บทที่ 6 EP. 05|เจ้าพ่อเพชฌฆาต

“รีบออกไปซะ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจฆ่า”

ปืนที่จ่อหัวฉันอยู่ในตอนแรก บัดนี้ในเงาที่ฉันเห็นเขาลดระดับปืนลงไปไว้ข้างตัวเขาแล้ว ฉันจึงรีบหมุนตัวหันหลังโดยไม่กล้าสบตากับเขา แล้วออกตัววิ่งหนีออกมาให้ไวที่สุด

“ฮือ ๆ”

เมื่อฉันวิ่งออกมาไกลพอสมควร ก็แอบหาที่นั่งแถวนี้ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ที่กลั้นไว้ ฉันนั่งร้องไห้สักพักก็ต้องรีบปรับอารมณ์ให้มาเป็นปกติให้ไวที่สุด เพราะฉันมีงานต้องทำต่อ

ฉันอยากลาออกนะแต่ติดปัญหาตรงที่ว่าที่นี่ให้เงินเดือนดีมาก มากซะจนฉันไม่จำเป็นต้องไปหางานทำเพิ่มให้เหนื่อยเลย ต้องอดทนสิเทียน แค่หลังจากนี้เราอย่าไปอยู่ใกล้กับเขาก็พอ คนโหดร้ายแบบนั้นฉันขอไม่ยุ่งเป็นครั้งต่อไปแล้ว

เวลา 20.35 น.

หลังจากวันนี้ที่เจอเหตุการณ์เลวร้ายมาครึ่งวันก็ถึงเวลาเลิกงานสักที หลังจากฉันร้องไห้เสร็จพอกลับเข้าไปทำงานก็ไม่ได้เจอกับเขาแล้ว มีแต่น้องส้มที่เข้ามาถามมากกว่า เพราะตาฉันมันบวมมาก ฉันก็บ่ายเบี่ยงตอบแค่ว่าพริกเข้าตาตอนก๋วยเตี๋ยวแทน น้องก็ไม่ได้สงสัยหรือถามอะไรต่อ

“รีบไปหาแม่ดีกว่า”

พูดจบก็พลางตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาหลังจากที่คิดนู่นนี่ไปเรื่อย

สถานที่ โรงพยาบาลรัฐ

ใช้เวลาเดินทางไม่นานเนื่องจากเป็นเวลาที่เริ่มจะดึกแล้ว ทำให้บนถนนรถไม่ค่อยจะเยอะมากเหมือนตอนหกโมงเย็น ที่เป็นเวลาเลิกงานของหนุ่มสาวออฟฟิศ

ฉันเดินมารอลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปหาแม่ ทั้งสองมือของฉันเต็มไปด้วยข้าวและผลไม้ที่แม่ชอบ เมื่อลิฟต์มาถึงฉันกำลังจะเดินก้าวขาเข้าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง

“ยัยเทียน”

ฉันหันกลับไปมองยังต้นเสียงก็ถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ พวกเขาอีกแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมเลิกยุ่งกับฉันและแม่สักที ทั้งที่เราก็ออกจากบ้านหลังนั้นมานานแล้ว

“นี่แกกล้าถอนหายใจใส่คุณพ่ออย่างงั้นเหรอ!”

คนที่เรียกฉันในตอนแรกเขาคือพ่อแท้ ๆ ของฉันเอง ส่วนเสียงเมื่อกี้ก็คือเสียงน้องสาวคนละแม่ เธอชื่อว่าพลอย ฉันคิดว่าผู้ชายส่วนมากชอบแบบพลอยนะ เธอมีหุ่นที่เซ็กซี่ หน้าตาอ่อนหวานน่ารัก แถมกิริยามารยาทก็ดี เฉพาะกับคนนอกนะ

กับฉันและแม่ เธอจะมีนิสัยที่ก้าวร้าวมาก แต่ฉันเข้าใจเพราะฉันเป็นลูกเมียน้อย เธอจะไม่ชอบฉันกับแม่ก็คงไม่แปลกอะไร เธอเดินมาพร้อมกับคุณป้าพร้อมใช้สายตามองฉันเหมือนเดิมทุกครั้งที่เจอ สายตาเหยียดหยาม...ฉันชินแล้ว

“คุณพ่อมาหาเทียนมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ตั้งแต่ที่ออกจากบ้านนั้นมาได้นานนับหลายปี พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะมาหาหรือเยี่ยมแม่บ้างเลย ทั้งที่ฉันส่งข่าวบอกพ่อว่าแม่ป่วยหนักพวกเขาก็ไม่เคยคิดจะมา แต่ไหงวันนี้ถึงได้มากันครบแบบนี้

“พ่อว่าเราไปหาที่นั่งเงียบ ๆ คุยกันดีกว่า”

วันนี้พ่อฉันมาแปลกนะ ทุกทีท่านเกลียดฉันจะตาย ไม่เคยแทนตัวเองว่าพ่อเลยสักครั้ง ทำกับฉันเหมือนไม่ใช่ลูกตลอดเวลาที่ฉันกับแม่ทนอยู่บ้านหลังนั้น

“ค่ะ”

ฉันพยักหน้าตอบรับพ่อ แล้วเดินตามท่านไปพร้อมกับมองแม่ลูกที่เดินนำไปก่อนแล้ว

เมื่อทุกคนนั่งลงกันจนครบพ่อฉันก็มีสีหน้าไม่สู้ดี ท่านดูเหมือนเครียดอะไรบางอย่าง มีอะไรกันหรือเปล่านะ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมพ่อดูเครียดจัง”

พ่อฉันดูอ้ำอึ้งที่จะพูดบางอย่างมาก ส่วนคุณป้ากับพลอยก็ทำหน้าเอือมระอากับท่าทีของพ่อ

“พ่อแกจะส่งแกไปอยู่กับองค์กรชิเลี่ยนแทนน้อง”

ฉันพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณป้าพูดออกมา

“จริงเหรอคะพ่อ”

พ่อเกลียดฉันถึงขนาดจะส่งฉันไปแทนน้องแบบนี้เลยเหรอ ฉันรู้แค่ว่าพ่อชอบเข้าบ่อนกาสิโนเล่นการพนัน แต่ไม่คิดว่าจะติดหนักถึงขนาดนี้

“ช่วยพ่อหน่อย พ่อยังไม่มีเงินไปคืนพวกมัน”

“เลยจะให้เทียนไปอยู่กับพวกมันแทนพลอยอย่างนั้นเหรอคะ ฮึก”

เกินไปแล้ว ฉันรู้สึกแย่มากตอนนี้ ไม่รักฉันยังพอรับได้ แต่นี่ทำไมถึงกับต้องส่งฉันไปแทนคนอื่นด้วย

“อย่าสำออยไปหน่อยเลย แค่ยอมไปเป็นเมียพวกลุงอ้วน ๆ เงินหนา ก็ช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลแม่แกได้มากโขละนะ โอกาสดีแบบนี้ฉันยกให้ แกไม่ดีใจเหรอ จะมานั่งร้องไห้ทำไม”

พลอยจีบปากจีบคอพูดพร้อมกับส่งสายตาจิกเหยียดมาให้ฉัน

“นะลูกช่วยพ่อหน่อย ไม่งั้นมันตามมาฆ่าพ่อแน่”

“เร็วสิ ฉันมีงานสังคมที่ต้องไปต่อนะ”

คุณป้าเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อฉันเอาแต่นั่งเงียบ ส่วนพ่อก็ส่งสายตากดดันมาให้ไม่วางตา ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดไล่อารมณ์ที่อยากจะร้องไห้ให้ออกไปจากหัว

“ค่ะ เทียนจะช่วย”

“ขอบคุณมากนะลูก วันพรุ่งนี้มาหาพ่อที่บ้านใหญ่นะพวกมันจะมากันตอนบ่าย พ่อขอบคุณลูกมากเลยนะ”

พ่อฉันยิ้มออกมากับคำตอบของฉันพลางจับมือด้วยความดีใจ พ่อฉันกำลังดีใจงั้นเหรอ.. เขาเคยคิดว่าฉันเป็นลูกสักครั้งไหม...

หลังจากหมดธุระพวกเขาทั้งสามคนก็กลับไป ฉันจึงเดินไปรอลิฟต์เหมือนเดิมด้วยอารมณ์หม่นหมอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป