บทที่ 6 ตอนที่ 6 รอยสัมผัสในความมืด
ตอนที่ 6 รอยสัมผัสในความมืด
ค่ำคืนเคลื่อนผ่านไป ความเงียบสงบยามดึกกลืนกินคฤหาสน์อัศวภักดีจนเหลือเพียงเสียงสายลมพัดผ่านยอดไม้ในสวนด้านนอก เสียงนาฬิกาเรือนโบราณตรงโถงทางเดินบอกเวลาตีหนึ่งเศษ แต่ม่านมุกกลับยังคงนอนลืมตาอยู่ในความมืดบนเตียงกว้าง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ที่ติดอยู่บนหมอนยังคงก่อกวนจิตใจเธอไม่หยุดหย่อน
คำพูดของคชาบนโต๊ะอาหารยามเย็นวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘อิสรภาพของเธอ... อยู่ในบ้านหลังนี้’
คำตอบที่ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่กลับหนักแน่นจนปฏิเสธไม่ได้ มันไม่ใช่การพันธนาการด้วยเครื่องพันธนาการ หรือกรงเหล็กแหลมคม หากแต่เป็นสายใยไร้รูปที่เขากำลังถักทอครอบครองชีวิตเธอไว้ ชายหนุ่มผู้เด็ดขาดและดุดันคนนั้น มอบทั้งความสุขสบาย อิทธิพล และความปลอดภัยให้เธอ โดยแลกกับการให้เธออยู่ภายใต้ร่มเงาของเขาเพียงคนเดียว
ม่านมุกพลิกตัวนอนหงาย ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในความเงียบ เธอยกมือเรียวขึ้นมาแตะริมฝีปากล่างของตัวเอง ความรู้สึกร้อนผ่าวจากสัมผัสของเขาเมื่อวันก่อนยังคงเด่นชัด ราวกับร่างสูงใหญ่คนนั้นยังคงยืนอยู่ตรงนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน หากไม่สังเกตดีๆ คงคิดว่าเป็นเพียงเสียงลมปะทะบานหน้าต่างเท่านั้น ม่านมุกชะงักเกร็งไปทั้งเรือนร่าง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบและเริ่มเต้นระรัวขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ส่งเสียงเอ่ยถาม บานประตูหนาหนักก็ถูกดันเปิดออกช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของคชาก้าวเข้ามาในความมืด แสงจันทร์ยามดึกที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงทาบทับลงบนเรือนร่างของเขา
ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ชุดสูทภูมิฐานเหมือนตอนกลางวันแล้ว เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำตัวบางที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอ เผยลุคที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์อย่างน่าประหลาด
เขาเดินตรงเข้ามาหาเตียงนอนด้วยฝีเท้าที่ไร้เสียง สายตาคมดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองร่างเล็กที่กำลังยันตัวลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียง
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามในความมืด น้ำเสียงที่แฝงไปความแหบแห้งเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า
“คุณคชา” ม่านมุกพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความประหม่า “ดึกขนาดนี้แล้ว... มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
คชาไม่ได้เอ่ยตอบในทันที เขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง สายตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้าหวานและเรือนร่างบางในชุดนอนผ้าซาตินสีอ่อน แสงจันทร์จับเรือนผมยาวสยายและผิวเนียนละเอียดของเธอจนดูงดงามบริสุทธิ์ ชายหนุ่มค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงนุ่ม น้ำหนักตัวของเขาทำให้ฟูกด้านข้างจมลงเล็กน้อย
“ฉันนอนไม่หลับ” เขาเอ่ยบอกสั้นๆ สายตายังคงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สับสนของเธอ “งานวันนี้มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะ แล้วฉันก็คิดถึงเรื่องของเธอ”
“เรื่องของหนูเหรอคะ?” ม่านมุกขมวดคิ้วสวยเข้าหากัน พลางขยับตัวถอยหลังไปเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ
การขยับหนีของเธอไม่อาจรอดพ้นสายตาคมของคชาไปได้ ชายหนุ่มยื่นมือหนาออกไปจับข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้ใช้อารมณ์หรือแรงบังคับ แต่พันธนาการจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเขากลับทำให้เธอไม่อาจขยับหนีไปไหนได้อีก
“เธอกลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” คชาเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลลงจนน่าประหลาด นิ้วหัวแม่มือของเขาค่อยๆ ไล้เบาๆ บนหลังมือเนียนนุ่มของเธอ
“หนู... หนูไม่ได้กลัวค่ะ” ม่านมุกเอ่ยตอบ ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก “หนูแค่... ยังไม่ชิน”
“งั้นก็เรียนรู้ที่จะชินซะ”
คชาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะดึงข้อมือเล็กเข้าหาตัวเบาๆ ร่างบางของม่านมุกปลิวไปตามแรงดึงจนเกือบจะปะทะเข้ากับแผงอกกว้าง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขาพุ่งปะทะจมูกของเธอในระยะกระชั้นชิด ชายหนุ่มใช้อีกมือหนึ่งช้อนแผ่นหลังบางของเธอไว้ แล้วดึงเธอขึ้นมานั่งบนตักกว้างของเขา
“คุณคชา!” ม่านมุกอุทานด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งเกร็งไปทุกส่วน มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ “ปล่อยหนูก่อนค่ะ”
“ทำไมต้องปล่อย?” คชาเอ่ยกระซิบข้างใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวขาวเนียนตรงซอกคอของเธอจนหญิงสาวต้องขนลุกซู่ “เธอเป็นคนของฉัน ทั้งตัว และหัวใจของเธอ มันเป็นของฉันตั้งแต่วันที่เธอก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว”
“แต่หนู...”
“ชู่ว...” คชายกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอเพื่อหยุดคำพูดต่อต้าน ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยความปรารถนาที่เริ่มลุกโชนอยู่ในนัยน์ตา “เด็กดี”
คำว่า ‘เด็กดี’ ที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและนุ่มนวล ทำให้กำแพงความต้านทานในใจของม่านมุกเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว คชาค่อยๆ โน้มใบหน้าคมคายลงมา ประทับริมฝีปากหนาลงบนริมฝีปากบางอวบอิ่มของเธอ
รสสัมผัสในตอนแรกเต็มไปด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวล ราวกับเขากำลังหยอกเย้าและประคบของขวัญล้ำค่า คชาใช้นิ้วมือสอดแทรกเข้าไปในเรือนผมยาวนุ่มของเธอ รั้งศีรษะเล็กให้รับจูบของเขาได้แนบแน่นยิ่งขึ้น ม่านมุกเบิ่งตาโตด้วยความตกใจในทีแรก แต่สัมผัสที่อุ่นร้อนและลึกซึ้งกลับหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอจนหมด
ชายหนุ่มเริ่มเพิ่มความหนักแน่นในจูบ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานจากริมฝีปากเล็กอย่างเชี่ยวชาญ คชาบดเบียดริมฝีปากลงมาซ้ำๆ สัมผัสที่เร่าร้อนสะท้อนถึงความปรารถนาที่รุนแรงและความหวงแหนที่เขาเก็บซ่อนไว้ใต้หน้ากากความเย็นชามาโดยตลอด
“อื้อ~~” ม่านมุกส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ มือเล็กที่เคยดันแผงอกของเขาไว้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่น ความรู้สึกแปลกใหม่และซาบซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนพุ่งพล่านไปทั่วเรือนร่าง ร่างกายของเธออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเขา
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกช้าๆ ให้คนตัวเล็กได้สูดอากาศหายใจเข้าปอด ใบหน้าหวานของม่านมุกแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตฉ่ำปรือและเต็มไปด้วยความสับสน สายตาคมกริบของคชามองภาพตรงหน้าด้วยความหลงใหลอย่างที่สุด เขายื่นมือไปสัมผัสแก้มใสนุ่มเบาๆ
