บทที่ 4 EP. 03|เจ้าพ่อเพชฌฆาต

เช้าวันต่อมา...

“หน้าโอเค ผมโอเค ชุดเรียบร้อย ในกระเป๋าของก็ครบ อืม..ลืมอะไรอีกไหมนะ”

ฉันทวนความจำพลางหยิบของที่พูดขึ้นมาเป็นเชิงว่าได้เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว อันที่จริงแล้วฉันยังไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนี้ก็ได้เพราะเข้างานตั้งเก้าโมง แล้วสถานที่ทำงานก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ด้วย แต่อาจจะเป็นเพราะความเคยชินที่ต้องตื่นเช้าบ่อย

ไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว ไปก่อนเวลาคงไม่เป็นไรหรอก จะได้ดูเป็นคนขยันด้วย >o<

“อืม..เวลากำลังพอดีเลย”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่กำลังหมุนเดินอยู่บนผนัง จากนั้นก็หันหลังหมุนตัวเดินออกเพื่อไปทำงานทันที

ใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าจะถึงที่ทำงานใหม่ เช้านี้รถติดมาก ดีนะที่ฉันตัดสินใจออกมาก่อนไม่อย่างนั้นได้สายตั้งแต่ทำงานวันแรกแน่

“โอ๊ยตายแน่ จะสายแล้ว”

ฉันบ่นกับตัวเองได้ไม่นานก็ต้องออกแรงวิ่งอย่างรีบร้อนทันที เมื่อเหลือบสายตาไปเห็นเวลาที่กำลังโชว์แบบดิจิตอลบนป้ายของสนามยิงปืน ตอนแรกคิดว่าจะทันซะอีก ไหงเวลาเดินเร็วแบบนี้เนี่ย

ตุบ!

เพราะความรีบร้อนไม่ดูทาง ทำให้ฉันวิ่งชนเข้ากับใครบางคนอย่างแรงจนตัวฉันเสียหลักกำลังจะล้มลงกับพื้น แต่อีกฝ่ายไวกว่าคว้าตัวฉันไว้ได้พอดี มือเล็กของฉันคว้าหมับเข้าที่เสื้อของเขาอัตโนมัติ เกือบไปแล้วไหม ซุ่มซ่ามจริง ๆ เลยยัยเทียน

“ปล่อย”

เพราะมัวแต่ด่าตัวเองภายในใจจนลืมไปเลยว่ามือฉันยังจับเขาอยู่ ว่าแต่เสียงนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย

“ขอโทษด้วยนะคะ เอ่อ..แล้วก็ขอบคุ-”

ฉันรีบปล่อยมือที่เผลอจับเสื้อของเขาจนมันยับ พลางยกมือขอโทษเขาโดยไม่ได้มองหน้าในตอนแรก แต่พอฉันเงยหน้าขึ้นเพื่อจะขอบคุณเขาฉันก็ต้องชะงักทันที นัยน์ตาสีดำสนิท ตัวสูงขาว ใบหน้าที่หวานแบบนี้ นะ...นี่มันผู้ชายคนเมื่อวันก่อนนิ!

“จะจ้องอีกนานไหม?”

“ขะ..ขอบคุณที่ช่วยไว้นะคะ”

ภาพที่พยายามจะลืมกลับผุดขึ้นมาในสมองเป็นฉาก ๆ จนความกลัวเริ่มกัดกินภายในใจ เสียงฉันกระตุกสั่นอัตโนมัติ

เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่กลับเดินชนไหล่ฉันไปอีกทางอย่างไม่ได้สนใจ ชายใส่สูทชุดดำคนเดิมมองฉันด้วยสายตาเป็นมิตร แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาต้องรีบเดินตามชายหน้าหวานคนนั้นไป

“ตายแล้ว!”

เมื่อนึกได้ว่าตัวเองใกล้จะสายแล้วก็รีบออกตัววิ่งต่อทันที รอบนี้ฉันจะต้องมองทางดี ๆ ห้ามซุ่มซ่ามอีก

และแล้วฉันก็มาถึงที่นัดพบกับน้องส้มพอดีก่อนจะเก้าโมง(มั้ง) เพราะฉันยังไม่ได้ดูเวลาเลยแต่ตรงที่ฉันอยู่ก็ยังไม่มีใครมาสักคนฉันน่าจะมาทันเวลาอยู่แหละ ฮือ ~ เกือบสายซะแล้วไหมล่ะ

“ค่อย ๆ หายใจนะพี่เทียน รีบอะไรเบอร์นี้เนี่ย ฮ่า ๆ ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ”

ฉันหอบหายใจเข้าออกอย่างแรง เพราะความเหนื่อยที่วิ่งมาด้วยความเร็วแบบไม่พัก แต่ก็ต้องมาทำหน้างุนงงส่งให้น้องส้มเมื่อเธอพูดอะไรแปลก ๆ ออกมา

“คะ?”

“ไม่ต้องมาทำหน้างงเลย นี่ไปดูเวลาบนป้ายหน้าสนามมาใช่ไหมเนี่ย”

“แฮ่ก ใช่ ๆ น้องส้มรู้ได้ไงคะ”

“โอ๊ยพี่เทียน ส้มลืมบอกว่าเวลาบนป้ายมันเดินเร็วหลายนาทีเลย เนี่ยส้มกำลังสั่งให้คนไปปรับอยู่”

“หา!!”

ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ โอ๊ยแล้วแบบนี้ฉันจะรีบวิ่งให้ตัวเองเหนื่อยเล่น ๆ ทำไมเนี่ย แง้ ส่วนน้องส้มก็เอาแต่หัวเราะกับความเด๋อด๋าของฉัน

“เอาเป็นว่าพี่เทียนนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวส้มค่อยออกมาบอกรายละเอียดเรื่องงานอีกที”

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันสอดส่องสายตามองหาที่นั่งแถวนี้ ส่วนน้องส้มก็เดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันนั่งมองดูบรรยากาศที่ร่มเย็นด้วยความสบายตา สถานที่ที่น้องส้มนัดมาเจอดูเหมือนจะเป็นด้านหลังสุดของสนามเลย คงเป็นพวกที่พักพนักงานที่กินข้าวอะไรจำพวกนี้ แต่ก็ตกแต่งหรูหราร่มเย็นไม่แพ้ด้านหน้าเลย

“แค่ก ๆ”

เพราะมัวแต่นั่งคิดอะไรเพลินคนเดียวจนไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีคนมานั่งข้าง ๆ แถมยังสูบบุหรี่อีก เหม็นชะมัด ว่าจบแล้วก็ขอหันไปดูหน้าหน่อย เห็นอยู่แท้ ๆ ว่าฉันนั่งอยู่ไหงยังมาสูบใกล้ ๆ กันอีก

“!!!”

เขาอีกแล้ว! สิ่งที่ฉันภาวนาไป พระเจ้าไม่ได้รับเลยใช่ไหมคะ T^T ฮือ แถมตอนฉันเงยหน้าไปมองเขาสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับป้าย มันขึ้นว่าตรงนี้เป็นพื้นที่สูบบุหรี่ได้ ความเอ๋อเร๋อเล่นงานฉันอีกแล้ว ยัยเทียนเอ๊ย ก่อนนั่งทำไมไม่ดูให้ดีเนี่ย รีบไปดีกว่า

“เอ่อ..ขยับหน่อยได้ไหมคะ”

“…”

“พะ..พอดีคุณนั่งทับชายเสื้อเราอยู่ค่ะ”

สายตาคมดำสนิทปรายตามองฉันอย่างไม่สนใจ แถมยังพ่นควันสูบบุหรี่มาทางฉันอีกด้วย

“แค่ก ๆ ทำอะไรของคุณเนี่ย”

ฉันสำลักควันที่เขาพ่นออกมา ส่วนเขาก็ทำหน้าตาเฉยชาเหมือนเดิมไม่รู้สึกผิดอะไร แถมยังนั่งทับชายเสื้อฉันไม่ขยับอีก พอฉันกระตุกดึงก็ดึงไม่ออกเพราะตัวเขาทั้งสูงทั้งกำยำ ฉันสู้แรงนั่งทับเขาไม่ไหวหรอกนะ แบบนี้มันแกล้งกันชัด ๆ ฉันได้แต่นั่งเอามือมาปิดจมูกไว้ถึงมันจะช่วยได้น้อยก็เถอะ อย่างไรก็ดีกว่านั่งดมแบบเต็ม ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป