บทที่ 9 แต่งงาน
ช่วงเวลาของการเตรียมตัวจะแต่งงานมีเวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์หลังจากที่คุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจะจัดงานเป็นแบบสไตล์ไหน ไทเกอร์ให้สิงห์เหนือเป็นคนจัดการทั้งหมด เขาจะไม่เข้าไปยุ่งกับงานแต่งงานในครั้งนี้นอกจากว่าตนเองจะต้องเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
"เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวยืนใกล้กันอีกหน่อยนะคะแล้วก็ยิ้มหวานๆ ให้กันด้วยถ่ายรูปออกมามันจะได้สวยค่ะ"
เสียงสดใสของช่างภาพสาวสวยกำลังยกกล้องถ่ายรูปพรีเวดดิ้งให้กับพวกเขาทั้งสองคน สิงห์เหนือปกติก็ไม่ชอบยิ้มอยู่แล้ว เมื่อถูกบอกให้ยิ้มก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไร ส่วนตัวของไทเกอร์เองก็ไม่ได้อยากที่จะแต่งงานอยู่แล้วรอยยิ้มก็เลยไม่ปรากฏบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย ช่างภาพสาวเดินเข้ามาก่อนที่จะจัดแต่งเสื้อผ้าของไทเกอร์ และก็หันมาแตะต้องตัวของสิงห์เหนือแต่เขากลับถอยออกและบอกกับช่างภาพด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆ
"ฉันมี stylist เป็นคนดูแลชุดอยู่แล้ว เธอไม่จำเป็นที่จะต้องมาแตะต้องตัวของฉัน มีหน้าที่ถ่ายภาพก็คือถ่ายไป ไม่สมควรที่จะมาแตะต้องตัวของฉันกับภรรยาของฉัน"
คำพูดนี้ทำเอาช่างภาพสาวสวยถึงกับเงียบและก็ถอยห่างออกมาแต่สายตาก็ยังส่งให้กับไทเกอร์อยู่ดี ผู้ชายที่เย็นชาและน่ากลัวแบบสิงห์เหนือพวกเธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก แต่ไทเกอร์มันคนละแบบกันไทเกอร์ดูเป็นผู้ชายที่มีลูกเล่นแพรวพราวหน้าตาก็ดีหล่อคมจนพวกเธอต่างก็หลงใหล ท่าทางก็ยังเป็นผู้ชายที่เฟรนลี่อีกต่างหากไม่คิดว่าจะมาแต่งงานกับผู้ชายที่ดูน่ากลัวอย่างสิงห์เหนือแบบนี้ แถมท่าทางจะเป็นคนขี้หึงอีกต่างหากพวกเธอก็รู้สึกหวาดผวาในใจอยู่พอสมควร
"จะไปด่าเขาทำไมเขาก็แค่อยากจะจัดท่าทางให้มันดีเท่านั้นเอง มึงนี่มันหน้าด่าจริงๆ"
ไทเกอร์บ่นสิงห์เหนือก่อนที่จะหันไปยิ้มตามที่ช่างภาพเขาบรีฟงานมา หลังจากถ่ายรูปภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในช่วงบ่ายพวกเขาสองคนจะต้องไปจดทะเบียนสมรสกัน เพราะอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกันแล้วหลังจากแต่งงานก็ต้องกลับไปทำงานอีก พวกเขาก็คงจะไม่มีเวลาที่จะมาจดทะเบียนสมรสกันแน่ๆ สิงห์เหนือจึงให้เขามาถ่ายพรีเวดดิ้งและยังไปจดทะเบียนสมรสในช่วงบ่ายทำงานวันเดียวกันก็จบเลย
"อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่านายกำลังมองผู้หญิงคนนั้นอยู่ แล้วดูเหมือนว่าเธอก็สนใจในตัวของนาย"
"แต่ก่อนพูดกูกับมึง ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงพูดเป็นฉันกับนายล่ะ ฟ้าจะผ่าหรือเปล่าเป็นอะไรหรอกินยาไม่เขย่าขวดหรือไง"
คำพูดกวนประสาทของไทเกอร์ทำเอาสิงห์เหนือถึงกับมองหน้าอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่อยากจะกระทืบเต็มทน แต่ก็ต้องท่องในใจว่าคนนี้คือเมียที่ตนเองเลือกเอง ไม่ใช่ใครอื่น จะให้ไปทะเลาะกับคนที่ตัวเองเลือกก็ไม่ได้ได้แต่อดทนอยู่ในใจ สิงห์เหนือยื่นมือเข้าไปในเสื้อของไทเกอร์ก่อนที่จะหยิกข้างเอวของอีกฝ่ายอย่างแรงจนไทเกอร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้พอเขาร้องแรงมากเท่าไหร่สิงห์เหนือก็ยิ่งหยิกแรงมากเท่านั้น
"เจ็บนะเว้ย!"
"เสียงร้องเมื่อกี้นี้ของนายเหมือนกับตอนนั้นเลยเราไม่ได้ทำกันนานแล้วนะ เพราะมัวยุ่ง ๆ หาสถานที่จัดงานและพวกของชำร่วยพวกนั้น จึงไม่ได้เข้าใกล้มึงเลย คืนนี้เป็นไงทบทวนความทรงจำหน่อยว่าใครเป็นผัวของมึง"
"พูดจาดีไม่ถึง 5 คำกลับมาพูดกูมึงอีกแล้ว"
"ถ้าอยากให้กูพูดดีๆ ก็หัดพูดดีๆ กับกูบ้างสิไอ้เด็กเหี้ย"
"ไอ้แก่นี่ ปากดีชิบหาย!"
ไทเกอร์บ่นอีก 2-3 คำก่อนที่จะถ่ายเสร็จเรียบร้อยเมื่อมาถึงสำนักงานเขตก็เข้าไปจดทะเบียนสมรสในทันที ไม่ถึง 10 นาทีก็จัดการเรื่องทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้ทะเบียนสมรสก็มุ่งตรงกับมาที่บ้านแยกย้ายกันกลับไป
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของตระกูลใหญ่ของทั้งสองตระกูล ยิ่งงานแต่งงานนี้เป็นงานแต่งงานของสองตระกูลใหญ่ที่เคยมีพันธะสัญญาตั้งแต่งรุ่นพ่อที่เคยทำเรื่องผิดใจต่อกันในอดีต ตอนนี้ก็ได้ทำตามคำมั่นสัญญาในอดีตของพวกผู้ใหญ่แล้ว ศิระในแต่เฝ้ามองว่าเจ้าบ่าวอย่างสิงห์เหนือจะมาตามคำพูดของเจ้าตัวหรือเปล่า
ไม่นานเจ้าบ่าวในชุดสูทสีดำสวมเนคไทหูกระต่ายเดินเข้ามา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบาบางกลับเน้นให้อีกฝ่ายดูรอและอันตรายมากขึ้นดวงตากลมกริบจับจ้องไปมองรอบๆ ก่อนที่เขาจะไปยืนตามตำแหน่งที่ซ้อมไว้ก่อนหน้านี้ ไม่นานการปรากฏตัวของไทเกอร์ก็มาถึง ไทเกอร์สวมชุดสูทสีขาวเนคไทสีแดงเดินเข้ามาในงานท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาร่วมยินดีของพวกเขาทั้งสองฝ่าย ฝั่งขวาเป็นของเจ้าบ่าวฝั่งซ้ายเป็นของเจ้าสาวมากันแน่นเต็มไปหมด
เพื่อนเจ้าบ่าวก็เป็นพลกับนนท์ที่ได้รับหน้าที่มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในครั้งนี้ ส่วนฝั่งของไทเกอร์เองก็มีแม็คเป็นคนที่ได้รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว เมื่อจะบอกกับเจ้าสาวมายืนที่หน้าแท่นพิธีการ
"ผม สิงห์เหนือเดชานุภพขอรับคุณพยัคฆ์พิราชวรรณษาเป็นภรรยา และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณ จนกว่าชีวิตจะหาไม่''
"ผมนายพยัคฆ์ พิราชวรรณษา ขอรับคุณสิงห์เหนือ เดชานุภพเป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณ จนกว่าชีวิตจะหาไม่''
สิงห์เหนือเอาแหวนสำหรับไทเกอร์สวมใส่นิ้วนางมือซ้ายของไทเกอร์ และกล่าวว่า
"ไทเกอร์ขอให้รับแหวนนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของผม เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต"
ไทเกอร์เอาแหวนสำหรับสิงห์เหนือ สวมใส่นิ้วนางมือซ้ายของเขาพร้อมกับกล่าวว่า
"คุณสิงห์เหนือขอให้รับแหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของดิฉัน เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต"
เมื่อทั้งสองคนสวมแหวนแต่งงานกันเรียบร้อยแล้วก็ได้ประทับรอยจูบกันเพื่อแสดงว่าทั้งคู่ต่างก็พากันยอมรับซึ่งกันและกันแล้ว บาทหลวงได้ทำพิธีแต่งงานให้จนเสร็จสรรพเรียบร้อยพิธีให้คำมั่นสาบาน พวกนี้ก็จบลงพร้อมกับช่อดอกไม้ที่ถูกยัดใส่มือให้กับไทเกอร์ เมื่อช่อดอกไม้อยู่ในมือของเขาแล้วในใจของเขาก็รู้สึกหวิว ๆ ในหัวใจเหลือเกิน ไทเกอร์โยนช่อดอกไม้เป็นลำดับสุดท้ายก่อนที่ช่อดอกไม้จะไปหล่นลงบนตักของน้องชายตนเอง
สิงห์เหนือมองเจ้าสาวที่ตัวสูงเกือบเทียบเท่าเขายืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าบูดเหมือนตูดหมาจนคนเขามองออกว่าไม่เต็มใจแต่งงานกับสิงห์เหนือเท่าไหร่นัก แต่ก็พอที่จะเข้าใจอีกฝ่ายได้ว่าตัวของไทเกอร์ไม่ได้เต็มใจจริงๆ แต่ในงานแต่งงานไทเกอร์ก็ควรที่จะทำอย่างเต็มที่ทำหน้าบูดแบบนี้อยากจะหยุดหลังให้ลายจริงๆ
"ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย อมส้นตีนอยู่ในปากหรือไง ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยอย่าทำให้ฉันต้องโมโหไปมากกว่านี้เดี๋ยวคืนนี้จะไม่ได้นอนเอา"
"ไอ้คนโรคจิตใครอยากจะแต่งงานกับแกวะ"
สิงห์เหนือไม่พูดอะไรดึงคอของไทเกอร์ให้เข้ามาใกล้ตนเอง ก่อนที่จะกดจูบลงไปอย่างลึกซึ้ง ดูดริมฝีปากของอีกฝ่ายจนทำให้ใบหน้าของไทเกอร์แดงไปหมด สีหน้าท่าทางตอนนี้ทำให้ทุกคนต่างก็พากันเขินจนหน้าแดงที่เห็นว่าผู้ชาย 2 คนนั้นกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม เพื่อนของสิงห์เหนือมีไม่มากนักแต่ก็มีพอสมควร เมื่อเห็นว่าเพื่อนที่ดูเย็นชาของพวกเขากำลังจูบกับภรรยาหนุ่มอย่างดุดันก็ทำเอากรี๊ดกันยกแก๊ง
ชลธีมองเห็นเพื่อนมีท่าทางที่ดูอึดอัดก็รู้สึกสงสารเพื่อนพอสมควรแต่จะให้ไปงัดกับเจ้าพ่อมาเฟียที่ควบคุมเขตมืดทั้งหมดแบบนั้นเจอเป็นการเสี่ยงชีวิตเกินไป ชลธีเป็นเพียงแค่หมอจะไปทำอะไรได้ ขนาดเพื่อนของเขาเป็นมาเฟียเหมือนกันยังสู้สิงห์เหนือไม่ได้เลยคงได้แต่ไว้อาลัยให้กับเพื่อนตนเองที่ไปเหยียบหางสิงโตแบบนั้น
