บทที่ 1 ฤดูแห่งความเศร้า

๑

ฤดูแห่งความเศร้า

           หญิงสาวรูปร่างปราดเปรียววิ่งฝ่าสายฝนที่เริ่มจะโปรยปรายในช่วงใกล้ค่ำ เธอวิ่งเหยาะๆ ข้ามถนนจากฟิตเนสหรูที่มีสาขาทั่วโลกมายังร้านกาแฟเล็กๆ ฝั่งตรงข้าม ทรวดทรงองค์เอวของเธอพร้อมที่จะอวดทุกสายตาให้ตะลึงงัน อาชีพครูสอนเต้นแอโรบิกในสถานออกกำลังกายชื่อดังทำให้เธอมีรูปร่างที่ชวนมอง ทว่าใบหน้าของเธอในยามนี้ที่สารเอ็นดอร์ฟินจากการออกกำลังกายอย่างหนักคงหลั่งออกมาไม่เพียงพอที่จะทำให้สีหน้าเศร้าหมองสดชื่นขึ้นมาได้ มือบางผลักบานกระจกหนาเข้าไปในร้าน

เธอนัดกับเขาไว้ที่นี่!

         “เอสเพรสโซ่ค่ะ” หญิงสาวสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ก่อนจะมานั่งที่โต๊ะประจำริมกระจกอย่างคุ้นเคย ที่นี่เป็นสถานที่ที่เขาจะมานั่งรอเธอเสมอ แต่ในวันนี้...เธอกลับต้องมานั่งรอเขา

         รอเพื่อจะให้รู้ว่าเขาจะเลือกใคร ระหว่างเธอที่คบกันมาถึงเจ็ดปีกับผู้หญิงบอบบางคนนั้นที่เขาเพิ่งรู้จักเพียงแค่ไม่กี่เดือน หญิงสาวเลือกที่จะหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ เพราะน้ำในหน่วยตาของเธอเริ่มจะเอ่อคลอ ร่างกายของเธอแข็งแรง แต่จิตใจ...ช่างอ่อนแอเหลือเกิน

อภัย! คือคำที่เธอท่องซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อให้เขายังอยู่กับเธอ แต่หากวันนี้ถ้าเขาไม่มาตามนัด คำว่าอภัย...คงไม่มีอีกแล้ว

พนักงานเสิร์ฟยกกาแฟหอมกรุ่นมาวางไว้ตรงหน้าพร้อมกับเสียงเตือนของโปรแกรมไลน์ในสมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่ที่วางไว้ใกล้ตัว เธอละสายตาจากแก้วกาแฟ มือเรียวคว้าสมาร์ตโฟนมาเปิดดู หยาดน้ำใสในดวงตาไหลหลั่งลงมาพร้อมกับห่าฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนกระจกใสภายในเป็นฝ้าขาวเมื่อความฉ่ำเย็นจากน้ำฝนกระทบกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดอยู่ภายใน

กรพัฒน์ : พี่ไปไม่ได้นะฝน พี่ขอโทษ หากพี่ไปแอมเขาจะฆ่าตัวตาย จิตใจของแอมเขาอ่อนแอมาก พี่กลัวเขาทำร้ายตัวเองเพราะพี่อีก พี่ขอโทษนะฝน พี่เชื่อว่าฝนแข็งแรงกว่าแอม หากไม่มีพี่ ฝนก็คงอยู่ได้

ใช่! เธออยู่ได้...อยู่ได้เพราะหลอกตัวเองตลอดมา อยู่ได้เพราะคิดว่าวันหนึ่งเขาจะกลับตัวเป็นคนดีเพื่อเธอ อยู่ได้เพราะหวังเพียงว่าเขาจะเห็นในความดีของเธอแล้วกลับมา นี่หรือความแข็งแรงของเธอ เปล่าเลย...เธออ่อนแอต่างหาก...อ่อนแอจนกลัวการอยู่โดยที่ไม่มีเขาถึงต้องยอมทนตลอดมา

หญิงสาวควบคุมตัวเองไม่ให้สะอื้น แล้วหยิบธนบัตรที่มีจำนวนเงินมากกว่าราคากาแฟในแก้วที่เธอยังไม่ได้แตะวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเก็บสมาร์ตโฟนใส่กระเป๋าถือ แล้วเดินฝ่าสายฝนที่กำลังเทกระหน่ำ เพียงเพื่ออยากใช้น้ำฝนพรางน้ำตาที่กำลังไหลทะลักราวทำนบแตก ทำไมเธอถึงตัดใจจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้สักที

ร่างเปียกปอนไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนที่หลบฝนอยู่ตามชายคาของร้านรวงต่างๆ เธอยังคงก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย พร้อมกับน้ำตาที่ยังคงหลั่งรินแข่งกับสายฝน

กลับบ้าน! ใช่ เธอต้องกลับบ้าน หญิงสาวเรียกแท็กซี่คันแล้วคันเล่า แต่ไม่มีคันไหนจอดรับผู้หญิงเปียกปอนอย่างเธอ จึงตัดสินใจเรียกตุ๊กๆ ที่ขับผ่านมา เพื่อให้ไปส่งยังคอนโดมิเนียมที่ไม่ไกลจากสถานที่ทำงานนักโดยไม่ยี่หระกับสายตาของคนขับรถตุ๊กๆ ที่มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ

วรรษาก้าวเท้าลงจากรถตุ๊กๆ อย่างทุลักทุเลก่อนที่จะวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามายังตัวอาคาร เธอเดินผ่านล็อบบี้เข้าไปกดลิฟต์ทั้งที่ร่างกายเปียกโชกไปทั้งตัว หญิงสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์ ภาพแม่บ้านร่างท้วมถือไม้ถูพื้น มาถูหยดน้ำที่เปียกเพรื่ออยู่บนพื้นแกรนิตโต้สีดำ หายลับไปพร้อมกับประตูลิฟต์ที่ถูกปิดลง

หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดคิงไซซ์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีม่วงหม่น ทอดดวงตาเศร้าโศกไปยังสายฝนที่เทกระหน่ำผ่านบานกระจกหนา

ฤดูฝน...ฤดูแห่งความหม่นเศร้า

ฝน...คือชื่อเล่นของเธอ ฤดูฝน...คือความหมายของชื่อจริง...วรรษา

แม่ของเธอตั้งให้เพราะเธอเกิดในฤดูฝนเมื่อยี่สิบเก้าปีก่อน หากแต่...เธอไม่เคยได้รับความสุขในวันฝนพรำเลยสักครั้ง เธอต้องถูกทอดทิ้งเพราะร่างกายของเธอแข็งแรงกว่าผู้หญิงคนนั้นหรือ แล้วหัวใจของเธอล่ะ เขาจะรู้บ้างไหม...ว่ามันเจ็บปวดไม่ต่างกันเลยสักนิด ใครจะมาเข้าใจผู้หญิงสวยที่อึดและถึกอย่างเธอบ้างว่าต้องการการดูแลและ

เอาใจใส่ ไม่ต่างจากผู้หญิงบอบบางคนนั้น

‘ถ้าหากฉันจะฆ่าตัวตายเหมือนอย่างเขา คุณจะกลับมาดูแลฉันไหม...กรพัฒน์!’

“ติ๊ง!” วรรษาสะดุ้งหลุดออกมาจากความคิดคร่ำครวญ เมื่อได้ยินเสียงเตือนของอีเมลดังขึ้นบนจอสมาร์ตโฟน เธอปาดน้ำตาที่ไหลรินก่อนจะหยิบขึ้นมาดู

“เรียว...” หญิงสาวพึมพำ

บทถัดไป