บทที่ 9 บทที่ 9 (ขอโอกาส)
บทที่ 9 (ขอโอกาส)
“ เนย เดี๋ยวสิคุยกันก่อนได้ไหม ”
โชติมนต์หันไปตามเสียง เมื่อเห็นใบหน้าคนที่เรียกเธอเอาไว้หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมขึ้นมา เธอไม่กล้าคิดหรอกว่าเตชินท์ผู้ชายหลายใจคนนั้นคนที่เขาเคยจะเก็บเธอเอาไว้เป็นเพียงแค่คนในความลับในตอนนั้น จะมาดักรอเจอกับเธอในตอนนี้ ที่ลานจอดรถเช่นนี้ หรือบางทีเขาอาจจะมาจอดรถพอดีก็เลยบังเอิญเจอกันก็ได้ ถึงแม้ว่าตรงนี้จะไม่ใช่ลานจอดรถของผู้บริหารก็ตาม เธอไม่กล้าคิดเลยจริง ๆ
“ คุณเต มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ อย่างห่างเหิน จะไม่ให้ห่างเหินได้อย่างไรก็ในเมื่อวันนั้นเธอไม่ใช่คนที่ถูกเขาเลือก แต่เป็นผู้หญิงอีกคนที่มีชาติตระกูลที่เพียบพร้อมเท่ากันกับเขา
“ เนย ทำไมต้องทำตัวเหินห่างกับเตขนาดนี้ด้วยเราจะคุยกันดี ๆ ไม่ได้เลยเหรอ ” ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตนเองเคยขอในอดีต มันจะเป็นการใจร้ายและเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่เขาก็ยังหวังที่จะขอโอกาสให้เขาได้แก้ตัวใหม่อีกครั้ง
“ ไม่ดีค่ะ ฉันว่าเราไม่ควรที่จะมาคุยหรือข้องเกี่ยวอะไรกันอีก บอกตรง ๆ การที่คุณมาคุยกับฉัน คุณไม่กลัวว่าฉันจะเข้าไปสร้างปัญหาให้กับคุณและผู้หญิงของคุณหรอกเหรอ ”
ไม่ว่าจะผ่านมาเนิ่นนานแค่ไหนคำพูดของเตชินท์ก็ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของเธอเลยสักครั้ง เช่นเดียวกับตัวตนของเขาที่ยังคงมีอิทธิพลต่อจิตใจของเธอตลอดมา แต่สิ่งที่มันมีมากกว่าก็คือความรักที่เธอทุ่มเทไปที่รินดลาทั้งหมดทั้งหัวใจ ต่อให้วันนี้เตชินท์จะกลับมาก็จะไม่มีผลต่อหัวใจเธออีกต่อไป โชติมนต์ได้แต่บอกตัวเองซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น
“ เนยอย่าประชดได้ไหม ฟังเตหน่อยเถอะนะ” ชายหนุ่มยื่นมือมาจับมือหญิงสาวไปกุมเอาไว้ เขารู้ว่าเธอโกรธ แต่ไม่คิดว่าจะโกรธขนาดที่จะยอมหยุดเรียนเพื่อหนีหน้ากันไปขนาดนี้เขาคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
“ ต้องฟังอะไรอีกคะ คุณเตอย่าเสียเวลามายุ่งกับฉันเลยนะคะ” เฮอะ!! ประชดหรือโชติมนต์ไม่ได้ประชดแต่มันคือความจริงที่ต้องยอมรับ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มันควรจะจบไปได้แล้วจริง ๆ
“ เดี๋ยวเนย ไอ้อาทิตย์ มันจีบเนยเหรอไม่ชอบมัน...ได้ไหม ” ถึงแม้รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามแต่เขาก็หวังว่าเธอจะยังไม่มีใคร รอเขาอีกแค่ไม่นาน เขาจะรีบเรียนรู้งานเพื่อขึ้นเป็นผู้บริหารให้เร็วที่สุด และปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นบ่วงรัดคอเขาอยู่ในตอนนี้เขาจะได้ตัดมันทิ้งไปเสียที
“ ฉันจะชอบใครหรือไม่ชอบใคร มันก็เป็นเรื่องของฉันนะคะ และฟังนะคะคุณเตชินท์ ฉัน ไม่ เหมือน เดิม อีกต่อไปแล้ว ไม่มีผู้หญิงโง่ ๆ คนเดิมอีกต่อไป หวังว่าคุณจะเข้าใจใหม่ด้วยนะขอตัวค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินออกมาไม่ใช่ว่าเธอจะเก่งกาจอะไร แต่เธอรู้แล้วว่าเธอกับเขามันไม่มีอะไรคู่ควรกันเลย ให้มันจบไปเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้ว โชติมนต์สูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความเข้มแข็งให้กับตนเอง
หมับ!!
“ เนยเตขอโทษ เตรักเนยนะเตไม่เคยรักเขาเลยรอเตหน่อยได้ไหมขอโอกาสให้เตเถอะนะ”เตชินท์สวมกอดหญิงสาวเอาไว้จากทางด้านหลัง น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนไหวอย่างสัมผัสได้
“ ปล่อยนะคะคุณเต”โชติมนต์ดิ้นสะบัดเพื่อให้ตนเองหลุดออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม
“ ถ้าเนยยังไม่ให้โอกาสเตก็ไม่เป็นไร เตจะพิสูจน์ให้เนยเห็นว่าเตไม่เคยที่จะไม่รักเนยเลย คนที่เตเลือกคือเนยคนเดียวเท่านั้น ”
“ เฮอะ!! มันไม่สายไปหน่อยเหรอที่จะมาพูดเอาตอนนี้ ฉันบอกให้ปล่อย ” ครั้งนี้หญิงสาวสลัดเตชินท์จนหลุด เธอรีบเดินออกมาอย่างไม่ยอมหันหน้าไปมองเขาอีก
“ ยังไม่ให้โอกาสเตก็ได้ แต่ขอแค่เนยยังไม่มีใครได้ไหม ”เตชินท์ ยืนมองหญิงสาวเดินหนีเขาไปแต่ครั้งนี้เธอแค่หนีไปทำงานไม่ได้ได้หนีหายไปจากเขาเหมือนเมื่อก่อน
โชติมนต์รีบเดินเข้าไปในลิฟต์หญิงสาวยืนพิง ผนังลิฟท์อย่างหมดแรงทำไมเตชินท์จะต้องกลับเข้ามาและทำเหมือนยังรักเธอเช่นนี้ด้วย เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ถ้าให้เลือกเชื่อเขาแล้วต้องกลับไปเจ็บอีกครั้งเธอจะทนมันได้ไหม หญิงสาวยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตนเอง คำตอบของเธอก็คือ ไม่ เธอจะไม่กลับไปอยู่จุดนั้นอีกแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรเตชินท์ก็ไม่ได้เลือกเธอนั่นคือความจริงที่แสนเจ็บปวด
“...เธอชื่อเนยใช่ไหม” เสียงทักของหญิงสาวปริศนาที่ถามชื่อเธอในขณะที่เธอกำลังยืนล้างมือในห้องน้ำของมหาลัย โชติมนต์อยู่ตรงหน้ากระจกเธอหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความงุนงง
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”โชติมนต์จำได้ว่าเธอไม่เคยรู้จักกับหญิงสาวตรงหน้านี้มาก่อนอย่างแน่นอน
“ เปล่าหรอก แค่อยากรู้ว่าเธอคบกับเตอยู่เหรอ” เมนิลาหันไปยิ้มหยันใส่โชติมนต์ เธอไม่คิดว่าพอเลิกกับเธอเตชินท์จะไปคว้าหญิงสาวจืดชืดเหมือนแกงจืดเช่นนี้มาเป็นแฟนได้
“คะ..” โชติมนต์ย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ อยู่ ๆ มาพูดแบบนี้เซ้นส์ของเธอบอกได้เลยว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้มีเจตนาที่ดีอย่างแน่นอน
“ เตชินท์น่ะ เธอกำลังคบกับเตชินท์อยู่ใช่ไหมล่ะ” เมนิลาหันมายืนกอดอกมองหน้าของหญิงสาวตรง ๆ เธอเอียงคอถามโชติมนต์ออกไปอีกรอบ
“ เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่ก็แค่อยากรู้ว่าตั้งแต่เลิกกับฉันไปเตไปคบผู้หญิงแบบไหน แต่ไม่น่าเชื่อนะว่าเตจะไปคบกับ...เธอ ” เมนิลาเว้นวรรคและมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า เตชินท์นี่รสนิยมต่ำกว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก
“ ทำไมเหรอคะ คบกับเราแล้วทำไมคะ” เธอไม่ได้จะหาเรื่อง เธอแค่อยากจะรู้ว่าจุดประสงค์ของมาพูดจาเช่นนี้กับเธอคืออะไร ตั้งใจมาหาเรื่อง หรือตั้งใจมาบอกเล่า โชติมนต์เดาไม่ได้จริง ๆ
“ หึหึ..เปล่าเธอนี่ท่าทางจะหัวอ่อน แต่จะเอาเตอยู่ไหมล่ะเตน่ะไม่ใช่คนที่จะเอาอยู่ง่าย ๆ หรอกนะเสือน่ะเธอรู้จักหรือเปล่าล่ะ แต่ก็เอาเถอะมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของฉันอยู่ดี ขอให้คบกันนาน ๆ ละกันบาย” พูดจบเมนิลาก็เดินจากไปทิ้งไว้แค่หญิงสาวที่ยืนอยู่ในห้องน้ำเพียงลำพังกับคำถามที่อยู่ในใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน
“ เนย..เสร็จหรือยัง เนยยังอยู่ข้างในหรือเปล่า” เสียงร้องเรียกของเตชินท์ที่อยู่หน้าห้องน้ำปลุกให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ เธอยังคงยืนงงอย่างไม่เข้าใจว่าเมื่อสักครู่ มันคือเรื่องอะไรกันแน่
“ จ้าเตเสร็จแล้วจ้า” เธอตอบกลับไปพร้อมกับเดินออกมาหาแฟนหนุ่มที่หน้าห้องน้ำ
“ ทำไมเข้านานจังเลย ท้องเสียหรือไง เหม็นหรือเปล่าเนี่ย” เตชินท์เอามือปิดจมูกแล้วมองแฟนสาวอย่างหยอกล้อ เพราะหญิงสาวหายมานานเขาจึงออกมาตามหา
“ เต..จะบ้าเหรอใครเขาพูดกับผู้หญิงแบบนี้กัน เนยไม่คุยด้วยแล้ว”โชติมนต์เบิกตาโตอย่างตกใจแฟนเธอช่างไม่เข้าใจผู้หญิงเอาเสียเลยใครเขามาพูดเรื่องเหม็นกันเล่าหญิงสาวยกมือขึ้นไปหยิกที่ต้นแขนของเตชินท์อย่างไม่แรงนัก แต่กระนั้นเตชินท์ก็ทำร้องออกมาอย่างโอเว่อร์ เตชินท์รวบมือของโชติมนต์มากุมเอาไว้
ทั้งสองคนเดินหยอกล้อกันออกไป โชติมนต์ไม่ได้เล่าเรื่องของเมนิลาให้เตชินท์ฟัง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรเธอจะไม่สนใจ ของแค่คำ ๆ ไม่ได้ออกมาจากปากของแฟนของเธอก็เพียงพอแล้วด้านหลังของต้นไม้ใหญ่มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนมองทั้งคู่ด้วยสายตาคาดเดาไม่ออก เมนิลายืนกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ ตอนคบกับเธอ
เตชินท์ไม่เคยแสดงออกแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่เคยมีความอ่อนโยนจากผู้ชายคนนั้นเลยสักนิด แต่เขากับแสดงมันออกมากับผู้หญิงที่จืดชืดเช่นโชติมนต์อย่างนั้นหรือ
