บทที่ 8 8
“นี่คุณจะบอกว่าผมมีนัดกับผู้หญิงงั้นหรือ”
พลอยวารินทร์หันกลับมามองเขา สีหน้าว่างเปล่า “เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้หมายถึงผู้หญิง แต่หมายถึงคู่ค้าทางธุรกิจของคุณ ส่วนเรื่องผู้หญิงคุณคงมีนัดเป็นประจำอยู่แล้วฉันไม่สนใจหรอกค่ะ”
ท่าทางเฉยเมยของแม่ของลูกทำให้เฮย์เดนรู้สึกอยากแกล้ง “คุณไม่สนใจผู้หญิงของผมแต่ผมสนใจเรื่องผู้ชายของคุณ วันนี้ผมเห็นนะสายตาของเรย์มอนที่เขามองคุณ”
หรือว่าการถูกโยกย้ายสายฟ้าแลบของเพื่อนร่วมงานที่มาแจกขนมจีบเธอจะเป็นฝีมือของเขาจริง ๆ
“คุณเฮย์เดนฉันมีอะไรจะถามคุณอย่างหนึ่งได้ไหมคะ”
เฮย์เดนหรี่ตามองก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “วันนี้เรย์มอนด์ถูกย้ายไปที่พอร์ตแลนด์ เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณหรือเปล่าคะ เขาเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน ฉันเลยค่อนข้างสงสัยกับการไปของเขา มันกะทันหันเกินไปเหมือนถูกสั่งด่วนเดี๋ยวนั้นมากกว่าจะเป็นการโยกย้ายงานตามปกติ” เธอถามเพราะที่ผ่านมาเรย์มอนด์ดีกับเธอมากจนเธอไม่อยากเป็นสาเหตุให้เขาต้องถูกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม
เฮย์เดนวางผ้าเช็ดปากลงกับโต๊ะอาหารอย่างไม่เบามือนักพอนึกถึงสายตาไอ้หมอนั่นที่แอบส่องแอบจ้องแม่ของลูก เขาเห็นหลายครั้งแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มอยู่กลับดูกระด้างขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเป็นสีขุ่น ๆ
“แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว”
“ฉันไม่ทราบ ฉันถึงถามคุณยังไงล่ะ คุณเป็นคนสั่งย้ายเขา คุณต้องรู้ดีที่สุดว่าเพราะอะไร”
เฮย์เดนจ้องมองสาวไทยตรงหน้าที่กำลังอุ้มลูกสาวของเขาไว้แนบอก ถึงเธอจะอยู่กับเขาชั่วคราวแต่เขาก็ไม่ต้องการให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับใคร เขาดูแลเธออย่างดีทุกอย่าง เธอควรจะทำหน้าที่แม่ของลูกให้ดีที่สุดเช่นกัน
“อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องสนใจไม่ใช่หรือเอพริล คุณควรสนใจไข่มุกก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะไปรู้”
พลอยวารินทร์เม้มปากแน่น เขาก็เห็นเธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งของเขาที่เขาเลี้ยงไว้และคิดว่าใช้เงินซื้อได้ พลอย
วารินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ข่มโทสะที่อัดแน่นขึ้นมาให้หายลงไป
“ฉันสนใจไข่มุกอยู่แล้วค่ะ ไข่มุกเป็นลูกสาวของฉัน ฉันต้องการแกมากที่สุด และสนใจเรื่องแกมากที่สุดอยู่แล้ว” พลอยวารินทร์ย้ำ
“ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นถ้างั้นก็เลิกถามถึงมัน...เอ๊ย...เรย์มอนด์”
พลอยวารินทร์คิดว่าเปล่าประโยชน์กับการทะเลาะกับเขา เฮย์เดนไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด เพราะคุ้นชิ้นกับการออกคำสั่งจนชิน ส่วนอีกฟากคนที่ถูกมองค้อนก็ไม่อยากทะเลาะต่อหน้าลูก จึงเปลี่ยนเรื่องพูด “อาหารไทยรสชาติดีมาก ผมไม่ได้กินนานมากแล้ว คิดว่าจะกลับมากินอีก พรุ่งนี้คุณทำให้ผมกินด้วย”
“อะไรนะคะ หมายความว่าพรุ่งนี้คุณจะมาอีกหรือคะ”
พลอยวารินทร์ถามเสียงสูงด้วยความตกใจ
“ทำไมต้องตกใจด้วย ผมบอกแล้วว่าจะมาที่นี่บ่อย ๆ ผมจะมาหาลูกของผมมันแปลกตรงไหน ผมกับลูกจะได้คุ้นเคยกัน” เฮย์เดนบอกพลางก้มหน้าลงไปจูบแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวที่ยิ้มแย้มไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว
พลอยวารินทร์ไม่ทันตั้งตัวตอนเขาเงยหน้าขึ้นมาจมูกโด่งเป็นสันของเขาจึงชนคางเธอพอดิบพอดี เฮย์เดนเผลอสูดดมกลิ่นหอมหวานจากเนื้อตัวคุณแม่ยังสาวที่ยังดูสวยไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนตอนครั้งแรกที่เจอ เขาจ้องใบหน้าสวยจัดก่อนจะกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
พลอยวารินทร์ตัวเกร็งที่ใบหน้าเขาเฉียดผ่านเธอไป เธอเผลอใจเต้นแรงแต่ไม่มีทางที่เขาจะเข้ามาอยู่ในหัวใจของเธอได้เพราะเขามีผู้หญิงอยู่รอบเอวไปหมด
“ไม่ส่งนะคะ ฉันอยากพาลูกไปแปรงฟันเข้านอนแล้ว” พลอยวารินทร์รีบอุ้มลูกเดินหนี เธอไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ชิดอีกถ้าไม่จำเป็น
“พาลูกเข้านอนเถอะ ผมกลับเองได้ อ้อ แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาหาลูกอีก”
หนูน้อยที่กำลังถูกแม่จูงไปแปรงฟันเข้านอนหันมามองคนเป็นพ่อแวบหนึ่ง เฮย์เดนโบกมือให้ลูกสาว ยิ้มไปถึงดวงตา “ฝันดีจ้าไข่มุก ฝันถึงแด๊ดดี้ด้วยนะ”
“บ๊าย บาย กู๊ดไนต์ค่ะแด๊ดดี้” พริซซิลลาโบกมือระรัวแล้วรีบหันกลับเมื่อพลอยวารรินทร์กระตุกมือหนูน้อยเบา ๆ เตือนสติให้เดินตามไปได้แล้ว
“หน้าตาดีได้พ่อ” เฮย์เดนมองผลผลิตที่เดินห่างออกไปทุกทีด้วยความรัก ไม่คิดว่าการมีลูกจะให้ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจถึงขนาดนี้ เขาอยากดูแลและปกป้องไข่มุกไปตลอดชีวิต
ไข่มุกลูกสาวของเขามีชื่อจริงไพเราะว่าพริซซิลลา ชื่อนี้เขามาตั้งใหม่ตอนพามาอยู่เออร์วิงแล้ว เฮย์เดนเผลอยิ้ม ถึงแม้หนูน้อยจะกินเก่งแถมดูซนเกินเด็กผู้หญิงทั่วไปแต่ทำไมเขากลับคิดว่าลูกสาวของเขาน่ารักมากแถมฉลาดเฉลียวกว่าเด็กทุกคนที่เคยเห็นมา ที่เธอซุกซนไม่อยู่เฉยและถามไม่หยุดคงเป็นเพราะว่าหนูน้อยฉลาดเหมือนเขา
เฮย์เดนกลับขึ้นมานั่งบนรถคาดิแลคคันหรูแล้ว โดยมี
อีวานเป็นคนขับ เขาก็ยังคิดถึงลูกสาว พลางก้มหน้ามองเสื้อเชิ้ตที่ลูกสาวทิ้งรอยเลอะฝากไว้ให้ เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ จนอีวานกับดาร์เรนต้องหันมามอง
