บทที่ 12 เจ้าบ่าวใบสั่ง EP12
“จัดการได้งั้นหรือ” จีรนัยแค่นหัวเราะในลำคอ “แกจะจัดการยังไง ในเมื่อไอ้พีรวัตรมันร่อนการ์ดแต่งงานไปทั่วสังคมไฮโซแล้ว หุ้นของโครงการเราตกลงไปสองจุดทันทีที่มีข่าวว่าทายาทเพียงคนเดียวของพัชระไพศาลนุกุลถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี ภาพลักษณ์ของครอบครัวเรากลายเป็นตัวตลกในวงสนทนาของพวกนักธุรกิจ แกคิดว่านี่มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระอย่างนั้นหรือ”
“จีก็เป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้นะคะพ่อ ทำไมพ่อถึงต้องมาซ้ำเติมจีด้วย จีถูกคนที่รักและไว้ใจที่สุดหักหลัง พ่อไม่คิดจะถามจีสักคำเลยเหรอคะว่าจีรู้สึกยังไง เจ็บปวดแค่ไหน” จีรณัชโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น ขอบตาร้อนผ่าวทว่าเธอต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอไหลรินลงมาต่อหน้าบิดา
“ในโลกของธุรกิจ ความเจ็บปวดมันไม่มีค่าพอให้คนอื่นมานั่งเห็นใจหรอกนะจี” จีรนัยตอบกลับอย่างเลือดเย็น “สิ่งที่คนเขาจะมองคือความอ่อนแอและไร้ความสามารถของแกที่รักษาผู้ชายคนเดียวเอาไว้ไม่ได้ พ่อเคยเตือนแกแล้วว่าไอ้พีรวัตรมันไม่มีหัวนอนปลายเท้า มันหวังแค่จะเกาะแกกิน แต่แกก็ดื้อด้านไม่ยอมฟัง จนสุดท้ายก็ต้องมานั่งเช็ดน้ำตาให้คนเขาสมเพชแบบนี้”
“คุณคะ อย่าว่าลูกแรงนักเลย จีก็ช้ำใจมากพอแล้ว” มารดาพยายามแตะแขนผู้เป็นสามีเพื่อห้ามทัพ แต่จีรนัยกลับสะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี
“คุณก็เอาแต่ให้ท้ายลูกจนมันเสียคน” จีรนัยหันไปดุภรรยาก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าลูกสาวด้วยแววตาเด็ดขาด “พ่อปล่อยให้แกใช้ชีวิตอิสระมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่แกต้องทำหน้าที่ทายาทของตระกูลเสียที พ่อได้คุยกับท่านรัฐมนตรีทรงพลเอาไว้แล้ว อาทิตย์หน้าแกจะต้องไปดูตัวและหมั้นหมายกับลูกชายของท่าน”
คำประกาศิตของบิดาเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางพายุ จีรณัชเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ลูกชายของรัฐมนตรีทรงพลที่บิดาพูดถึงคือเพลย์บอยตัวฉกาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และมีข่าวพัวพันกับดาราสาวไม่ซ้ำหน้า ชายคนนั้นมีพฤติกรรมสำมะเลเทเมาและเหยียบย่ำผู้หญิงเป็นว่าเล่น การที่พ่อของเธอยอมส่งลูกสาวตัวเองไปแต่งงานกับผู้ชายพรรค์นั้นก็เพื่อแลกกับเส้นสายทางการเมืองและผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น
“ไม่ค่ะ จีไม่มีทางแต่งงานกับผู้ชายมักมากแบบนั้นเด็ดขาด พ่อก็รู้ว่ากิตติศัพท์ของลูกชายท่านรัฐมนตรีมันเน่าเฟะแค่ไหน พ่อจะส่งจีไปตกนรกทั้งเป็นเพียงเพื่อกู้หน้าทางสังคมและผลประโยชน์ของบริษัทงั้นหรือคะ” หญิงสาวแผดเสียงตอบโต้ด้วยความโกรธจัด
“มันเป็นการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ” จีรนัยอธิบายอย่างไม่สะทกสะท้าน “เขาต้องการสะใภ้ที่ชาติตระกูลดีเพื่อลบภาพลักษณ์แย่ๆ ของลูกชาย ส่วนเราก็ต้องการเกี่ยวดองกับผู้มีอำนาจเพื่อกลบข่าวฉาวของแกและหนุนหลังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเรา มันคือทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้”
“มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพ่อ แต่มันไม่ใช่สำหรับจี” จีรณัชหยัดกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน สบนัยน์ตาดุดันของผู้เป็นพ่ออย่างไม่ลดละ “จีเป็นคนทำงาน จีสร้างบริษัท แกรนเดีย โปรดักชั่น มาด้วยสองมือของจีเอง จีหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบารมีของใคร จีจะไม่ยอมถูกจับคลุมถุงชนเพื่อเป็นเครื่องมือทางธุรกิจของใครทั้งนั้น”
จีรนัยหรี่ตาลงมองลูกสาวที่กล้าแข็งข้อกับตนเองเป็นครั้งแรก ชายสูงวัยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับจีรณัช รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนมารดาที่นั่งอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด
“ถ้าแกคิดว่าแกปีกกล้าขาแข็งแล้วก็ลองดู” ประมุขของบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำขู่ “ถ้าแกปฏิเสธการดูตัวครั้งนี้ พ่อจะใช้อำนาจที่มีทั้งหมดบีบสปอนเซอร์ทุกรายที่สนับสนุนรายการของแกให้ถอนตัวออกให้หมด พ่อจะทำให้บริษัทที่แกภูมิใจนักหนาล้มละลายภายในข้ามคืน แล้วเรามาดูกันว่าผู้หญิงที่ถูกแฟนทิ้งและบริษัทเจ๊งอย่างแก จะยังมีหน้ายืนอยู่ในสังคมนี้ได้อีกไหม”
จีรณัชชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าบิดาของเธอเป็นคนพูดจริงทำจริงและมีอำนาจมากพอที่จะบดขยี้บริษัทเล็กๆ ของเธอให้แหลกคามือได้ภายในพริบตา ความรู้สึกอึดอัดตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเพิ่งถูกอดีตคนรักข่มขู่จะยึดรายการไปเมื่อเช้า และตอนนี้เธอกำลังถูกบิดาแท้ๆ ข่มขู่จะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาเพียงเพราะเธอไม่ยอมเชื่อฟัง
ความโกรธแค้น ความอัปยศ และความต้องการที่จะเอาชนะหลอมรวมกันจนทำให้สติสัมปชัญญะของจีรณัชขาดสะบั้น หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูง ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มเย็นเยียบ
“หนูจะแต่งงานกับใครก็ได้ที่หนูเลือกเอง แต่หนูจะไม่ยอมเป็นหมากบนกระดานธุรกิจของพ่อเด็ดขาด” เธอประกาศกร้าวด้วยความมาดมั่น
“แกมีปัญญาหาผู้ชายที่โปรไฟล์ดีกว่าลูกท่านรัฐมนตรีมาล้างอายให้ตระกูลเราได้งั้นหรือ” จีรนัยเย้ยหยัน “ถ้าแกหาไม่ได้ แกก็ต้องยอมรับชะตากรรมของแกซะ”
“หนูมีคนที่พร้อมจะแต่งด้วยอยู่แล้วค่ะ” จีรณัชโพล่งออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน จีรนัยเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจขณะที่มารดายกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ
“แกหมายความว่ายังไง” ผู้เป็นบิดาถามเสียงเครียด
“หนูมีคนรักใหม่แล้ว และเขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบเหนือกว่าลูกชายรัฐมนตรีของพ่อทุกประการ เราคบกันมาพักใหญ่แล้วและเขาก็พร้อมที่จะแต่งงานกับหนูทันที” จีรณัชปั้นน้ำเป็นตัว เธอต้องหาทางรอดจากวิกฤตนี้ให้ได้แม้จะต้องสร้างเรื่องโกหกคำโตก็ตาม
จีรนัยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูกสาวเพื่อค้นหาความจริง ทว่าเขามองเห็นเพียงความเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ ชายสูงวัยกระตุกยิ้มมุมปาก
“ดี ถ้าแกมั่นใจขนาดนั้น ภายในเดือนนี้แกพาผู้ชายคนนั้นมาปรากฏตัวให้พ่อเห็น พ่อจะรอดูว่าคนที่แกเลือกจะดีเลิศประเสริฐศรีอย่างที่ปากว่าไหม แต่ถ้าแกหาใครมาไม่ได้ งานแต่งงานระหว่างแกกับลูกชายท่านรัฐมนตรีจะถูกจัดขึ้นทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
“ตกลงค่ะ แล้วพ่อจะได้เห็นว่าลูกเขยที่หนูเลือก จะทำให้พ่อไม่ต้องรู้สึกอับอายใครอีกเลย” จีรณัชรับคำท้าด้วยความหยิ่งยโสก่อนจะหันหลังก้าวเดินออกจากห้องรับแขกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบิดามารดาของตนเอง
