บทที่ 1 เจ้าบ่าวใบสั่ง EP1

บทที่ 1 จุดแตกหัก

เสียงส้นสูงแบรนด์เนมยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปตามโถงทางเดินของ แกรนเดีย โปรดักชั่น โปรดักชั่นเฮาส์ระดับท็อปไฟว์ของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จีรณัช พัชระไพศาลนุกุล โปรดิวเซอร์สาวพราวเสน่ห์และผู้ก่อตั้งบริษัท ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามประดุจนางพญา เรือนร่างอรชรซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเบอร์กันดี ที่ขับเน้นผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์

วันนี้ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันหนึ่งของเธอ จีรณัชเพิ่งปิดดีลสปอนเซอร์รายใหญ่ระดับร้อยล้านสำเร็จ และเธอกำลังตั้งใจจะนำข่าวดีนี้มาบอก พีรวัตร แฟนหนุ่มผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนบริษัทและว่าที่เจ้าบ่าวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กันในเดือนหน้า

มือเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามผลักบานประตูห้องทำงานผู้บริหารเปิดออกโดยไม่ได้เคาะ ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของโปรดิวเซอร์สาวแข็งค้าง หัวใจที่กำลังพองโตด้วยความยินดีร่วงหล่นลงสู่ตาตุ่ม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก

บนโซฟาหนังอิตาลีตัวหรู ร่างของพีรวัตรกำลังนัวเนียอยู่กับ กวินตรา เลขานุการหน้าหวานของเธอเอง เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มหลุดลุ่ย ในขณะที่กระโปรงทรงสอบของหญิงสาวร่นขึ้นไปจนถึงไหนต่อไหน เสียงหอบหายใจและเสียงกระซิบกระซาบที่เคยเป็นความลับถูกเปิดโปงกลางวันแสกๆ

“ว้าย! บอส” กวินตรากรีดร้องเสียงหลง รีบผลักร่างของพีรวัตรออกแล้วดึงเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานซีดเผือดราวกับกระดาษ

พีรวัตรชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขามีร่องรอยของความตกใจ ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีมันก็ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองอย่างเชื่องช้า ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องปกติที่ไม่มีอะไรน่าใส่ใจ

“จี...ทำไมเข้ามาไม่เคาะประตู” น้ำเสียงของพีรวัตรไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด

จีรณัชยืนนิ่งอยู่กับที่ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดและขยะแขยง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาตรงลำคอ ความอ่อนแอไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงอย่างเธอจะแสดงให้ใครเห็น โดยเฉพาะกับคนที่ทรยศเธออย่างเลือดเย็น

“ถ้าฉันเคาะประตู ฉันจะได้เห็นฉากเลิฟซีนสดๆ กลางห้องทำงานที่ฉันเป็นคนออกเงินซื้ออย่างนั้นเหรอ” จีรณัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก้าวเดินเข้าไปใกล้คนทั้งคู่อย่างช้าๆ “ฉันจ้างเธอมาทำงานเลขาฯ นะกวินตรา ไม่ได้จ้างมาทำหน้าที่บำเรอกามหุ้นส่วนของฉันในเวลางาน”

“บอสคะ คือแก้ว...แก้วอธิบายได้นะคะ” เลขาสาวละล่ำละลัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว

“เก็บคำอธิบายของเธอไปบอกฝ่ายบุคคล แล้วไปเก็บของออกจากบริษัทของฉันซะ... เดี๋ยวนี้” เสียงตวาดของจีรณัชดังก้อง ไปทั้งห้องจนกวินตราสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เหลือเพียงผู้บริหารหนุ่มและโปรดิวเซอร์สาวที่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด

“ทำเกินไปหรือเปล่าจี แก้วเขาไม่เกี่ยว ผมเป็นคนเริ่มเอง” พีรวัตรออกรับแทนอย่างไม่สะทกสะท้าน

เพียะ!

ฝ่ามือเรียวตวัดตบลงบนใบหน้าของอดีตคนรักอย่างเต็มแรงจนพีรวัตรหน้าหัน รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนซีกแก้มของชายหนุ่ม โปรดิวเซอร์สาวเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสั่นระริกแต่ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวที่ร่วงหล่นลงมา

“เราจบกันแค่นี้วี งานแต่งเดือนหน้าฉันจะประกาศยกเลิกเอง ส่วนเรื่องหุ้นในแกรนเดีย โปรดักชั่น เตรียมตัวคุยกับทนายของฉันได้เลย ฉันจะซื้อหุ้นในส่วนของคุณคืนทั้งหมด” จีรณัชประกาศกร้าวด้วยความเด็ดขาด

พีรวัตรหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก “อย่าทำเป็นหยิ่งและอวดเก่งไปหน่อยเลยจี คุณคิดว่าคุณจะเฉดหัวผมทิ้งได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ อย่าลืมนะว่างานกาล่าเปิดตัวนักลงทุนของบริษัทเรา จะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ถ้าไม่มีผมควงคู่ไปในฐานะ ว่าที่เจ้าบ่าว นักลงทุนคงได้ถอนตัวกันหมดแน่”

ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้สายตาเหยียดหยามมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น “คุณมันก็แค่ผู้หญิงบ้างาน แข็งกระด้าง และไม่มีความอ่อนหวาน ถ้าคุณทิ้งผมไป คุณก็เตรียมตัวหน้าแตกกลางงานได้เลย เพราะผู้หญิงอย่างคุณ...ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาทนคบด้วยได้นานหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะผมยอมทน คุณก็คงต้องขึ้นคานไปจนตายนั่นแหละ”

คำสบประมาทนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ จีรณัชกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอเจ็บปวดที่ถูกหักหลัง แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคือการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

“งั้นเรามาคอยดูกันพีรวัตร” โปรดิวเซอร์สาวเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนริมฝีปากสีสด “ฉันจะหาผู้ชายที่เพอร์เฟกต์กว่าคุณ รวยกว่าคุณ และทำให้ผู้ชายกระจอกๆ อย่างคุณดูเป็นแค่ขยะไปเลย คอยดูให้ดีก็แล้วกันว่าในงานกาล่า ใครกันแน่ที่จะต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืน”

จีรณัชหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างสง่างาม ทิ้งอดีตคนรักไว้เบื้องหลังพร้อมกับความแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก

ค่ำคืนแห่งการนัดหมาย...

รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูแล่นฝ่าความมืดมิดของยามราตรี มุ่งหน้าสู่ย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี จีรณัชเหยียบคันเร่งทะยานไปข้างหน้าเพื่อระบายความอัดอั้น หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อตอนกลางวันร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้ม ทว่าเธอปล่อยให้มันไหลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะใช้หลังมือปาดมันทิ้งไปอย่างลวกๆ

“ผู้ชายเฮงซวย ฉันจะทำให้แกเสียใจที่กล้าท้าทายฉัน”

หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดต่อสายหา ทิกเกอร์ ผู้จัดการคลับลับระดับซูเปอร์วีไอพีที่เธอเคยได้นามบัตรมาจากลูกค้าระดับมหาเศรษฐี

บทถัดไป