บทที่ 1 ความบาดหมางในอดีต
ตระกูลเดชานุภพ เป็นตระกูลทรงอิทธิพลในเขตมืด และมีอำนาจเทียบเคียงกับตระกูลพิราชวรรณษา ที่ดำรงอยู่มานับร้อยปี ตระกลูของเดชานุภพนั้นมีอำนาจเท่าเทียมกัน แม้ตระกูลพิราชวรรณษากับตระกูลเดชานุภพจะเก่งกาจเทียบเท่ากัน แต่ตระกูลเดชานุภพนั้นกลับมีผู้นำเป็นผู้หญิง แม้จะเก่งมากขนาดไหนแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวไม่อาจจะดูแลตระกูลได้ดีเท่าผู้ชาย ทั้งสองตระกูลจึงได้หมั้นหมายกันเอาไว้และกำลังจะแต่งงานกัน
ในวันแต่งงานพัตตา ผู้นำตระกูลเดชานุภพ กำลังแต่งหน้าเพื่อเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาวในวันนี้ เลขาคนสนิทของเธอวิ่งเข้ามาด้วยความเหนื่อยหอบ ร่างกายของเลขาสาวหอบจนตัวโยก ก่อนที่จะรีบรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้
"คุณพัตตาแย่แล้วค่ะ"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเธอตื่นตระหนกขนาดนั้น"
"คุณศิระหนีไปแล้วค่ะ"
"หนี การแต่งงานนี้คือการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ของสองตรกูล เขาหนีไปแบบนี้เขาคิดอะไรอยู่ แล้วด้านนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
"ตระกูลพิราชวรรณษาวิ่งวุ่นกันเลยค่ะ ถ้าเกิดเจ้าบ่าวมาไม่ได้ เราจะทำยังไงดีคะ"
"เปลี่ยนเจ้าบ่าว โทรหาภัทรชลให้เขามาที่นี้ มันคือโอกาสเดียวที่เขากับฉันจะได้อยู่ด้วยกัน"
"ค่ะคุณพัตตา"
เลขาคนสนิทของเธอรับคำของเธอในทันทีก่อนที่จะรีบต่อสายตรงไปให้ภัทรชล ไม่ถึง 10 นาทีภัทรชลก็รีบมาหาพัตตา พร้อมกับชุดเจ้าบ่าวเต็มยศชุดแต่งงานนี้เขาเคยวาดฝันเอาไว้ว่าจะได้แต่งงานกับคนที่เขารักอย่างพัตตา แม้ว่าใจของเธอจะอยู่กับศิระ แต่เขาก็ไม่เคยโกรธเลยสักนิดเขารู้ตัวดีว่านักธุรกิจที่คุณจะมีชื่อเสียงและมีเงินไม่ได้เป็นที่เคารพนับหน้าถือตาเหมือนกับมาเฟียต้นตระกูลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายปีแบบคนตระกูลพิราชวรรณษา แต่เขาก็พร้อมที่จะยินดีรักและดูแลพัตตาให้ดีที่สุด
"เธอจะเอาคนอื่นมาแต่งงานแทนลูกชายของฉันไม่ได้นะ ถ้าทำแบบนี้ถือว่าเธอละเมิดข้อตกลงของสองตระกูล!"
"ละเมิดสัญญาของสองตระกูลหรอคะ ศิระหนีงานแต่งจนทำให้งานแต่งงานในวันนี้วุ่นวายคุณลุงคิดว่าฉันยังจะมีหน้าตาในสังคมนี้อีกหรือคะ"
"ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงแต่ฉันก็เป็นถึงผู้นำตระกูลเดชานุภพ ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลของคุณลุงเลยด้วยซ้ำ"
"ในวันนี้คนที่หักหน้าฉันหักหลังฉันในวันแต่งงานคนๆนั้นก็คือลูกชายของคุณลุง ไม่ใช่ฉันการเปลี่ยนเจ้าบ่าวในครั้งนี้ฉันเลือกคนที่รักฉันมากกว่าที่จะเลือกคนไร้ค่าอย่างลูกชายของคุณลุง"
"ต่อแต่นี้ไปตระกูลของฉันและตระกูลพิราชวรรณษาถือว่าขาดกัน จะไม่มีวันญาติดีกันอีกต่อไป!"
เรื่องราวทั้งหมดจึงได้จบลงโดยการที่ตัวของพัตตา หัวหน้าตระกูลรุ่นที่ 5 แต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่มที่ตามจีบเธอมาตั้ง 5 ปี และเธอก็ยังได้ตัดขาดกับตระกูลตระกูลพิราชวรรณษา เพราะศิระนั้นได้เจอกับสาวยากจนอย่าง ลลิตา จึงตัดสิ้นใจแต่งงานและอยู่กินกับเธอแถมยังมีงานแต่งไปอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทิ้งภาระให้กับคนอื่นต้องตามเช็ดตามล้างเขา แบบนี้แล้วเธอจะดีใจด้วยงั้นหรือ
หลังจากที่เธอแต่งงานได้ 1 เดือนกว่าตั้งท้องว่าทีหัวหน้าตระกูลรุ่นที่ 6 ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายตระกูลเดชานุภพ ก็ไม่เคยเกี่ยงคนที่มีความสามารถใครที่มีความสามารถก็สามารถขึ้นบริหารตระกูลนี้ได้ทั้งสิ้น ทั้งตระกูลเดชานุภพและตระกูลพิราชวรรณษา ต่างก็แตกหักหนักตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาแหลกกลายเป็นคู่อริในวงการ ไม่ว่าจะลูกน้องปลายแถวหรือแม้กระทั่งลูกน้องที่มีฐานอำนาจดูแลสาขาย่อยก็ตามไม่ถูกกันทั้งสองฝ่ายต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
หลายปีต่อมาผู้นำตระกูลได้เปลี่ยนคนเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลนั่นก็คือ สิงห์เหนือ เดชานุภพ ลูกชายเพียงคนเดียวของพัตตาและภัทรชล เธอดูแลตระกูลนี้มา 18 ปีก่อนที่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกชายและบินไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศกับสามี สิงห์เหนือที่เข้ามาควบคุมและบริหารกิจการทั้งบริษัทและตระกูลเดชานุภพ สิงเหนือเข้ามาจัดการธุรกิจเหล่านี้เองทั้งหมด
สิงห์เหนือรวบรวมอำนาจจากพัตตาผู้เป็นแม่มาไว้ที่ตัวเอง และสร้างอานาจักรเป็นของตัวเองขึ้นมา อาณาจักรแห่งนี้เป็นของเขาและเขาจะบริหารดูแลจัดการที่นี่ด้วยตนเองโดยที่จะไม่ให้ใครสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด แต่ดูเหมือนว่าฝั่งของตระกูลพิราชวรรณษาก็เพิ่งได้มอบตำแหน่งหัวหน้าตระกูลให้กับไทเกอร์ ลูกชายคนโตของศิระและลลิตา เมื่อไม่นานมานี้และคอยเข้ามาขัดแข้งขัดขาในวงการของเขาอยู่เสมอแม้จะน่ารำคาญแต่ก็ถูกใจเขาเหลือเกินคนแบบนี้ต้องเป็นเขาเท่านั้นที่จะกำราบอีกฝ่ายได้
"คุณสิงห์ครับดูเหมือนว่าคุณไทเกอร์จะเข้ามาในผับของเราครับ และยังเข้ามามีเรื่องชกต่อยชิงผู้หญิงกันครับ"
"แล้วยังไง?"
"คุณสิงห์ต้องการจะจัดการเขาเลยไหมครับ"
"ยังไงฉันก็เคยเห็นหน้าเขามาก่อน ลากพวกมันออกไปข้างนอกอย่าให้มันทำร้ายข้าวของในผับของฉันโดยเด็ดขาด ไอ้เด็กนี่วอนโดนกระทืบจริงๆ"
"ผมจะรีบไปจัดการให้ครับ"
"คราวหลังถ้าเป็นเรื่องของมันมึงไม่ต้องมารายงานกู มึงจัดการให้เต็มที่ไปเลย"
"ครับผมจะรีบจัดการตามที่คุณสิงห์สั่งให้เร็วที่สุดครับ"
เมื่อนนท์ได้รับคำสั่งแล้วเขาตั้งใจที่จะรีบออกไปจัดการในทันทีเมื่อเขากำลังจะออกจากประตูเจ้านายของเขาก็เรียกเขาเอาไว้เสียก่อน นนท์จึงหันไปมองเจ้านายของตนเองก่อนที่จะพบว่าเจ้านายของตนเองกำลังยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว จนเขาอดที่จะหยุดชะงักกับคำพูดอีกฝ่ายไม่ได้
"นนท์เดี๋ยวก่อน"
"ครับคุณสิงห์มีเรื่องอะไรจะสั่งผมอีกหรอครับ"
"มึงห้ามกระทืบหน้ามันนะ ทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งนิสัยและสันดานมันมีแค่หน้ามันที่เดียวนั่นแหละที่ดูดี มึงกระทืบที่อื่นได้กูไม่ห้ามแต่อย่ากระทืบหน้าก็พอ"
"ครับผมจะรีบจัดการให้ครับ"
นนท์มือขวาของสิงห์เหนือผู้มีสีหน้าที่ดูแข็งกร้าวแต่ก็ดูสุขุมเขาเป็นคนที่มีเหตุผลมากที่สุด ไม่เหมือนกับพลลูกน้องอีกคนที่มีนิสัยอารมณ์ร้อนกว่าเขาหลายเท่า สิงห์เหนือสั่งการนนท์ไปก็เพราะไม่ต้องการให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้
เขาได้แต่นั่งมองกล้องวงจรปิดอย่างนิ่งๆ ไอ้เด็กที่ชอบใส่เสื้อแดงย้อมผมสีเทาเหมือนกับคนแก่ กำลังทอดสายตามองกล้องวงจรปิดโดยท่าทางที่กวนบาทา สิงห์เหนือพอใจกับความกวนส้นตีนของอีกฝ่ายเหลือเกิน คนแบบนี้น่าเล่นด้วยจริงๆ
