บทที่ 10 ฉันไม่ชอบหน้าเขา
ฉันไม่ชอบหน้าเขา
วริษได้แต่ยืนอึ้งตะลึง เขาไม่ควรเลือกชุดนี้ให้เธอใส่เลยจริงๆ แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรกันล่ะว่า รูปร่างของเจ้าหล่อนจะเย้ายวนใจเช่นนี้ และเขาก็ไม่สันทัดกับเสื้อผ้าผู้หญิงเสียด้วย ไม่รู้เลยว่า เจ้าเสื้อแขนยาวนั้นมันจะสั้นเต่อจนเห็นเอวกิ่วๆ นั่นชัดเจน
‘ให้ตายเถอะเป็นสาวเป็นแส้ทำไมแต่งตัวไม่รัดกุมแบบนี้ เป็นน้องเป็นนุ่งจะตีให้ตาย’ เขารู้สึกหวงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“คุณมาดูสิคะ ฉันสตาร์ตหลายครั้งแล้วมันก็ไม่ติด” ร่างเย้ายวนใจเดินนำเขาไปที่รถ ชายหนุ่มเดินตามไปอย่างอึ้งๆ เธอเปิดประตูรถแล้วก้มลงสตาร์ตรถอีกครั้ง
ช่วงที่เธอก้มตัวลงไปมันทำให้เขาเห็นรูปร่างสมส่วนจากด้านหลังของเธอชัดเจนขึ้นไปอีก จนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หญิงสาวบิดกุญแจสตาร์ตรถอยู่หลายครั้งมันก็ไม่ติดอยู่ดี
“งั้นคุณทิ้งรถไว้ที่นี่เถอะ เรามีเวลาไม่มากนัก ผมทำงานอยู่ที่คีรีธารา เดอ เขาใหญ่ และคุณก็เป็นลูกค้าของรีสอร์ต เดี๋ยวผมจะเรียกช่างมาจัดการให้ ถือเป็นการให้บริการลูกค้าก็แล้วกัน ตอนนี้กลับไปกับผมก่อน เพราะหากมืดค่ำคุณจะลำบาก ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีรถผ่านด้วย” หญิงสาวกวาดสายตามองอย่างลังเลก่อนจะเห็นสติ๊กเกอร์หน้ากระจกรถคันหรูของเขาซึ่งติดโลโก้ของคีรีธาราเอาไว้ ความหวาดระแวงจึงคลายลงกลายเป็นเผยรอยยิ้มขึ้นมาแทนที่
“คุณทำงานที่นั่นหรือคะ แล้วฉันกลับกับคุณได้แน่ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามซ้ำ ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รี่ส่งยิ้มหวานมาให้อย่างดีใจ รอยยิ้มหวานฉ่ำที่ทำให้คนเป็นเพื่อนในเงาถึงกับสายตาพร่ามัว จนต้องรีบทำเสียงขรึมกลบเกลื่อน
“ใช่ ผมคงไม่กล้าทิ้งคุณไว้คนเดียวแบบนี้หรอกนะ แต่งตัวแบบนี้เห็นทีจะไม่พ้นบรรดาเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวขับผ่านมาคงจะ...หึ...” เขาอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาดุๆ ไปให้ เป็นการบอกว่าการแต่งตัวของเธอมันล่อแหลมล่อตะเข้เกินไป หญิงสาวก้มมองการแต่งกายของตัวเอง ซึ่งต่างจากคนตรงหน้าลิบลับที่อยู่ในเสื้อสูทหรูมิดชิด ดูเป็นนักธุรกิจมาดเข้มเต็มตัว แต่เธอดูช่างกะโปโลสิ้นดี
‘ก็คนมาเที่ยวพักผ่อน จะให้แต่งตัวเรียบร้อยไม่มีสีสันมันจะสนุกได้ยังไงกัน ผู้ชายอะไรเชยชะมัด!’ วรรษาอดบ่นอุบในใจไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู นึกอยากจะเปลี่ยนใจอยู่ครามครัน
“รีบขึ้นรถเถอะ ฝนลงเม็ดมาแล้วด้วย ผมไม่ว่างมายืนตากฝนเป็นเพื่อนคุณหรอกนะ” เขาทำเสียงดุเพราะอยากให้เธอตัดสินใจขึ้นรถเสียที
หญิงสาวฉุนหนักขึ้นไปอีกแต่ก็จำใจต้องเปิดประตูรถของตัวเอง เอาของจำเป็นออกจากรถเพื่อขึ้นรถไปพร้อมกับเขา ทั้งที่รู้สึกหมั่นไส้คนขี้เก๊กมาดดุนั่นจนแทบจะทนไม่ไหว แต่เป็นเพราะเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางๆ ทำให้ต้องรีบตัดสินใจขึ้นรถไปนั่งคู่กับเขาเพราะชายหนุ่มเปิดประตูรถด้านหลังรอให้เธอขึ้นไปอยู่แล้ว ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมรถไปนั่งอีกด้านหนึ่ง
“ฉันชื่อวรรษานะคะ เรียกฉันว่าฝนก็ได้ค่ะ แล้วคุณสองคนชื่ออะไรคะ” วรรษาเอ่ยปากแนะนำตัวเองให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อเป็นการลดความตึงเครียด เนื่องจากเธอเห็นชายหนุ่มที่นั่งข้าง หน้าตาดูเคร่งเครียดจนเธอสังเกตได้
‘ฝน...วรรษา แน่นอนแล้วละ...นายวริษ! ให้ตายเถอะ เธอไม่ใช่แค่คนใส่ชุดเหมือนกันอย่างที่นายพยายามจะให้เป็น’
ชายหนุ่มถอนหายใจในหัวอกหัวใจสั่นไหวประหลาด เขาจะเปิดเผยตัวเองหรือจะ...
ไม่! ผมจะรีบลืมโดยทันทีหลังจากส่งคุณถึงที่หมายแล้ว ว่าเราเคยเจอกันด้วยความบังเอิญ
“อ้อ ผมวริษ ส่วนเขาที่ขับรถอยู่ชื่อเวช ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณฝน” เขาตอบไปเสียงเรียบ ก่อนจะนั่งนิ่งแต่สายตาเจ้ากรรมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นขาเรียวสวยนั่นอยู่ร่ำไป จนต้องรีบเบนสายตาไปมองข้างทางแทน
‘ผมจะทำอย่างไรดี...ฝน ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ เอาเถอะผมจะพยายามคิดว่าเราไม่เคยเจอกัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษโชคชะตา ผมไม่ได้อยากผิดคำสัญญาของเรา’ เขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเขาแม้แต่น้อย แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก จึงทำได้แค่ขอโทษขอโพยในใจ
“ที่คีรีธารา เดอ เขาใหญ่ มีฟิตเนสด้วยหรือเปล่าคะ คือฉันชอบออกกำลังกายค่ะ” เสียงหวานที่เอ่ยถามเจื้อยแจ้วนั่นมันรู้สึกดีกว่าตอบคำถามผ่านอีเมลเป็นไหนๆ ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งอุ่นวาบในหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด มือหนาถูไปมาอย่างลืมตัว
“มีครับ มัน..เอ่อ หากคุณจะไป ก็สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ได้” เขาเกือบจะเผลอบอกไปแล้วว่ามันอยู่ห่างจากห้องเรนฟอเรสต์ สวีต ที่เธอพักไปเพียงสองอาคารเท่านั้น แต่ก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน แล้วเปลี่ยนเป็นทำเสียงขรึมแทน
“แล้วรถของฉันล่ะคะ เอ่อ”
“รถของคุณไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะให้เจ้าหน้าที่จัดการให้ทันที ขอเบอร์ติดต่อคุณได้ไหม ถ้ารถซ่อมเรียบร้อยแล้วจะได้ให้เจ้าหน้าที่โทรไปบอก” เขาถามเสียงขรึม
“เบอร์ของฉันหรือคะ เอ่อ เดี๋ยวฉันบอกให้ค่ะ 081-451….”
“อะไรนะครับ ทวนใหม่อีกที 081-541…”
“ไม่ใช่ค่ะ 451 ค่ะ เดี๋ยวฉันกดให้นะคะ” หญิงสาวชะโงกหน้าไปมองจอสมาร์ตโฟนที่เขากำลังจะบันทึกเบอร์และชื่อของเธอเอาไว้ วรรษาอดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วเรียวไปจิ้มบนหน้าจอให้ เมื่อเห็นว่าเขากดตัวเลขผิดๆ ถูกๆ โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าความใกล้ชิดและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอทำให้คนตัวใหญ่ที่นั่งข้างๆ ใจสั่นไปถึงไหนต่อไหน
