บทที่ 3 ผมเป็นใคร
ตอนที่ 3
ผมเป็นใคร
“ผะ..ผมเหรอ” เด็กหนุ่มนิ่งคิด
“ผะ..ผมชื่ออะไร”
เด็กหนุ่มย้อนถามคนตัวโตเสียงแผ่วทำสีหน้างุนงงอีกครั้ง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ยิ่งคิดเด็กหนุ่มก็ยิ่งปวดหัวหนักขึ้น มือบางยกขึ้นกุมขมับทำสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง
"กูว่าเด็กหนุ่มคนนี้ความจำเสื่อมวะ”
เสียงคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่าหมอกวินทร์มายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะมัวแต่มองคนตรงหน้าแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง และก็ตรงกันกับเพื่อนหมอที่เอ่ยออกมา
ชายหนุ่มยกมือกุมศีรษะร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร ดูจากท่าทางทรมานมากจนเขาต้องเดินไปหยิบอุปกรณ์และลงมือฉีดยาให้กับคนป่วยเอง โดยมีเพื่อนหนุ่มยืนมองการกระทำดังกล่าวเงียบๆ
“ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว” อาทิตย์บอกเด็กหนุ่มเสียงเรียบ
“กูว่าอย่าพึงถามอะไรตอนนี้ ปล่อยไปสักพักเผื่อจะจำอะไรได้เอง ถามไปตอนนี้มีแต่จะทำให้น้องเขาทรมาน”
“.............”
“แล้วมึงมานานหรือยัง”
“แดกข้าวต้มไปหมดชาม เลยขึ้นมาดูคนป่วยซะหน่อย” คนเป็นเพื่อนพูดพลางมองหน้าคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างพินิจพิจารณา
“ที่บ้านมึงไม่มีข้าวกินหรือไง ต้องมาขอข้าวชาวบ้านเขากิน” อาทิตย์หันมามองเพื่อนหนุ่มที่ยิ้มจนตาหยีให้ตนอย่างเอือมระอากับนิสัยของเพื่อน
"แล้วบ้านของกูไม่ใช่สวนสาธารณะจะเข้าออกตอนไหนก็ได้"
"พอกูหมดคำความสำคัญก็ถีบหัวส่ง แค่ข้าวต้มถ้วยเดียวจะหวงอะไรนักหนา ทีเมื่อคืนอ้อนกูยิกๆให้มาหา ยังไม่สมนาคุณให้กูเลยด้วยซ้ำ ว่าแต่ไอ้เด็กคนนี้หน้ามันคุ้นๆอยู่นะ” ท้ายประโยคเขาพยายามเพ่งคนบนเตียงพลางใช้ความคิดแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกสักที
“จะไปทำงานก็รีบไป มัวโอ้เอ้อยู่นั้นแหละ คนไข้รอ”
“ทียังงี้ไล่กูจัง ไอ้เพื่อนเลว”
หมอกวินทร์ว่าเจ้านายหนุ่มไม่จริงจังนักก่อนจะเดินออกไป วันนี้เขามีเข้าเวรบ่ายแต่ต้องออกไปก่อนเพราะจะไปสืบร่องรอยเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงเพื่อน
อาทิตย์เดินไปหยุดดูคนป่วยแล้วดึงผ้าห่มคลุมให้คนที่หลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา คิ้วเรียวสวยยังขมวดเข้าหากันแน่น ท่าทางอีกฝ่ายจะเจ็บแผลน่าดู ชายหนุ่มหวังไว้ว่าคนป่วยตื่นขึ้นมาคราวนี้คงให้ความกระจ่างกับเขาได้
เกือบบ่ายที่อาทิตย์ขับรถตระเวนไปทั่วโรงพักเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องคนหาย และโทรให้กวินทร์เช็คทุกโรงพยาบาลแต่ก็ไม่มีใครแจ้งหรือทิ้งร่องรอยไว้ให้เขาสืบต่อเลยสักนิด
“นายเป็นใครกันแน่นะ ครอบครัวไม่มีใครสนใจนายเลยหรือไง” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลของตัวเอง แต่ทว่า
“ครับป้า” อาทิตย์กดรับทันทีเมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นเบอร์ของที่บ้าน
(คุณหนูคะ เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายอาละวาดใหญ่เลยที่ไม่เห็นคุณหนู ร้องหาแต่คุณหนูคะ ไม่ยอมทานอะไรด้วยคะ)
“เรื่องมากจริง เดี๋ยวผมกลับไปครับป้า”
(ค่ะ ....เพล้ง!! โอ้ยพ่อคุณ อย่าโยนเดี๋ยวคุณอาทิตย์ก็มาแล้ว) เสียงปลายสายร้องตะโกนบอกคนป่วยก่อนจะตัดสายไป
“ตื่นขึ้นมาก็ป่วนเลยนะ”
เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเองก่อนจะเลี้ยวรถกลับอีกทาง มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์หรูที่แสนสงบแต่ตอนนี้คงวุ่นวายเพราะมีตัวป่วนเข้ามาอาศัยเพิ่มอีกคน
ความสงบที่เคยมีคงจะสิ้นสุดลงเพราะเด็กคนนี้อย่างแน่นอน คิดแล้วก็โมโหตัวเองคืนนั้นหากเขาตัดสินใจนอนที่ห้องพักชั้นบนสุดที่โรงพยาบาลซะก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเจอเด็กคนนี้
แต่พอคิดว่าหากเขาไม่เจอก่อน แล้วมีคนอื่นมาพบ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยิ่งผิวพรรณหน้าตาดีแบบนี้ยิ่งเป็นอันตราย พอคิดมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกใจวูบไหวแปลกๆ
พอมาถึงชายหนุ่มก็ตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง แต่พอเปิดประตูเข้าไปกับพบข้าวของเกลื่อนกระจายอยู่บนพื้น ส่วนป้าอุ่นยืนตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง ตัวตนเหตุที่มีแรงขึ้นมาหน่อยนั่งตาแดงก่ำอยู่บนที่นอนของเขา สายตาคมคู่สวยเหมือนกวางน้อยที่กำลังหลงทาง ดูตระหนกตกใจ หวาดระแวง สับสนไม่น้อยทีเดียว
“ป้าออกไปก่อน ผมจัดการเอง”
หมอหนุ่มหันไปบอกป้าอุ่นเสียงเรียบ ตัวก่อเหตุหันมามองเขานิ่งด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉายแววดีใจจนเป็นประกายวิบวับกับรอยยิ้มสดใสจนตาหยี เขายืนนิ่งเหมือนถูกสาบกับรอยยิ้มที่ส่งมา
“อาทิตย์”
เสียงเรียกชื่อเขาดูดีใจมากเสียจนหมอหนุ่มขนอ่อนลุกชัน ร่างบางของชายหนุ่มขยับตัวจะก้าวลงมาแต่คงเพราะขยับตัวเร็วไปหน่อยทำให้อีกคนเซถลา ดีที่ร่างชายหนุ่มตัวโตกว่าคว้าไว้ได้ทัน
“ระวังหน่อยสิ” เสียงดุคนป่วยแต่ไม่จริงจังหนัก ตาคมดุจ้องอีกคนอย่างตำหนิก่อนจะมองไปรอบๆห้อง
“ทำไมต้องอาละวาดโยนข้าวของแบบนี้ นิสัยไม่ดีรู้ไหม”
เสียงทุ้มกล่าวตำหนิ เมื่อประคองอีกคนไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิม เด็กหนุ่มทำตาละห้อยเบะปากทันที จนเขาแอบนึกสงสาร
“ผมไม่เห็นอาทิตย์นี่น่า”
หมอหนุ่มถอนหายใจยาว ก่อนจะมองไปที่โต๊ะหัวเตียงข้าวต้มยังไม่มีพร่องเลยเพราะก่อนไปเขาบอกให้ป้าอุ่นทำมาให้ใหม่ และคงเป็นเพราะป้าแม่บ้านยกข้าวต้มเข้ามาให้และไม่เห็นเขาจึงได้อาละวาดโวยวายขนาดนี้
“แล้วนี่ทำไม่ยังไม่กินข้าว”
“รออาทิตย์มาป้อน”
“เฮ้อ!!”
“เลิกเรียกชื่อฉันแบบนั้นสักที ฉันอายุเยอะกว่านายเป็นรอบถ้าเดาไม่ผิด”
“ผมหิวแล้ว”
เสียงอ้อนของคนเจ็บพร้อมเสียงท้องของเด็กหนุ่มร้องครืดคราดด้วยความหิว มือบางกุมท้องหันมายิ้มแหยให้กับเขา
อาทิตย์มองเด็กหนุ่มหน้าตานิ่งเรียบ แต่ก็ยอมไปหยิบจานข้าวต้มมาป้อนอีกคนแต่โดยดี เด็กหนุ่มอ้าปากรับได้ได้เพียงห้าหกคำ ก็เบือนหน้าหนี หมอหนุ่มจึงให้อีกคนดื่มน้ำและทานยา
“ผมอยู่ที่ไหน”
“บ้านสวนแถวนนทบุรี” คิ้วสวยขมวดมุ่นอีกครั้งอย่างใช้ความคิด
“พอจะจำอะไรได้ไหม” ใบหน้าหล่อส่ายหน้าไปมาก่อนจะเริ่มมีอาการปวดหัวอีกครั้ง
“ผมจำอะไรไม่ได้เลย”
“เกิดอะไรขึ้นกับผม” เด็กหนุ่มหันมามองหน้าคนตัวโตที่ยืนกอดอกมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หมอหนุ่มยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วส่ายหน้า
“กินยาก็นอนพักผ่อนจะได้แข็งแรงเร็วๆ แล้วห้ามโวยวายปาข้าวของแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ”
“ครับ”
“อาทิตย์”
“อะไรอีกละ” หมอหนุ่มหันไปมองอย่างรำคาญ เจอกับสายตาขี้อ้อนมองเขาตาแป๋ว มือบางเอื้อมมาดึงชายเสื้อของเขาไว้
“ผะ..ผมอยากเข้าห้องน้ำ” เด็กหนุ่มบอกเสียงเบาราวกระซิบ
“อืม” อาทิตย์ประคองอีกคนให้ลุกขึ้นแล้วโอบเอวเด็กหนุ่มไปยังห้องน้ำเปิดประตูเข้าไป
“ฉันจะรออยู่ตรงนี้ เสร็จธุระแล้วเรียกละกัน”
“แต่อาทิตย์อย่าหายไปนะ ผมกลัว” เสียงอ้อนของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมือบางยังจับชายเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น
“อืม” ชายหนุ่มปิดประตูให้โดยไม่ได้ล็อกลูกบิด เขายืนรออยู่ตรงนั้นอยู่นาน
“อาทิตย์”
เสียงเรียกชื่อเขาดังมาจากด้านไหน ทำให้ชายหนุ่มรีบชะโงกหน้าเข้าไปเพื่อดูว่าอีกคนเสร็จหรือยัง ภาพในห้องน้ำปรากฏว่าคนป่วยยังนั่งอยู่บนชักโครกหันมามองเขาตาแป๋ว จนเขาเองต้องเบือนสายตาหลบก่อนจะตะโกนถามอีกคน
“เสร็จแล้วใช่ไหม”
“ยัง”
“แล้วเรียกทำไม”
“ผมกลัวว่าอาทิตย์จะหายไปนี่น่า”
“อาทิตย์”
หมอหนุ่มพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้งเพื่อสกัดกั้นอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังก่อตัวขึ้นเพราะคนที่อยู่ในห้องน้ำ ที่เรียกชื่อเขาเป็นรอบที่สิบแล้วตั้งแต่เข้าไปอยู่ในห้องน้ำ
“ถ้านายยังทำธุระส่วนตัวไม่เสร็จแล้วเรียกฉันอีก ฉันจะไม่ยืนรอแล้วนะ” น้ำเสียงดุจริงจังจนคนที่อยู่ในห้องน้ำเงียบไปในทันที
เฮ้อ!! กรรม ไม่รู้ว่าอีกคนสมองกระทบกระเทือนทำให้ความจำเสื่อมหรือว่าเป็นอะไรกันแน่ เรียกชื่อเขาทั้งวันจนหลอนไปหมดแล้ว กว่าเด็กหนุ่มจะหลับไปอีกครั้ง เขาต้องนั่งอยู่อย่างนั้นเพราะมือบางที่กอบกุมมือเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวก่อนจะหลับไปในที่สุดพร้อมกับลมหายใจสม่ำเสมอดังขึ้นเบาๆ
หมอหนุ่มรอให้อีกคนหลับสนิทจึงได้ชักมือกลับ ดวงตาคมมองคนป่วยท่าทางจะเป็นคนขี้ร้อนเพราะปลดเม็ดดุมเสื้อลงจนเห็นแผงอกแกร่งน่าดู เด็กคนนี้ไม่ได้ตัวหนาเหมือนเขา แต่มีกล้ามเนื้อกำลังดีสวยเป็นลอนอย่างคนออกกำลังกายอยู่เสมอ ผิวขาวสวยเนียนเหมือนผู้หญิง อดไม่ได้ที่จะลองสัมผัสดูอย่างแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนไปขยับคลุมผ้าห่มให้
“เด็กหนอเด็ก” เขาลูบศีรษะอีกคนอย่างแผ่วเบาก่อนจะโทรให้เด็กในบ้านขึ้นมาทำความสะอาด และสั่งกำชับว่าห้ามทำเสียงรบกวนคนป่วยโดยเด็ดขาด
