหรือเปล่า

“แย่แล้ว! ทำไมทำแบบนั้นคะไข่มุก” พลอยวารินทร์หน้าเสีย มองหน้าเฮย์เดนด้วยความรู้สึกผิด เขาจะคิดว่าเธอสอนลูกไม่ดีหรือเปล่า

ขณะที่หนูน้อยหัวเราะชอบใจราวกับตั้งใจจะแกล้งผู้เป็นพ่อ ถึงไข่มุกจะซนเกินเด็กวัยเดียวกันไปบ้างแต่ปกติแล้วหนูน้อยไม่เคยทำแบบนี้ พลอยวารินทร์ขึงตาดุใส่ลูก

“อย่าดุแกเลย” เฮย์เดนห้ามแต่สีหน้ายังไม่หายเหวอเท่าไร แต่พลอยวารินทร์ยังไม่หายรู้สึกผิดเพราะเมื่อไล่สายตาลงมาตามเสื้อผ้าเขา ก็เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีมีเม็ดข้าวกับเนื้อปลาแซลมอนเกาะอยู่ เธอทนมองสภาพของเขาไม่ไหวเลยลุกไปขอไข่มุกมาป้อนข้าวเอง

“คุณทานอาหารเถอะค่ะ คุณยังไม่ได้ทานเลย อีกอย่างไข่มุกก็ทำอาหารเลอะเสื้อผ้าคุณหมดแล้ว ให้ฉันป้อนแกเอง ส่วนคุณไปล้างตัวก่อนดีกว่า”

เฮย์เดนก้มมองเสื้อผ้าตัวเองแล้วส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ไม่เห็นเป็นไร เลอะก็ซื้อใหม่สิ”

‘อวดรวย’

พลอยวารินทร์ลอบว่าเขาในใจ “ฉันลืมไปค่ะว่าคุณคงมีเสื้อผ้าเยอะแยะ แค่เสื้อตัวเดียวคงไม่เสียดาย” พลอยวารินทร์อดแขวะเบา ๆ ไม่ได้

“ผมว่าอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย ผมมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่าแค่เรื่องเสื้อผ้า”

“ฉันก็ไม่ได้อยากสนใจ แค่บอกเฉย ๆ ว่ามันเลอะ เผื่อคุณกลับออกไปข้างนอกแล้วใครเห็นว่าเสื้อผ้าของซีอีโอใหญ่เลอะเทอะจะเสียภาพลักษณ์ได้ เห็นคุณต้องเนี้ยบตลอด” ท้ายประโยคพลอยวารินทร์บอกเสียงอ่อนลง แล้วเอียงแก้มก้มหน้ามองลูกที่เคี้ยวปลาตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป