บทที่ 4 เจ้าบ่าวใบสั่ง EP4
บทที่ 2 สัญญาอันตราย
บรรยากาศภายในห้องโดยสารของรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มแผ่วเบาและเสียงสายลมยามค่ำคืนที่กรีดผ่านความเร็วของตัวรถ จีรณัชกำพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แน่นจนข้อขาว นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า ทว่าสติสัมปชัญญะของเธอกลับถูกรบกวนด้วย ‘ตัวตน’ ของผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ อย่างรุนแรง
เมธาวินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยตั้งแต่ก้าวขึ้นรถ ชายหนุ่มเพียงแค่นั่งเอนกายพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย ขาทั้งสองข้างทอดเหยียดออกไปอย่างสบายอารมณ์ ศอกซ้ายเท้าอยู่กับขอบประตูรถขณะที่ดวงตาสีนิลทอดมองทิวทัศน์ของแสงไฟเมืองหลวงที่เคลื่อนผ่านไป ทว่าแม้เขาจะนั่งอยู่นิ่งๆ รังสีความกดดันและอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างสูงกลับทำให้พื้นที่ในรถสปอร์ตคันกว้างดูคับแคบลงไปถนัดตา
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ผสมผสานระหว่างความสดชื่นของซิตรัสและความดุดันของมัสก์ ลอยอวลแตะจมูกโปรดิวเซอร์สาวทุกครั้งที่สูดลมหายใจ มันเป็นกลิ่นที่เย้ายวนและอันตราย บ่งบอกถึงรสนิยมที่เหนือระดับซึ่งขัดแย้งกับอาชีพ ‘บาร์โฮสต์’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง
“คุณขับรถแข็งกว่าที่ผมคิดนะ คุณโปรดิวเซอร์” น้ำเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆ
จีรณัชปรายตามองเขาเล็กน้อย “ถ้าคุณหมายถึงการที่ฉันไม่ขับรถตกถนนตายไปพร้อมกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันได้ครึ่งชั่วโมง ก็ใช่ ฉันขับรถเก่งมาก และฉันก็ควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้ดีเยี่ยมด้วย”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองมามีความขบขันระคนหยามหยัน “ควบคุมได้ดีเยี่ยม รวมถึงเรื่องที่เพิ่งถูกแฟนเก่าสวมเขาคาห้องทำงานเมื่อเช้านี้ด้วยหรือเปล่าครับ”
เอี๊ยด!
จีรณัชเหยียบเบรกกะทันหันจนรถสปอร์ตคันหรูหัวทิ่ม โชคดีที่พวกเขากำลังเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของ ‘เดอะ ซีนิท เพนต์เฮาส์’ คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางกรุง หญิงสาวหันขวับไปจ้องหน้าคนปากดีด้วยดวงตาที่วาวโรจน์
“ฟังนะเมธาวิน” เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ฉันจ่ายเงินซื้อมูลค่าเวลาของคุณ ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้คุณมาวิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของฉัน หน้าที่ของคุณคือทำตามคำสั่ง และห้ามล้ำเส้นเข้ามาในเรื่องที่ฉันไม่อนุญาตเด็ดขาด”
โฮสต์หนุ่มไม่สะทกสะท้านกับสายตาเชือดเฉือนนั้น เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกช้าๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนจีรณัชต้องเอนตัวหนีไปติดประตูฝั่งคนขับ
“ผมถึงบอกไงครับ ว่าคุณประเมินผมต่ำไป” ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความโกรธ “ผมไม่ได้ขาย ‘เวลา’ แต่ผมขาย ‘ความสมบูรณ์แบบ’ และความสมบูรณ์แบบมันเกิดจากการทำตามคำสั่งโง่ๆ ไม่ได้หรอกนะครับ คุณนายจ้าง”
พูดจบเขาก็เปิดประตูลงจากรถไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้จีรณัชนั่งกัดริมฝีปากแน่นด้วยความหงุดหงิด ผู้ชายคนนี้รับมือยากกว่าที่เธอคิด เขาไม่มีความกลัว ไม่มีความประจบประแจง และดูเหมือนจะพร้อมขย้ำเธอได้ทุกเมื่อหากเธอเผลอเปิดจุดอ่อนให้เห็น
ทว่าในเวลานี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว การเอาชนะพีรวัตรในงานกาล่าคือเป้าหมายเดียวที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดอยู่ได้
โปรดิวเซอร์สาวก้าวลงจากรถ นำทางชายหนุ่มขึ้นลิฟต์แก้วส่วนตัวที่ทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูหราที่กินพื้นที่ทั้งฟลอร์ เมธาวินก็กวาดสายตามองการตกแต่งภายในด้วยความเรียบเฉย
ห้องโถงกว้างขวางถูกประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากอิตาลี โคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่เผยให้เห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแสงไฟของกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามา ทุกตารางนิ้วบ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมที่ไร้ที่ติของเจ้าของห้อง
“เชิญนั่งตรงนั้น ฉันจะไปเอาสัญญามาให้เซ็น” จีรณัชชี้ไปที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ก่อนจะเดินสะบัดส้นสูงมุ่งหน้าไปยังมินิบาร์
ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและความบอบช้ำทางจิตใจที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดทั้งวันเริ่มก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ในอก ภาพพีรวัตรและกวินตรายังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง หญิงสาวมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดขวดวิสกี้ซิงเกิลมอลต์ราคาแพงหูฉี่ เธอไม่ได้รินมันใส่แก้วด้วยซ้ำ แต่กลับยกขวดขึ้นดื่มอึกใหญ่ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันบาดคอและแผดเผาความเจ็บปวดในใจให้มอดไหม้
เมื่อแอลกอฮอล์เริ่มสูบฉีดเข้าสู่กระแสเลือด ความกล้าและความบ้าบิ่นก็เริ่มเข้าแทนที่ความหวาดหวั่น หญิงสาวเดินถือขวดวิสกี้และแล็ปท็อปกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับร่างสูงที่กำลังนั่งมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อร่างสัญญาจ้างงานฉบับเร่งด่วน ข้อห้ามและกฎเกณฑ์ต่างๆ ถูกกลั่นกรองออกมาจากสมองของเวิร์กกิ้งวูแมนที่คุ้นเคยกับการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
“นี่คือข้อตกลงของเรา” จีรณัชหมุนหน้าจอแล็ปท็อปไปทางเขา “ข้อหนึ่ง...งานของคุณคือแสดงเป็นซีอีโอหนุ่มที่หลงรักฉันหัวปักหัวปำ ประวัติปลอมของคุณคือทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งกลับจากอเมริกา ข้อสอง ในงานกาล่า คุณต้องทำตามสคริปต์ที่ฉันกำหนด ห้ามพูดจาขัดใจ ห้ามทำตัวงี่เง่า และข้อสาม...”
หญิงสาวเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ยกขวดวิสกี้ขึ้นจิบอีกอึก นัยน์ตาฉ่ำปรือเริ่มมีประกายของความดื้อรั้น “ห้ามแตะต้องตัวฉันเกินความจำเป็น การจับมือหรือโอบเอวทำได้เฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้าพีรวัตรหรือนักลงทุนเท่านั้น ลับหลังคนพวกนั้น เราคือคนแปลกหน้า”
