บทที่ 7 ตอนที่ 7 กรงล้อม

ตอนที่ 7 กรงล้อม

แสงรุ่งอรุณสีทองค่อยๆ ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามากระทบเปลือกตาของม่านมุก หญิงสาวขยับตัวตื่นขึ้นมาจากความฝันด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งตรงบริเวณช่วงเอว

เมื่อลืมตาขึ้นมอง ภาพแรกที่ปรากฏในสายตาคือแผงอกกว้างของชายหนุ่มที่นอนซ้อนอยู่ข้างกาย อ้อมแขนของคชายังคงกอดเธอไว้แน่นตลอดทั้งคืน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเขาเป่ารดตรงเรือนผมของเธอ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยไออุ่นที่ชวนให้หัวใจปั่นป่วน

ม่านมุกนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัว เกรงว่าจะทำให้ร่างสูงใหญ่ตื่นขึ้นมา ความทรงจำเกี่ยวกับสัมผัสและรอยจูบที่เร่าร้อนเมื่อคืนวานพุ่งย้อนกลับเข้ามาในความคิดราวกับเกลียวคลื่น ความอบอุ่นผสมผสานความวาบหวามยังคงตกค้างอยู่บนริมฝีปาก

เธอจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของมาเฟียหนุ่ม ผู้ซึ่งที่ตอนตื่นจะแผ่รังสีดุดันและทรงอำนาจจนทุกคนต้องสยบยอม แต่ในยามนี้ คชากลับดูผ่อนคลายและไร้ความระแวดระวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มือเล็กค่อยๆ ยื่นออกไปจะสัมผัสโครงหน้าคมคายของเขาอย่างลืมตัว ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนผิวแก้ม ดวงตาคู่คมทรงอำนาจของคชาก็ลืมขึ้นทันที

ม่านมุกชะงักมือค้างกลางอากาศด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างเสียจังหวะ

“ตื่นนานแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าตามประสาคนเพิ่งตื่นเอ่ยถาม คชาไม่เพียงไม่ถอยห่าง แต่เขากลับรั้งอ้อมแขนดึงร่างบางเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่างระหว่างกัน

“เพิ่ง... เพิ่งตื่นค่ะ” ม่านมุกตอบเสียงเบา หลบสายตาคมเข้มที่จ้องมองลงมาอย่างเปิดเผย “คุณคชาปล่อยหนูก่อนได้ไหมคะ หนูจะไปอาบน้ำ”

คชายกยิ้มจางๆ ตรงมุมปาก สายตามองดูแก้มใสที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขายอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ ม่านมุกจึงรีบขยับตัวลุกออกจากเตียงทันทีด้วยความประหม่า ก่อนจะรีเดินตรงเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของคชามองตามหลังไปไม่คลาดสายตา

หลายนาทีผ่านไป

หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ทว่าทันทีที่เดินพ้นประตูห้องน้ำออกมา ก็ไม่เห็นชายหนุ่มแล้ว เธอจึงเดินลงมายังห้องอาหาร

ทว่าบรรยากาศในคฤหาสน์วันนี้กลับแปลกไปจากทุกวัน บริเวณรอบบ้านรวมถึงทางเดินด้านนอกมีชายชุดดำยืนคุ้มกันแน่นหนากว่าเดิมเกือบเท่าตัว รังสีความตึงเครียดบางอย่างแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณจนม่านมุกสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องอาหาร เธอพบว่าคชานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้มเต็มยศพร้อมทำงาน ใบหน้าคมคายฉาบทับด้วยความเรียบเฉยและเย็นชาดั่งเช่นเคย ข้างกายของเขามี ‘ภาม’ ลูกน้องคนสนิทยืนรายงานสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ส่งคนไปดูแลความปลอดภัยรอบตึกใหญ่เพิ่มเป็นสองเท่า ถ้าพวกมันกล้าข้ามเขตเข้ามา ก็จัดการได้ทันทีไม่ต้องรอคำสั่งฉัน” คชาเอ่ยเสียงเรียบเย็น แต่คำพูดนั้นกลับเต็มไปด้วยความอันตราย

“ครับ” ภามรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะโค้งตัวและก้าวถอยหลังออกไป เมื่อเดินผ่านม่านมุก ภามผงกหัวให้อย่างสุภาพ แต่นัยน์ตากลับแฝงความกังวลไว้ไม่อยู่

ม่านมุกเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างหัวโต๊ะตามเดิม คชามองตามร่างเล็ก นัยน์ตาคมที่เคยเย็นชาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตของเธอ

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?” ม่านมุกเอ่ยถามด้วยความสงสัยและความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ทำไมวันนี้การ์ดข้างนอกถึงดูเยอะผิดปกติ”

“ไม่มีอะไรที่เธอต้องกังวล แค่เรื่องธุรกิจไร้สาระ”

“แต่หนูเห็นสีหน้าของคุณภามดูเครียดมาก”

“ม่านมุก” คชาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาวางช้อนลงแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง “ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปไหนนอกเขตคฤหาสน์ อยู่แต่ในบ้าน เข้าใจไหม?”

คำสั่งที่เด็ดขาดนั้นทำให้ม่านมุกขมวดคิ้วเรียวสวยทันที ความรู้สึกอึดอัดที่เคยถูกกดทับไว้เริ่มตีวนกลับขึ้นมาอีกครั้ง แม้เธอจะสัมผัสได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของเขา แต่มันก็ตอกย้ำสถานะกรงทองที่เธอต้องเผชิญอยู่ดี

“คุณกำลังกักขังหนูอีกแล้วเหรอคะ?” ม่านมุกถามกลับ “คุณบอกว่าหนูมีอิสรภาพในบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้แม้แต่ก้าวขาออกไปข้างนอกก็ทำไม่ได้เหรอคะ?”

“ฉันไม่ได้กักขัง แต่ข้างนอกมันอันตรายเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้ คนพวกนั้นมันจ้องจะเล่นงานจุดอ่อนของฉัน”

คำว่า ‘จุดอ่อน’ ที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำให้อากาศในห้องอาหารคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ม่านมุกสบตาคชานิ่งๆ ความสับสนโถมทับเข้ามาในหัวใจ เขาเห็นเธอเป็นจุดอ่อน

หรือเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งของสำคัญที่ต้องเก็บไว้ในกรงที่ปลอดภัยที่สุดกันแน่

“หนูไม่ใช่สิ่งของของคุณคชา” ม่านมุกพึมพำตอบเบาๆ แต่ทว่าแฝงความดื้อรั้น “แล้วหนูก็ไม่อยากเป็นจุดอ่อนที่ต้องคอยซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงสูงๆ พวกนี้ด้วย”

คชาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ความขัดแย้งในใจของเขากำลังตีกันอย่างหนัก ปมในอดีตเรื่องการถูกทรยศและการสูญเสียทำให้เขาไม่อาจไว้ใจโลกภายนอกได้อีกต่อไป สัญชาตญาณบังคับให้เขาต้องรวบตัวเธอไว้ให้อยู่ใต้การควบคุมทั้งหมด

แต่น้ำเสียงและสายตาต่อต้านของม่านมุกกลับกำลังท้าทายกรอบที่เขาสร้างขึ้นอย่างหนักหน่วง

“เธอเป็นคนของฉัน ม่านมุก” คชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ แล้วโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “แต่ถ้าเธออยากลองดีกับฉัน ก็ได้นะ เธอลองดูได้”

ม่านมุกเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองตามหลังร่างสูงใหญ่ของคชาที่หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารไปพร้อมกับทีมการ์ดชุดดำ ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความเงียบและความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจ

คฤหาสน์หรูหราพร้อมบริวารรับใช้ยังคงล้อมรอบตัวเธอไว้ แต่ความจริงที่ว่าเธอคือ ‘จุดอ่อน’ และเป็น ‘นกน้อยในกรงทอง’ ของคชา ยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางอันตรายจากศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และเงาแห่งความขัดแย้งที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป