บทที่ 9 คนแปลกหน้า
หญิงสาวเปิดประตูรถออกมา ก่อนที่จะหย่อนเรียวขาขาวเนียนซึ่งสวมรองเท้าสานสีน้ำตาลส้นเตี้ยที่เธอชอบใส่เดินเล่นเป็นประจำ พารูปร่างระหงซึ่งอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้น กับเสื้อยืดแขนยาวสีขาวแบบเอวลอยโชว์ทรวดทรงองค์เอวอันอร่ามของเธออย่างมั่นใจลงไปเปิดกระโปรงรถแล้วก้มๆ เงยๆ ความรู้ด้านเครื่องยนต์กลไกที่มีต่ำกว่าศูนย์ทำได้แค่เอามือจับตรงนั้นตรงนี้ เผื่อว่ามันจะสามารถทำให้เธอสตาร์ตรถติดได้ ก่อนที่จะก้าวมาขึ้นรถอีกทีเพื่อจะสตาร์ต แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จะทำอย่างไรต่อไป!
หญิงสาวครุ่นคิดวุ่นวายก่อนที่จะโทรไปหาสมเจตน์แต่ไม่มีคนรับสาย เพื่อนสนิทของเธอก็มีเพียงไม่กี่คน เพราะตั้งแต่เธอคบกับกรพัฒน์เธอก็ตัดขาดการคบหากับเพื่อนๆ ที่เคยเรียนด้วยกันมา เนื่องจากกรพัฒน์จะพยายามใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเธอ และผูกเธอติดกับเขาไว้ตลอดเวลาหลังจากเลิกงาน จึงทำให้เพื่อนสนิทที่เคยมีค่อยๆ ห่างเหินออกไป แล้วในเวลานี้ที่เธอไม่เหลือเขาอีกแล้ว เธอจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มเอ่อคลอ
เรียว! หญิงสาวคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาเพื่อจะติดต่อไปหาเขา ให้ตายเถอะ แบตเตอรี่ก็ดันเหลือแค่ 1% เพราะวันนี้เธอใช้มันถ่ายรูปพร้อมส่งอีเมลและฟังเพลงเพลินจนลืมชาร์จ แบตเตอรี่หมดโดยไม่ทันรู้ตัว หลังจากเธอพยายามจะเข้าอีเมลเพื่อส่งไปขอคำปรึกษาแต่มันก็ดับวูบลงไปต่อหน้าต่อตา
“บ้า ชะมัด” วรรษาสบถออกมาอย่างโมโห ก่อนที่จะได้ยินเสียงรถแว่วมา ใบหน้าของเธอผุดความหวังขึ้นมาเรืองรอง ก่อนที่หันมองไปยังรถยุโรปคันหรูสีดำสนิทที่กำลังขับใกล้เข้ามา
เวชซึ่งกำลังขับรถพาเจ้านายไปยังคีรีธารา เดอ เขาใหญ่ จ้องมองมายังรถที่เปิดสัญญาณไฟกะพริบอยู่ไกลๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารถคันนั้นมีปัญหาและอาจต้องการความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเห็นหญิงสาวรูปร่างงามลงมาโบกรถ
“รถคันข้างหน้ามีปัญหา จะทำยังไงดีครับ เป็นผู้หญิงด้วย” เวชตัดสินใจเอ่ยถาม ผู้เป็นนายเงยหน้าจากจอสมาร์ตโฟนที่เขามักจะใช้เวลาในการนั่งรถตอบอีเมลบ้าง เปิดดูข้อมูลต่างๆ บ้าง เป็นการฆ่าเวลาและทำงานไปในตัว
“ก็คงต้องแวะดูสักหน่อย นี่ใกล้ค่ำแล้วด้วย”
“ไม่กลัวว่าจะเป็น เอ่อ...” เวชชะลอรถลงก่อนจะอึกอักถาม เพราะกลัวว่าอาจจะเป็นอันตรายได้หากผู้หญิงคนที่เห็นเป็นนกต่อ เจ้านายของเขาอาจจะไม่ปลอดภัย
“แล้วถ้าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่นายเวชกลัวล่ะ เราจะต้องเสียใจทีหลังหากไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ แล้วเธอเกิดได้รับอันตรายขึ้นมา” เวชถอนใจ เจ้านายของเขาเป็นเช่นนี้เสมอ ท่าทีภายนอกดูเข็มแข็งดุดันจนทำให้คนไม่คุ้นเคยหวั่นเกรงได้ไม่ยาก แต่ภายในกลับอ่อนโยนอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เวชค่อยๆ ชะลอรถเทียบกับรถที่จอดอยู่
“นายเวชลดกระจกลง แล้วถามเขาซิว่ารถเป็นอะไร” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบแต่มีอำนาจอยู่ในที ถึงเขาอยากจะช่วยเหลือแต่ความปลอดภัยก็ต้องมาก่อนเสมอ เวชทำตามคำสั่งลดกระจกลงเพียงนิดเดียว เพื่อจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหล่อน
แต่คนที่บอกให้ถามเห็นร่างงามที่เดินมาเกาะกระจกแล้วเบิกตากว้าง เมื่อเห็นชุดที่เธอใส่ มันเป็นชุดที่เขาแสนจะคุ้นตาเสียเหลือเกิน กางเกงยีนส์ขาสั้น กับเสื้อยืดแขนยาวสีขาวสกรีนลวดลายที่หน้าอกแบบนี้ ชายหนุ่มรีบเปิดอีเมลดูรูปถ่ายที่เขาได้รับเมื่อตอนกลางวันในทันที
‘พระเจ้า! ให้ตายเถอะ มันคือชุดเดียวกัน แต่ชุดแบบนี้คงจะมีขายเยอะแยะ เขาคงไม่ผลิตมาขายชิ้นเดียวในโลกหรอกน่า มันก็แค่คนใส่ชุดเหมือนเท่านั้น’ ชายหนุ่มปลอบใจตัวเอง
“รถเป็นอะไรหรือครับคุณ” เสียงเวชเอ่ยถาม ดึงภาพความคิดของผู้เป็นนายให้ออกมาจากความตื่นตกใจ
“รถฉันเสียค่ะ สตาร์ตไม่ติด” เสียงหวานแว่วมาจากข้างนอกผ่านรอยแง้ม แคบๆ ของกระจกรถ
“ทำยังไงดีครับคุณวริษ” เวชหันไปถามผู้เป็นนาย วริษหันมองไปรอบด้านที่ความมืดใกล้จะโรยตัวลงมาทุกที หากปล่อยไว้เช่นนี้คงจะไม่ดีนัก
“แล้วบ้านคุณอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถาม ภาวนาว่าให้เจ้าหล่อนเป็นคนแถวนี้ แต่คำตอบทำให้เขาตาค้างหนักขึ้นไปอีก
“ฉันพักที่คีรีธารา เดอ เขาใหญ่ ใกล้ๆ นี่เองค่ะ เพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อเช้านี้ ไม่รู้จักอู่ที่ไหนเลยค่ะ ที่นี่มีแต่ป่าทั้งนั้น ช่วยฉันด้วยนะคะ” เธอเอ่ยคำขอร้องทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างจริงจัง
ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดประตูรถลงไป สายตาคมกวาดมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นโครมครามราวกลองรบถูกรัวอยู่ในอก
ใช่ เธอใส่ชุดเดียวกับที่ส่งรูปมาให้เขาช่วยเลือก แถมพักที่คีรีธารา และเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อเช้านี้ ให้ตายเถอะ จะมีใครอื่นอีกไหมที่ทุกอย่างมันประจวบเหมาะกันเช่นนี้
ร่างสูงลงจากรถช้าๆ สายตาจับจ้องไปยังร่างงามตรงหน้า ถ้าหากเขาเป็นคนเลือกชุดนี้ให้เธอใส่เขาอยากจะเอาหัวโขกพื้นเสียเดี๋ยวนี้เลย เพราะหุ่นเซ็กซี่ในกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อแขนยาวเอวลอย และดวงหน้าหวานฉ่ำตรงหน้ามันทำให้เขาใจสั่นระรัวอย่างคาดไม่ถึง
เธอคือ...ฝน เพื่อนในโลกออนไลน์ของเขาเช่นนั้นหรือ
ไม่ใช่หรอกน่า...แค่คนใส่ชุดเหมือนเท่านั้น เขาอยากจะค้านตัวเองอย่างนั้น แต่หลายอย่างมันช่างประจวบเหมาะจนไม่น่าจะเป็นคนอื่นไปได้
