บทที่ 5 เด็กไทม์

ตอนที่ 5

เด็กไทม์

@ไทม์

“ป้าครับ..ป้าครับ” 

เสียงร้องดังโหวกเหวกมาจากชั้นบนซึ่งเป็นห้องนอนของหมอหนุ่มและถัดกันออกไปก็เป็นห้องของเด็กหนุ่มที่เป็นเจ้าของเสียงใสที่กำลังแผดเสียงก้องอยู่ตอนนี้

เสียงวิ่งตึงตังลงมาชั้นล่าง จนขายาวของเด็กหนุ่มที่แทบจะกระโดดลงจากขั้นบันไดมาหาป้าอุ่นแม่บ้านที่ครัวด้วยความรีบร้อน ท่าทางเหนื่อยหอบพร้อมกับคำถามถี่รัวที่ผู้สูงวัยและเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ในครัวแทบฟังไม่ได้ศัพท์

“เบาๆสิคะคุณไทม์ เดี๋ยวได้หกล้มไปคุณหนูจะดุเอาได้” 

เสียงเอ็ดไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มหล่อตรงหน้าอย่างรู้สึกเอ็นดูไม่ต่างจากเจ้านายของตน เธอรู้ว่าคุณหนูของเธอห่วงเด็กหนุ่มคนนี้มาก ปกติแล้วจะขี้รำคาญ หงุดหงิด แต่กับเด็กคนนี้เขากลับใจเย็นอย่างเหลือเชื่อ หากเป็นคนอื่นคงไม่สามารถวิ่งเหินไปมาในบ้านหลังนี้และเข้าไปวุ่นวายในห้องนอนที่เขาแทบไม่ให้ใครย่างกรายเข้าไปได้แน่ 

แต่สำหรับ “ไทม์”  เด็กหนุ่มที่ความจำเสื่อมคนนี้ เขากลับไม่ว่าอะไร อาจจะมีดุบ้างเอ็ดบ้างตามประสาแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ดุด่ารุนแรง 

“แฮ่กๆๆ อาทิตย์ละป้า”  แต่ยังไม่ทันที่ป้าอุ่นจะตอบออกไปร่างบางก็ถามประโยคต่อไปทันทีอย่างไม่รอฟังคำตอบ

“ป้าอุ่นครับ อาทิตย์ไปไหนเหรอครับ”  

ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เป็นตอนสายของอีกวันแล้ว เมื่อคืนกว่าจะหลับได้ ผมทั้งสวดมนต์ทั้งนับเป็ดลอยน้ำสารพัดวิธีแต่ก็ไม่หลับจนกระทั่งโทรหาหมอหนุ่ม แต่โดนอีกคนดุกลับมาจึงต้องจำใจข่มตาให้หลับ อาจเพราะว่าดึกและเริ่มง่วง บวกกับร่างกายที่ยังคงอ่อนเพลียอยู่บ้างเล็กน้อย ทำให้เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่ในใจจะมาคุยกับอาทิตย์ว่าวันนี้ผมจะขอไปที่ทำงานด้วย เพราะเบื่อที่นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในคฤหาสน์หลังงาม

“คุณอาทิตย์ไปทำงานแล้วค่ะ” 

“ห๊ะ!! ทำไมไม่ปลุกผม ผมอุตส่าห์ไปนอนเฝ้าอาทิตย์ทั้งคืน” 

ผมโคตรโมโหได้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะโกรธป้าอุ่นก็ไม่ใช่เรื่อง จึงได้แต่ทำหน้ามุ่ยแก้มป่องอย่างไม่พอใจ เมื่ออีกคนแอบหนีออกไปทำงานโดยไม่ปลุกทั้งที่เมื่อคืนตอนที่ผมรู้สึกตัวตื่นก็พบว่านอนอยู่ในอ้อมแขนของอาทิตย์ มือหนาพาดผ่านเอวสอบไว้ ขายาวกอดก่ายร่างผมไว้แนบชิด ผมเองก็ยังงงๆว่าทำไมอาทิตย์ต้องกอดผมไว้แน่นซะขนาดนั้น หรือเห็นว่าผมเป็นหมอนข้างกันนะ หรือว่าผมกันแน่ที่ขยับมาหาเขาก่อนแต่ก็ช่างมันเถอะ 

“คุณไทม์ต้องเรียกว่าพี่อาทิตย์สิคะถึงจะน่ารัก คุณไทม์ดูยังไงก็เป็นน้องคุณหนูตั้งหลายปี” หญิงสูงวัยเอ่ยบอกผม

“ทีป้ายังเรียกอาทิตย์ว่าคุณหนู ทั้งที่ตัวโตเป็นยักษ์เลยล่ะครับ”

“คุณไทม์!!” เสียงเอ็ดของป้าอุ่นทำให้ผมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี 

“ผมล้อเล่นครับป้า”

"เอ่อ ว่าแต่อาทิตย์ทำงานที่ไหนเหรอครับ"

"ที่โรงพยาบาลXX ค่ะ"

"อยู่ที่ไหน"

ตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ผมรู้เพียงว่าอาทิตย์เป็นคนช่วยชีวิตไว้จากอุบัติเหตุแต่เคราะห์ร้ายที่ผมกลับจำเหตุการณ์ไม่ได้ หนำซ้ำยังจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อ 

อาทิตย์จึงได้ตั้งชื่อให้ผมว่า ไทม์ เพราะมีสมบัติติดตัวมาแค่ชิ้นเดียวคือนาฬิกาเรือนหรู ผมเองก็ชอบชื่อนี้นะ ผมรู้ทุกอย่างเพียงแค่จำตัวเองและอดีตไม่ได้เท่านั้น และผมเองก็อยากจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวเองโดยเร็ว ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งนั่งดูทีวี อ่านหนังสือ นิตยสารต่างๆ แต่ก็ไม่เห็นข่าวเกี่ยวกับตัวผมเลย แล้วครอบครัวของผมละ ไม่มีใครออกตามหาหรือประกาศสื่อโซเซียลเลยหรือยังไง 

หากผมจำชื่อตัวเองได้บ้างก็ยังที่จะค้นหาข้อมูลในกูเกิ้ลได้ แต่นี่แม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้ แต่พอใช้ความคิดมากที่ไรผมก็ต้องปวดหัวทุกที

@โรงพยาบาล

วันนี้ทั้งวันอาทิตย์แทบไม่ได้ลุกจากโต๊ะทำงานเลย เขานั่งเคลียร์แฟ้มเอกสารที่กองแทบจะไม่เห็นตัวเขาอยู่แล้ว ห้องทำงานส่วนตัวของเขาอยู่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาล และเป็นส่วนบุคคลที่เขาไม่ให้ใครขึ้นมาได้นอกจากเลขาและเพื่อนสนิทเท่านั้น

“ยิ้มบ้าอะไรวะไอ้หมอ กูเห็นมึงนั่งยิ้มอย่างนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะโว้ย หรือเมื่อคืนเด็ดมากจนค้างมาถึงตอนนี้วะ”

“ค้างพ่อมึงสิ” 

“อ้าวไอ้นี่ ถามดีๆ เสือกมาด่าสามีแม่กูอีก ไอ้เชี้ย!”

ชายหนุ่มปรายตามองเพื่อนที่นั่งเอกเขนกไม่ยอมกลับบ้านทั้งที่ออกเวรแล้ว แต่ยังนั่งตาลอยมองเขาอย่างจับผิด จนเขาปาปากกาใส่หน้า แล้วหยิบด้ามใหม่มาเซ็นต์เอกสารแทน ในใจก็คิดถึงเรื่องเมื่อคืนเขาหลับทันทีที่หัวถึงหมอน แต่พอดึกๆเขารู้สึกตัวเพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างซุกอยู่ตรงอกพร้อมลมหายใจอุ่นๆจนเขาต้องเอื้อมมือไปเปิดไฟ พบว่าร่างสูงของไทม์ที่หลับตาพริ้มนอนกอดก่ายตัวเขาไว้ อีกทั้งยังขยับซุกหาความอบอุ่นจากอกแกร่ง ใบหน้าหล่อของไทม์อยู่ใกล้เขาแค่ปลายจมูกกั้น จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากแชมพูและครีมอาบน้ำยี่ห้อดัง บางครั้งเขายังแอบดอมดมกลิ่นกายหอมจากคนในอ้อมแขนยามเผลอไผล

เขาไม่ได้ตกใจที่เห็นอีกคนอยู่บนที่นอน เพราะเป็นแบบนี้แทบทุกคืน เด็กหนุ่มคนนี้จะย่องมานอนด้วยเสมอ พอเขาเอ็ดก็จะเดินกลับห้องตัวเอง แต่พอตกดึกๆก็ย่องมาอีกจนเขารำคาญที่จะดุด่าว่ากล่าว เพราะเด็กหน้ามึนก็ยังทำแบบนี้ทุกคืนจนเขาชิน

แต่สิ่งที่เขานั่งอมยิ้มอยู่ตอนนี้ ก็คงเป็นเรื่องนกเขาขันตอนเช้าของไทม์ ดูเหมือนว่าอีกคนคงแข็งแรงไม่เบาเพราะทุกเช้ามันจะแข็งขืนขึ้นมาทักทายหน้าขาเขา 

จนบางวันเขาเองยังรู้สึกอึดอัด ยิ่งอีกคนขยับยุกยิกแนบชิดร่างแกร่ง ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าน้องชายตัวเองก็อยากจะโผล่ขึ้นมาทักทายอีกคนเช่นกัน เขากลับไม่ได้รังเกียจสัมผัสของคนตัวเล็กเลย ทั้งที่เขาไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ตัว 

ยกเว้นไอ้กวินทร์และเพื่อนสนิทอีกสี่ห้าคนเท่านั้น เด็กคนนี้ก็คงไม่ได้คิดแบบนั้นกับเขาแน่ คงต้องการแค่คนปกป้องดูแลในยามที่ความทรงจำยังไม่กลับคืนมาเท่านั้น

"แล้วที่ให้นักสืบไปสืบข่าวไทม์ ไปถึงไหนแล้ว" เสียงของหมอวกวินทร์ปลุกให้หมอหนุ่มตื่นออกจากภวังค์ 

"ไม่มีร่องรอยให้เราเลย" อาทิตย์พูดเสียงเบาราวกระซิบ ผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้วแต่ยังหาเบาะแสอีกคนไม่ได้เลย 

"ทางตำรวจก็ยังไม่มีข้อมูลคืบหน้าเลย" ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น

"สงสัยมึงต้องได้เลี้ยงเด็กอีกยาวเลยวะ ดีใจด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ" 

ครืดดดดดดด 

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูดังขึ้นตัดบนสนทนาของหมอหนุ่มทั้งสองไว้ชั่วคราว

"ครับป้า" ชายหนุ่มกรอกเสียงทุ้มลงไป

(แย่แล้วค่ะคุณหนู คุณไทม์ไม่รู้ว่าหายไปไหนป้ากับเด็กช่วยกันหาทั่วบ้านแล้วไม่เจอคะ)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป