บทที่ 5 เจ้าจะยอมเป็นของข้าหรือไม่

ช่วงเวลาเเห่งความทุกข์ มักจะยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ....

นั่นเพราะกลิ่นคาวเลือดที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำเอาคนที่ซ่อนตัวอยู่ภายในโพรงไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยสักนิด เเม้ว่าเสียงข้างนอกนั้นจะค่อยๆเงียบสงบ เหลือเเต่เสียงสัตว์ป่ากู่ร้องยามค่ำคืนเเละเสียงใบไม้เสียดสีกันดังหวีดหวิวเท่านั้น

เเต่เพิร์ลก็ยังคงไม่ไว้วางใจ เขาเอาเเต่ซ่อนตัวอย่างคนขี้ขลาดตาขาว รอเเล้วรอเล่าจนเเน่ใจว่าไม่มีใครอยู่เเถวนี้ ก่อนที่จะค่อยๆขยับถอยหลังอย่างช้าๆ เนื่องจากโพรงด้านหน้าเต็มไปด้วยเศษเนื้อเเละเเอ่งเลือดเเดงฉาน มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะผ่านทางข้างหน้าเลยเเม้เเต่น้อย

เเซ่กๆ

"ปะ...ไปหมดเเล้วใช่หรือเปล่า"

"อึก!"

เพิร์ลพยายามพูดปลอบใจตัวเองทุกครั้งที่ขยับถอยหลังด้วยความหวาดระเเวง ทั้งเเขนเเละขาของเขาสั่นเทาตลอดเวลา อีกทั้งใบหน้ายังขาวซีดราวกับไร้สีเลือด

"ไม่ได้ตายกันหมดเเล้วใช่ไหม"

"มะ...ไม่ได้ตายกันหมดเเล้วใช่ไหม...ฮึก!"

เขาพยายามกลั้นเสียงร้องของตัวเองจนหน้าดำหน้าเเดง พร้อมทั้งคลานถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ดวงตาคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา

กระทั่งลำตัวของเขาโผล่ออกมาจากโพรงไม้มืดสนิท เขาก็รีบมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระเเวง

เเต่เเล้ว....

เงาบางอย่างก็ทาบทับมาจากทางด้านหลัง บดบังเเสงจันทร์อันน้อยนิดจนหมดสิ้น พร้อมกับอุณหภูมิของอากาศที่ลดฮวบอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ใจดวงน้อยของเขาสั่นระรัว

"มะ...ไม่จริงน่า..."

"....!!"

เพิร์ลครางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ด้วยสีหน้าซีดเผือด พลันดวงตาของเขาก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นกล้ามอกเเละกล้ามท้องอยู่ในระดับสายตา ไม่รวมอนาคอนด้ายักษ์ที่ชี้โด่ชี้เด่จนน่าหวาดเสียว

"ตะ...ตายห่า"

ไวเท่าความคิด เขารีบพุ่งตัวกลับเข้าโพรงอย่างรวดเร็ว ทว่าก็ไม่อาจหลีกหนีเงื้อมมือของมัจจุราชที่เฝ้าดูเหยื่ออย่างเขามาจากมุมมืดพักใหญ่

"จะไปไหน!"

หมับ!

"อ๊ากกกกก!"

เขาหวีดร้องราวกับหมูถูกเชือด เมื่อเส้นผมของเขาถูกกระชากจนเเทบล้มหงายหลัง อีกทั้งเจ้าคนป่ายังลากเขาไปตามพื้นดินชื้นเเฉะ โดยไม่สนใจว่าจะมีกิ่งไม้หรือหนามเล็กๆขีดข่วนหรือไม่

"ปล่อย...ปล่อยสิโว้ยย...ช่วยด้วยๆๆ"

"ไอ้เวรเอ๊ย!"

เขาพยายามดิ้นหนีอย่างสุดความสามารถ ทั้งกรีดร้องเเละจิกกัดราวกับคนเป็นบ้า เเต่สุดท้ายร่างสูงใหญ่ก็ไม่ได้คิดปราณีเหยื่ออย่างเขา เเม้เส้นผมสีบลอนด์ที่อยู่ในมือจะนุ่มสลวยเเละชวนให้รู้สึกดีมากก็ตาม

เเต่...

ยิ่งเขาดิ้นหนีมันก็ยิ่งโกรธ ฉุดกระชากเขาไปตามพื้นเเข็งๆจนผิวหนังถลอกเป็นรอย เลือดมากมายไหลซิบออกมาพาลให้รู้สึกเเสบจนน้ำตาไหลพราก

"ช่ว....ช่วยด้วย...ใครก็ได้"

พลั่ก!

"อั่ก!"

เขาจุกจนพูดไม่ออก เมื่อเจ้าคนป่าเหวี่ยงร่างของเขาให้ลอยหวืออย่างไม่ทันตั้งตัว เส้นผมบางส่วนจึงขาดกระจายคามือร่างสูงใหญ่ เเละเพียงไม่นาน ร่างของเขาก็ตกลงมากระเเทกขอนไม้ด้านล่างอย่างจัง

"อั่ก!"

"....!!"

ในวินาทีนั้น คล้ายกับภาพเบื้องหน้าขาดๆหายๆชอบกล สมองมึนเบลอจนคิดสิ่งใดไม่ออก เเละหน้าท้องก็รู้สึกจุกเสียดจนเเทบขยับไม่ไหว

"ช่ว...ช่วย...ด้วย...อึก!"

น้ำตามากมายหลั่งไหลราวกับสายธารยาวเหยียด ในขณะที่เขาเพ่งมองใครบางคนที่เคลื่อนกายเข้ามาใกล้ เเต่สุดท้ายเงาร่างนั้นก็กลายเป็นสีดำทมึน คล้ายกับภูติผีที่จ้องจะพรากชีวิตของเขาตลอดเวลา 

"....!!"

"....."

ความเงียบพลันปกคลุมโดยรอบ รวมถึงเเรงกดอากาศที่เพิ่มมากขึ้นทีละนิด ส่งผลให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

เขากลัว...

กลัวว่าจะต้องกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ในป่า กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่มีใครเหลียวเเล อย่างน้อย...ถ้าเขาตายที่บ้านก็น่าจะมีคนโยนลงหลุม คนพวกนั้นคงไม่ปล่อยให้ศพของเขาอยู่ในสภาพทุเรศเเบบนี

"....!!"

"อย่าได้ดื้อดึงกับข้าอีก เจ้าคนต่างถิ่น"

พลั่ก!

ความเจ็บปวดราวกับถูกฆ้อนทุบลงกลางศีรษะ ทำให้ความพยายามที่จะเงยหน้าขึ้นมองกลายเป็นสิ่งไร้ค่าภายในชั่วพริบตา นั่นเพราะเเรงกระเเทกเมื่อครู่ ส่งผลให้เขาล้มฟุบลงกับพื้นอย่างไร้สติ โดยที่หน้าท้องพาดอยู่บนขอนไม้ผุพัง ส่วนท่อนล่างก็จมอยู่ในเเอ่งโคลนชื้นเเฉะ

"กลับไปกับข้า เจ้าคนต่างถิ่นผู้งดงาม"

"....."

คนป่าที่มีสีผิวคมเข้มเเทบจะกลืนกินไปกับความมืดมิด ค่อยๆชันเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น หลังจากนั้นจึงใช้นิ้วสากเกลี่ยปอยผมออกจากใบหน้างดงาม ที่มันหลงใหลตั้งเเต่เเรกที่เเอบมองอยู่ไกลๆ

 พลันดวงตาสีเงินก็สว่างวาบ จ้องมองดวงหน้าขาวซีดอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะใช้มือใหญ่ของมันหิ้วร่างนั้นตวัดพาดบ่า พลันร่างของคนทั้งคู่ก็หายไปในความมืดมิด ทิ้งเศษซากมนุษย์ที่เเหลกเหลวเอาไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้เป็นอาหารสัตว์ป่าผู้หิวกระหาย

.

.

.

.

ตั้งเเต่จำความได้ เพิร์ล การ์เซียใช้ชีวิตราวกับเจ้าชายอยู่บนกองเงินกองทอง ไม่เคยต้องมาล้มลุกคลุกคลานจนเปรอะเปื้อนดินโคลนเเบบนี้

เเละเขาก็ต้องเเลกมากับการหวาดระเเวงตลอดเวลา ว่าจะถูกบรรดาพี่น้องฆ่าตายวันไหน เเต่วันนี้เขารู้เเล้วว่าบางทีการอยู่บ้านเฉยๆให้ใครสักคนเป่าสมองยังดีเสียกว่า ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเเบบนี้

ชีวิตของเขามันจะน่าสมเพชเกินไป เขาอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง หลังจากนั้นเพิร์ล การ์เซีย คนนี้ก็จะพบว่าตัวเองกำลังนอนจิบไวน์อยู่บนเตียงหลังใหญ่ มีสาวๆบั้นท้ายดินระเบิดกำลังปรนเปรอให้จนอิ่มหนำสำราญ

ทว่าเมื่อเเพขนตาหนาค่อยๆเปิดขึ้นอีกครั้ง ความหวังที่มีก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ภาพเอียงกะเทเร่คือสิ่งเเรกที่เขาได้เห็น เสียงกลองเเละเสียงเป่าเเตรเขาสัตว์ดังก้องอยู่ในหู

"ผู้ชนะในครั้งนี้คือราอูลล์ ลูกชายที่น่าจะเเสนภาคภูมิใจของข้ารายีร์!"

"เฮ่!....."

"ราอูลล์! ราอูลล์! ราอูลล์!"

เสียงโห่ร้องดังขึ้นเรื่อยๆเพื่อประกาศชัยชนะให้กับคนป่ารูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งชายคนนั้นกำลังยืนเชิดหน้าอยู่ข้างๆผู้ที่มีตำเเหน่งหัวหน้าเผ่าเเละผู้เป็นบิดา

อีกทั้งความงดงามในเเบบฉบับพวกบ้านป่าเมืองเถื่อน ยังเข้าตาของพวกไร้คู่อีกหลายสิบคน รอให้ราอูลล์เลือกตัวเองขึ้นไปเป็นเจ้าสาว ซึ่งตามกฏเเล้ว ผู้ที่ชนะในการเเข่งขันจะมีสิทธิ์เลือกเจ้าสาวมาเป็นของตัวเอง เเม้ว่าเจ้าสาวคนนั้นจะมีสามีภรรยาอยู่เเล้วก็ตาม

ทว่าพิธีกรรมนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเพิร์ลเลยเเม้เเต่น้อย ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล ก่อนที่คิ้วของเขาจะต้องขมวดมุ่น เมื่อร่างกายของเขามีเพียงบาดเเผลที่ตกสะเก็ด ไร้คราบเลือดเเห้งกรังอย่างที่ควรจะเป็น

"กะ...เกิดอะไรขึ้น"

"เเล้วนี่...มันอะไรกันเเน่?"

เขาตกใจเเทบสิ้นสติ เมื่อร่างกายของเขาสวมทับด้วยเชิตตัวใหญ่เพียงชิ้นเดียว อีกทั้งส่วนที่โผล่ออกมายังถูกเเต่งเเต้มไปด้วยสีขาวเเละเเดง คล้ายกับลวดลายที่ประดับอยู่บนเรือนร่างของพวกคนป่าเลวทราม

"ท่านราอูลล์เเข็งเเกร่งที่สุด!"

"ใช่ๆ ท่านราอูลล์ของพวกเรารูปงาม นามเพราะ เเถมยังเเข็งเเกร่งที่สุดในเผ่าอีกด้วย!"

"ได้โปรดเลือกข้าเป็นเจ้าสาว"

"ท่านราอูลล์"

เสียงประจบสอพลอจากคนในเผ่ายังดังขึ้นไม่ขาดสาย ยื้อยุดร่างกายสูงใหญ่ด้วยท่าทางยั่วเย้า หากเเต่คนที่ถูกกระทำกลับมีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับเสียงเเหบห้าวที่ตวาดออกมาดังก้องกังวาน

"หุบปาก!"

เฮือก!

"....!!"

เขาสะดุ้งพอๆกับพวกคนป่าที่อยู่รวมกันเป็นฝูง เเละนั่นก็ทำให้เขาได้สติขึ้นมาทันที รู้ว่าเเท้จริงเเล้วเขากำลังนั่งอยู่ในกรงสี่เหลี่ยมเเคบๆ เปิดโล่งเพียงด้านหน้าที่ถูกเชือกมัดเอาไว้จนเเน่น ทำให้เขามองเห็นปรัมพิธีด้านหน้าได้อย่างชัดเจน

"....."

บรรยากาศโดยรอบทำให้เขาหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ทว่าเมื่อเห็นมือใหญ่ชูขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มประกาศกร้าว หัวใจของเขาก็พลันเต้นระส่ำรุนเเรง

"พวกเจ้าชาวเผ่ามัลกาลี จงรับรู้เอาไว้ว่าตั้งเเต่นี้เป็นต้นไป"

"...."

"ราอูลล์คือหัวหน้าเผ่าต่อจากข้า!"

เฮ่!!!

ราอูลล์! ราอูลล์! ราอูลล์! ราอูลล์!

ในตอนนั้นเพิร์ลไม่เข้าใจว่าพวกคนป่ากำลังโห่ร้องอะไรกัน เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ คือการหาทางหนีออกไปจากสถาณที่บ้าๆราวกับขุมนรก ซึ่งการเคลื่อนไหวรุนเเรงของเขา ทำให้หนังสัตว์ด้านบนร่วงหล่นลงกับพื้น เผยให้เห็นเเท่นบูชาที่ทำจากไม้ด้านล่าง เเละมีกรงของเขาวางอยู่ด้านบนอย่างเพียงลำพัง

พลันฉากในหนังสยองขวัญก็โผล่ขึ้นมา มนุษย์มากมายถูกจับมายังเเท่นบูชาเเล้วตอกตะปู กรีดเอาเลือดเเละเนื้อมาเป็นเครื่องสังเวยให้เเก่วิญญาณศักด์สิทธิ์

เพียงเเค่นั้น...

เขาก็กระเเทกกรงให้เเรงขึ้น หวังว่าตัวเองจะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างที่คิด

ปั่กๆๆ

"ปล่อยฉันออกไปนะโว้ย...."

"ไอ้พวกประสาท ไอ้พวกสมองกลวง ไอ้พวกไม่มีอารยธรรม ไอ้เวรเอ๊ย!"

เขาพยายามหาทางหนีอย่างสุดความสามารถ ทั้งถีบทั้งเตะหรือใช้ฟันเเทะเขาก็ลองมาเเล้ว ผลที่ได้ก็คือเขาเจ็บฟันมาก เจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมาเป็นสาย 

"ข้าเป็นผู้ชนะ"

"....."

"ดังนั้นข้าจะเลือกเจ้าสาวด้วยตัวเอง"

เฮ่!~

เสียงโห่ร้องของบรรดาคนป่าดังกึกก้อง เมื่อชายรูปร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ชูมือขึ้นสูง เเต่เพิร์ลกลับไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้นต้องการสื่ออะไรกันเเน่ เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องทำในตอนนี้ ก็คือการหนีออกไปจากไอกรงบ้าๆพร้อมกับทิ้งความเคียดเเค้นเอาไว้เบื้องหลัง

เเต่ในขณะที่เขากำลังเขย่ากรงอย่างบ้าคลั่งนั้นเอง ก็มีเท้าคู่ใหญ่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพอดี เเละเมื่อเขาเงยขึ้นไปมองก็เห็นว่ามันคือคนป่าใจโฉดผู้นั้น ซึ่งตอนเเรกเขาเกือบจะไม่สนใจมันอยู่เเล้ว

ทว่าสิ่งที่มันพูดออกมาทำเอาเพิร์ลถึงกับร้องเสียงหลงเลยทีเดียว

"เจ้าจะยอมเป็นเมียของข้าหรือไม่"

"ห๊ะ?"

"เจ้าจะยอมเป็นเจ้าสาวของข้า เเล้วอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียไปชั่วชีวิตหรือไม่"

"...."

เพิร์ลงงเป็นไก่ตาเเตก ดวงตาของเขาสั่นระริก ก่อนที่ริมฝีปากบางสวยจะเอ่ยถ้อยคำที่เป็นดั่งหนามทิ่งเเทงออกไป

"พูดอะไรฉันฟังไม่รู้เรื่อง"

"....."

"มองหน้าอยู่ทำไม ปล่อยสิโว้ยยย!!"

เมื่อคนต่างถิ่นเอาเเต่ร้องโวยวาย เเล้วพยายามหาทางหนีตลอดเวลาเเทนที่จะตอบคำถามของมัน ดังนั้นสีหน้ายินดีที่เพิ่งได้รับตำเเหน่งหัวหน้าเผ่าหมาดๆ ก็เเปลเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มในชั่วพริบตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป