บทที่ 4 ของเล่นคนรวย
"ลูกติดแม่เลี้ยงกูเอง สงสัยอะไรอีกไหม จะแดกกันไหมเหล้า!! ถ้าไม่แดกก็พากันกลับไปซะ! เซ้าซี้กันอยู่ได้น่ารำคาญชะมัด"
"สวยใช่เล่นนี่หว่า" คาวีชมเปราะแต่เมืองรามกลับหัวเสีย รู้สึกหงุดหงิดไปหมดเมื่อเพื่อนทุกคนต่างก็เอาแต่สนใจเธอ...
"มีน้องสาวสวยขนาดนี้เงียบเลยนะสัส! รู้งี้กูมาที่บ้านมึงบ่อยๆดีกว่า มีของสวยงามอยู่ที่บ้านยังจะเสือกกลับไปนอนเหงาที่คอนโดไม่กลับบ้านกลับช่อง ถ้าเป็นกูแม่งจะกลับแต่หัววันเพื่อมาเล่นกับน้อง ฮ่าๆๆ" เพื่อนในกลุ่มตะโกนแซวข้ามโต๊ะมาแต่นั่นยิ่งทำให้เมืองรามหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ
ปัง!!
เสียงตบโต๊ะดังขึ้นคราวนี้ทุกคนยกมือปิดปากกันแทบทันที
"คนอื่นกูไม่นับว่าเป็นน้อง" สายตาดุจเหยี่ยวกวาดมองทุกคน ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม
"กูมีน้องชายคนเดียวไม่มีน้องสาวเหี้ยห่าอะไรทั้งนั้น แล้วเลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้วหรือว่าพวกมึงอยากกินตีนมากกว่าเหล้าที่อยู่ในแก้ว ถ้ายังไม่เลิกสนใจกันดีนักคืนนี้ก็ไสหัวกลับกันไปเลยแม่ง!"
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกรามสองข้างขบกันแน่น ทำให้ทุกคนเลิกแซวเพราะรู้นิสัยเพื่อนดี ถ้าถึงขั้นลุกขึ้นตบโต๊ะใส่ นั่นหมายถึงทุกคนควรหยุด! เพราะไม่งั้นพ่อได้ล้มโต๊ะทั้งงานแน่
"อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิคะราม"
แพรหรือพีรดา ลูกสาวนักการเมืองใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่มีสัมพันธ์พิเศษเกินเพื่อนเอ่ยบอกพร้อมดึงร่างสูงให้นั่งลง ส่วนตัวเธอก็รีบปีนไปคร่อมตักอีกฝ่ายเอาไว้ มือเล็กเกี่ยวรอบคอพร้อมกับกดสะโพกเสียดสีกับตักแกร่งปลุกเร้าอารมณ์ในแบบที่เมืองรามชอบ เธอรู้ดีว่าภายใต้กางเกงยีนส์ราคาแพงนั่นมีของดีที่เธอเองก็รู้ว่าเด็ดมากแค่ไหน
หญิงสาวโน้มคอเมืองรามให้ก้มต่ำก่อนจะยื่นริมฝีปากเข้าไปประกบกดริมฝีปากหนาของคนอารมณ์ขุ่นให้อารมณ์ดีขึ้นมา เพราะเธอรู้ดีว่าเมืองรามชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรที่สุด คนที่อยู่เป็นอย่างเธอรู้ดีกว่าใคร
เมืองรามไม่ชอบให้ใครขัดใจ ไม่ชอบให้ผู้หญิงเรียกร้องนั่นนี่ ถ้าอยากให้เขาจะให้เอง เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่มีเสน่ห์มากล้นโดยเฉพาะเรื่องบนเตียง หนุ่มหล่อคนนี้ดุดันเร้าใจกว่าใคร เป็นผู้ชายที่กินดุที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา เพราะต่างคนต่างก็ปรนเปรอถึงอกถึงใจกันอย่างนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจึงยาวนานมากกว่าคนอื่น ถึงแม้สถานะจะยังคลุมเครือไม่ชัดเจนยังคงเป็นได้แค่เพื่อนนอนก็ตามที และเธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากเรียกร้อง เพราะรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ก้าวล้ำเส้นที่อีกฝ่ายขีดไว้ทุกอย่างก็จบเห่!!...
"ไปเรียกยัยขยะนั่นมาหน่อย บอกให้เอาเหล้ามาเติมให้ฉันที"
หลังจากผ่านไปสักพักเมืองรามก็เอ่ยบอกเด็กที่มาคอยให้บริการโต๊ะของตัวเอง สายตาเหลือบไปเห็นเจ้าเอยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจหลบหน้าเขาเสียมากกว่า และในจังหวะนั่นเองที่เธอเหลือบขึ้นมาสบตากันพอดี
"แพรชงให้รามก็ได้นะ" แพรมองตามสายตาก่อนจะอาสาชงเหล้าให้เขาเอง แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า
"ไม่ต้อง ฉันจะให้เด็กนั่นชง"
แววตาหาเรื่องยามสบตาคู่สวยที่กำลังหวาดระแวงราวกับกวางตัวน้อย น้ำเสียงรวนๆของเมืองรามทำให้พีรดาไม่กล้ากวนใจอีก ได้แต่เม้มปากสนิทพร้อมกับมองเด็กสาวแรกรุ่นด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยังไงซะเด็กนั่นก็สู้เธอไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นหน้าตารูปร่างหรือแม้แต่ฐานะทางสังคม ส่วนตัวเธอนั้นสวมแบรนด์ทั้งตัวต่างกันคนละขั้ว และที่สำคัญท่าทางพี่ชายอย่างเมืองรามจะไม่ยินดียินร้ายที่จะมีน้องสาวเสียด้วย...
คนที่ต้องการรับน้องใหม่ อยากแกล้งให้เธออับอายเล่น หลังจากเรื่องอาหารที่แกล้งเจ้าเอยไม่สำเร็จ หนำซ้ำยังทำออกมาดีเกินคาด ทั้งยังได้รับคำชมไม่น้อยจากเพื่อนของเขา และดูเหมือนเธอพยายามจะหลบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา คิดแล้วยัยซื่อบื้อก็ฉลาดเหมือนกันนี่...
แต่ถึงจะฉลาดยังไงก็ไม่มีวันชนะเขาแน่ ชายหนุ่มคิดพลางกระตุกมุมปากเล็กน้อยเมื่อในหัววางแผนไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อจากนี้
ทางด้านเจ้าเอยก็พยายามระวังเนื้อระวังตัว ไม่ไปยืนในระยะสายตาของเขา นึกถึงคำสั่งมารดาที่ยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว ตั้งแต่ตื่นจนมาถึงกลางดึกของคืนนี้เธอไม่ได้พักเลย หญิงสาวมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมอยู่หลายครั้งจนป้าน้อมต้องเข้ามาช่วยพยุงและห้ามไม่ให้ออกมาช่วย แต่เธอไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนใจ อีกทั้งยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย จึงทำให้หน้ามืด
"คงเพราะเจ้าเอยไม่ได้พักผ่อน"
สาวใข้ที่คอยช่วยเหลือเจ้าเอยเอ่ยขึ้น ลุกไปจับจ่ายซื้อของด้วยตัวเองตั้งแต่ตีสามแล้วมานั่งเตรียมของไว้ก่อนจะแต่งตัวไปสอบ พอสอบเสร็จก็รีบตรงดิ่งกลับบ้านทันที ยิ่งพอรู้ว่าไม่มีใครช่วยเธอหยิบจับเจ้าเอยยิ่งต้องเร่งมือจนเป็นระวิงแทบไม่ได้นั่งเลยด้วยซ้ำตั้งแต่สิบเอ็ดโมงจนกระทั่งห้าทุ่ม ทั้งข้าวและน้ำสักคำก็ยังไม่ตกถึงกระเพาะรู้สึกเครียดหนักจากการสอบที่ไม่มีเวลาเตรียมตัวและเครียดจากการถูกลูกเจ้าของบ้านกดดันทุกทางอีก เธอพยายามเลี่ยงไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้า
"อยู่บ้านท่านทำอะไรได้หนูก็จงทำนะลูก พยายามอดทนไว้ พี่เขายังโกรธแต่คงไม่นานคงเข้าใจ ช่วงนี้อยู่ให้ห่างๆพี่เขาเอาไว้อย่าไปต่อปากต่อคำก็พอ"
คำพูดของแม่ทำให้เจ้าเอยไม่กล้าออกมาเพ่นพ่านให้อีกฝ่ายรำคาญลูกตาจึงได้แต่หลบอยู่ในครัว จนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเกิดปวดท้องกระทันหัน เธอจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่แทนออกมาคอยให้บริการอยู่ตรงริมสระว่ายน้ำ และเป็นจังหวะที่เมืองรามเห็นเข้าพอดี
พอสาวใช้ที่คอยบริการโต๊ะของเมืองรามเดินเข้ามาบอกให้เธอไปหา หญิงสาวก็กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอแทบจะทันที ก่อนจะทำใจสักพักแล้วเดินคอตกไปหาคนหน้าตึง ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งออกมาจากตัวของเขา ทำให้คนแอบชอบใจเต้นตึกตัก เป็นครั้งแรกที่ได้มายืนต่อหน้าผู้ชายที่โดดเด่นมีเสน่ห์อย่างเขา ไม่ว่าใครได้อยู่ใกล้ก็ต้องใจสั่นไหวกันทั้งนั้นรวมถึงเธอเองก็ด้วย...
ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเกลียดเธอเข้าไส้ขยะแขยงในตัวเธอยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือเสียอีก เกลียดชนิดไม่อยากที่จะเจอหน้า ไม่อยากจะเสวนากับเธอแม้เพียงสักคำ!! แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อใจเธอแอบชอบเขาไปแล้ว
"คุณรามเรียกเอย...เออ ฉันเหรอคะ" เสียงถามอีกฝ่ายตะกุกตะกักไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา
"ทำไม...พอเห็นฉันแล้วทำหน้าจะเป็นจะตาย โลกทั้งใบของเธอมันจะแตกมอดดับเลยหรือไง ห๊ะ!!"
"เปล่านะคะ เอย..เออฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย"
เห็นหน้าบูดบึ้งของเธอก็ทำให้คนเรียกชักหงุดหงิด ก่อนหน้านี้ยังระริกระรี้กลับกลุ่มเพื่อนเขาทางฝั่งโน้นอยู่เลย ไม่เคยว่าคิดว่าเด็กอายุสิบเจ็ดอย่างเธอจะทำอาหารและชงเหล้าเอาอกเอาใจเก่งผู้ชายเก่ง สามารถทำให้กลุ่มเพื่อนเขาหัวเราะร่ากันได้ คงกร้านโลกไม่น้อยสินะถึงทำเรื่องพวกนี้เป็น!
"อย่าว่าแต่น้องเอยเลย กูเห็นหน้ามึงตอนนี้ยังอยากจะหนีไปอยู่ดาวอังคารเลยหน้ามึงแม่งโคตรดุสัส!"
คาวีบ่นไม่จริงจังนักพลางเหลือบมองหน้าเพื่อนที่ดูท่าจะไม่ชอบขี้หน้าน้องสาวตัวเองเท่าไรนัก ยิ่งเห็นเจ้าเอยมายืนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำก็ยิ่งสงสารจับใจ
"หน้ากูมันก็เป็นยังงี้แหละมันจะทำไม เออ ในเมื่อไม่อยากมองก็ไม่ต้องมอง" คนพูดกระแทกเสียงใส่ด้วยความเคยชิน
"อ้าว! แล้วมึงจะของขึ้นทำไม" คาวีนิ่วหน้า
"เจ้าเอยใช่ไหม พี่ชื่อคาวีนะเป็นเพื่อนสนิทไอ้หน้าหงิก" คนพูดแนะนำตัวพลางยิ้มกว้างส่งให้หญิงสาว
"สวัสดีค่ะคุณคาวี" มือน้อยๆยกขี้นกระพุ่มไหว้ท่าทางน่ารัก จนคาวีหัวเราะอย่างชอบใจ
"เรียกพี่วีก็ได้ครับ อย่าเรียกคุณเลยไอ้วีมันขนลุก"
พูดพลางลูบแขนตัวเองป้อยๆด้วยรอยยิ้ม และคนอื่นก็พลอยยิ้มตามกันไปด้วย คาวีชวนเจ้าเอยคุยอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข คงมีเพียงเมืองรามที่ไม่สนใจเอาแต่จ้องแก้วเหล้าในมือ และอีกคนที่มีสีหน้าไม่ต่างกันก็คือบนตักนั่นเองที่ดูเหมือนว่าจะถูกเจ้าเอยแย่งซีน...
เสียงเจื้อยแจ่วของเธอที่ตอบคำถามเพื่อนเขาอย่างสนุกสนานยังคงดังอย่างต่อเนื่อง พาลให้คนฟังหงุดหงิดอย่างไร้สาเหตุ
"ไอ้วีน้องมึงแม่งน่ารักเหี้ยๆ"
ไหล่กว้างยกไปกระทบไหล่เพื่อนสนิทอย่างชอบใจหลังจากพูดคุยกันมาสักพัก แต่เมืองรามกลับรีบเอนตัวหลบสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างเห็นได้ชัด จนคาวียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับท่าทีของเพื่อนเท่าไรนัก มันก็ขวางโลกอย่างนี้แหละ จนเขาชินกับนิสัยฟาดงวงฟาดงาของเมืองรามไปแล้ว
"เติมเหล้าให้ฉันหน่อย"
เมืองรามยื่นแก้วไปให้เจ้าเอยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หญิงสาวสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที หล่อคำเดียวสั้นๆเท่านั้นสำหรับผู้ชายตรงหน้า แม้จะทำหน้าบึ้งตึงสักแค่ไหนแต่ความหล่อที่มีเสน่ห์บนใบหน้าคมก็ทำใจเธอเต้นตึกตักได้ทุกทีสินะ
"เติมเหล้า!"
เพราะมัวแต่ชื่นชมความหล่อของคนตรงหน้าอย่างลืมตัวทำให้เจ้าเอยไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายสั่ง
"นี่!! ไม่ได้ยินที่ฉันบอกหรือไง"
พอได้ยินเสียงตวาดเท่านั้น หญิงสาวก็สะดุ้งโหยงรีบลนลานยื่นมือออกไปรับแก้วจากมือหนา แต่แล้วเมืองรามก็รีบปล่อยก่อนที่เจ้าเอยจะยื่นมือไปถึง
เพล้ง!!
"นี่เธอตั้งใจแกล้งฉันใช่ไหม!!"
เสียงแหวของพีรดาแหลมเล็กจนทุกคนหันมามองเมื่อเหล้าหกกระเซ็นมาโดนเสื้อราคาแพงแบรนด์เนมตัวสวยแต่น้อยชิ้น ก่อนที่แก้วจะกระแทกลงพื้นจนเศษกระจัดกระจายบาดคนที่ยืนอยู่อย่างเจ้าเอยที่ไม่ทันระวังตัว
"ทำไมไม่รู้จักระวัง รู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ราคากี่บาท เธอหาเงินทั้งชาติยังซื้อไม่ได้เลย"
หญิงสาวก้มมองเสื้อและกระโปรงเจ้าชุดราคาแพงอย่างเสียดายที่ตอนนี้มันเลอะไปด้วยคราบเหล้าเหม็นหึ่งเพราะจังหวะนั้นเมืองรามจับเธอด้วยมือข้างหนึ่งให้ลงจากตักแกร่งพอดี
"ขะ..ขอโทษ..ฉันจะเอาไปซักให้"
หญิงสาวรีบระล่ำระลักจะเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะอีกฝ่ายสะบัดเสียงดังเข้าใส่อย่างรังเกียจ
"ไม่ต้อง! เธอรู้ไหมว่าแต่ละชิ้นนี้มันแพงแค่ไหน แม้แต่ค่าซักเธอยังไม่มีปัญญาจ่ายเลย!"
"น้องมันไม่ได้ตั้งใจ แพรจะอะไรนักหนาวะ"
ยังคงเป็นหนุ่มอารมณ์ดีที่ชื่อคาวีที่ออกตัวปกป้องเธอ ส่วนพี่ชายปลอมๆกลับยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจที่ทำให้เธอถูกแฟนเขาพูดจาดูถูก คิดจะยืมมือคนอื่นแกล้งเธอสินะ.. ไม่แมนเอาซะเลยดูก็รู้เขาจงใจกลั่นแกล้งเธออย่างเห็นได้ชัด เขาแค่ต้องการที่จะเรียกเธอมาเพื่อให้โดนตำหนิต่อหน้า คงหวังให้เธออับอายเล่นสินะ มิน่าล่ะร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยจะเรียกหา
"วีไม่รู้หรอกว่าชุดนี้นะแพงแค่ไหน เพิ่งสั่งมาจากนอกและแพรเพิ่งใส่ครั้งแรกด้วยนะสิ"
หญิงสาวแหวเสียงเขียวใส่คาวี พร้อมทั้งปรายตาขวางใส่คนต้นเหตุ เพราะแบรนด์ที่ใส่ราคาเหยียบหกหลักรวมทั่วทั้งเนื้อทั้งตัวกับเครื่องประดับและกระเป๋าแบรนด์หรูก็ราวๆหนึ่งล้านไปแล้ว
"เธอตั้งใจทำให้ฉันเสียหน้าหรือไง ยัยบื้อ! ก้มลงไปกราบขอโทษพีรดาซะ"
เมืองรามทำเสียงดุแต่ใบหน้ากับยิ้มเยาะ สายตาคมกดลงต่ำมองเห็นเศษแก้วที่แตกกระจัดกระจาย บางส่วนกระเด็นไปบาดขาของอีกฝ่ายโดยที่เธอก็คงยังไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่ยืนมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อน้อยใจ ไม่อย่างนั้นคงรู้ตัวไปแล้วว่าโดนเศษแก้วบาดจนมีเลือดออกซิบ ซึ่งทั้งหมดก็เพราะเขาตั้งใจกลั่นแกล้งเธอให้ขายหน้านั่นเอง
"ไอ้ราม! น้องมันก็ขอโทษแล้วนะโว้ย เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วยวะ"
"ก็แค่ก้มลงกราบขอโทษมันยากตรงไหนห๊ะ!! สำหรับผู้หญิงคนนี้ศักดิ์ศรีไม่มีเหลือให้ต้องรักษาอยู่แล้ว มึงไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่าไอ้วี" หญิงสาวเม้มปากแน่นพยายามระงับความโกรธ หากเธอเอาแต่ก้มหน้าให้เขารังแก เธอก็ต้องกลายเป็นคนถูกกระทำอยู่ร่ำไป...
"แต่ฉันก็ขอโทษแฟนของคุณแล้วนะคะ อีกอย่างคุณรามมากกว่าที่แกล้งฉันจนแก้วตกแตกเหล้าหกกระเซ็นโดนเสื้อเธอ"
"ยังจะมาเถียงอีก!"
เมืองรามลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงดังใส่ ร่างสูงเดินหลีกเศษแก้วแล้วเดินเข้ามาใกล้จนเจ้าเอยรีบก้มหน้างุดด้วยความกลัว แต่ในใจก็ยังอยากจะค้านว่าตัวเองไม่ได้เถียงเพราะความจริงก็รู้กันอยู่ว่าเขาจงใจปล่อยมือก่อนที่เธอจะสัมผัสแก้วด้วยซ้ำไป
"คนผิดก็ต้องขอโทษสิ หรือทำผิดแล้วไม่กล้ายอมรับผิด"
เมืองรามกระแทกเสียงเข้าใส่มองคนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
"ถ้าอย่างนั้นคนที่สมควรลงไปก้มกราบขอโทษ ก็น่าเป็นคุณรามไม่ใช่ฉัน!!"
คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าจนแทบคอตั้งอยู่บนบ่ามองร่างสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรที่เดินเข้ามาประชิดตัวจนเธอต้องถอยฉากออกไป รู้สึกเจ็บจี้ดตรงข้อเท้าจึงรู้ว่าขาตัวเองโดนเศษแก้วบาดจนได้เลือด
"เจ้าเอย!!"
มือหนากระชากแขนเล็กเข้ามาหาจนร่างบอบบางกระแทกร่างหนาดังปั่ก หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บก่อนจะน้ำตาคลอหน่วยตาก่อนที่มันจะหยดลงใส่แขนหนาไปหนึ่งหยดเมื่อเขาเอาแต่บีบแขนเล็กอย่างแรงจนเกิดรอยแดง ทั้งเจ็บทั้งน้อยใจไหนจะหิวจนท้องร้องโครกคราก!!
"พอแล้วๆ มึงจะอะไรนักหนา เรื่องแค่นี้"
คาวีรีบลุกขึ้นมาห้าม ทำให้เจ้าของบ้านยอมปล่อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาตรงแขนตัวเอง
"เก็บกวาดให้สะอาดแล้วมาชงเหล้าให้ฉันใหม่"
โทนเสียงที่ลดต่ำลงบ่งบอกว่าอารมณ์เริ่มเย็นลงบ้างแล้ว แต่ใบหน้าหล่อก็ยังบึ้งตึงอยู่
"มาเดี๋ยวพี่จะช่วยน้องเอยเก็บนะ"
คาวีอาสาจะเข้าไปช่วย เมื่อเห็นว่าเจ้าเอยกำลังนั่งลงเก็บเศษแก้วที่ตกแตกกระจายอยู่บนพื้น โดยมีสาวใช้คนอื่นวิ่งมาช่วยด้วยเช่นกัน แต่โดนสายตาดุของคนเป็นนายจ้องใส่ จึงพากันล่าถอยกลับออกไป
"พวกมึงด้วย ไม่ต้องเสือก!"
เมืองรามตวาดเพื่อนเอาไว้เมื่อเห็นคนอื่นๆจะเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน
"ก็ทำความสะอาดไปสิ จะมามองหน้าทำไม หรือไม่พอใจอะไรฉัน"
พอบอกเพื่อนเสร็จก็หันมาเอ็ดหญิงสาวที่เอาแต่นั่งตัวสั่นเทา สิ้นคำเจ้าเอยก็รีบก้มหน้างุดเมื่อสบสายตามัจจุราช เมืองรามมองเธออย่างไม่พอใจ
"หน้าดุขนาดนี้ใครจะกล้า" คนก้มหน้าบ่นอุบอิบแต่กระนั้นคนตัวโตก็ยังได้ยิน
"ด่าฉันอยู่เหรอ!"
"ปะ..เปล่าค่ะ"
"มึงก็ด้วยไอ้วีอย่ายุ่ง ใครทำคนนั้นก็เก็บเอง"
"จะไปรังแกน้องมันทำไม กูเห็นนะว่ามึงตั้งใจทำให้มันหล่น แล้วดูนั่นขาน้องมีเลือดออกด้วย"
คาวีไม่สนใจคำห้ามปราม ชายหนุ่มเข้าไปช่วยเจ้าเอยเก็บกวาดทำความสะอาดจนแล้วเสร็จ เพราะจะหวังให้คนรับใช้คนอื่นก็คงไม่มีใครกล้าเพราะมีสายตาดุกร้าวจ้องจะกินหัวห้ามเอาไว้อยู่ตลอดเวลา
เพื่อนในกลุ่มส่วนใหญ่ก็มีแต่เจ้าชู้ตัวพ่อ แทบจะเช็ดน้ำลายมองตามร่างบางแต่ซ่อนรูปที่ก้มๆเงยๆเก็บเศษแก้วไปด้วย หน้าอกอวบเต่งตึง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยปะทะเข้าจมูก แม้แต่เมืองรามยังรู้สึก ได้แต่รำพันกับตัวเองอยู่ในใจว่าเด็กบ้าตัวหอมชะมัด!...
"ไอ้ราม มึงไม่สนใจน้องสาวจริงๆใช่ไหม"
"ถามทำไมอีก"
"กูชอบวะ ในเมื่อมึงไม่ชอบหน้าไม่สนใจน้องสาวตัวเองขนาดนี้ งั้นคืนนี้กูขอละกันนะ"
"หึ..อยากได้กันขนาดนั้นเชียว"
"เออสิวะ"
"เท่าไหร่ มึงลองว่ามา"ใบหน้าหล่อหันไปเลิกคิ้วถามเพื่อน
"ไอ้เหี้ยราม นั่นนะน้องมึงนะโว้ย"
คาวีร้องปรามหลังจากเก็บกวาดช่วยเจ้าเอยเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาได้ยินพอดี ชายหนุ่มหันไปมองคนที่กำลังถูกนำมาประมูลทันทีที่ได้ยินเมืองรามให้เพื่อนเสนอราคา
เจ้าเอยสบตากับเมืองรามอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเขาจะกล้าทำกับเธอถึงเพียงนี้ เหมือนเธอเป็นสิ่งของไม่ใช่คน!
"ห้าแสน"
"น้อยไป"
เมืองรามคลึงแก้วเหล้าไปมาอย่างอารมณ์ดี ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากเพียงนิดเพื่อต้องการเยาะเย้ยหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหน้า
"เจ็ดแสน กูขอแค่คืนเดียว"
"งั้นกูให้มึงหนึ่งล้าน"
เพื่อนของเขาอีกคนที่นั่งนิ่งๆอยู่เอ่ยขึ้นสายตาจับจ้องไปยังร่างของเจ้าเอยอย่างคุกคามราวกับจะให้มันทะลุถึงเนื้อในใต้ร่มผ้า
เจ้าเอยอ้าปากค้างมองหน้าคนตัวโตเมื่อเธอกำลังจะถูกคนรวยประมูลค่าตัว ชารค์ ลูกชายนักธุรกิจสีเทาผู้ที่มีเงินใช้ไม่ขาดมือหนึ่งเพื่อนในกลุ่มก็ดูเหมือนจะหลงเสน่ห์เจ้าเอยอีกคนเช่นกัน
"เฮ้ย.. ไอ้ชาร์คมึงแม่ง สัส! รวยกว่าแล้วเหยียบหัวกูเลยนะไอ้เพื่อนเหี้ย"
คนโดนเกรทับโมโหลุกขึ้นเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์ ขึ้นชื่อว่าชาร์คชอบใครไม่มีทางปล่อยหรือหลีกทางให้เพื่อนอยู่แล้วลูกชายนักธุรกิจสีเทาอย่าง ชาร์คมีเงินเปย์สาวไม่อั้น ยกเว้นเมืองรามและคาวีที่ชายหนุ่มสู้ไม่ไหว แต่ทว่าทั้งเมืองรามกับคาวีได้แต่นั่งฟังคนรวยที่ประมูลแข่งกันนิ่งๆ
"ว่าไงราม ตกลงให้กูไหมไม่มีใครให้มากกว่านี้แล้ว งั้นคืนนี้กูขอกอดน้องสาวสักคืนแลกกับเงินหนึ่งล้าน"
เมืองรามไม่ตอบ คิ้วเข้มยังคงขมวดอยู่ราวกับกำลังใช้ความคิด สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องดวงหน้าหวานที่มีสีหน้าซีดเซียวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
ตึ่ง!!
เสียงข้อความดังบนโทรศัพท์เครื่องหรูของเมืองราม ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องกดอ่านดูก็เห็นยอดเงินหนึ่งล้านที่โอนเข้าบัญชี
"กูโอนให้มึงแล้ว เพราะงั้นเอาน้องมึงให้กู หวังว่าจะไม่เบี้ยวกูนะ ว่าไง"
เธอเองก็กลั้นใจยืนรอฟังคำตอบจากเขาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อคนตัวโตเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมขยับตัวราวกับตกลงกับคำขอของเพื่อนทำให้เจ้าเอยเจ็บรวดร้าวในใจที่สุด
"เขาไม่มีสิทธิ์ว่าจะให้หรือไม่ให้เพราะฉันไม่ใช่สิ่งของและไม่ใช่คนของใคร และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงหรือของเล่นที่คนรวยอย่างพวกคุณจะมาประมูลกัน"
พอพูดจบเจ้าเอยก็กัดปากตัวเองแน่นเพื่อบังคับไม่ให้มันสั่นระริกจนรู้สึกถึงรสชาติปะแล่มๆจนได้รับรสกลิ่นคาวเลือดจากปากตัวเอง ขอบตาคู่สวยร้อนผ่าวพล่ามัวเมื่อมีน้ำใสๆเอ่ออยู่ในนั้น รู้สึกคล้ายจะเป็นลมหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อๆก่อนจะรีบวิ่งออกไปยังเรือนไม้หลังเล็กที่อยู่ข้างหลังบ้านอัครวรกุล
"อ้าว! เดี๋ยวสิพี่ประมูลเธอได้แล้วนะ"
ชาร์คจะวิ่งตามไปแต่ก็โดนใครบางคนกระโดดเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
"เจ้าเอยไม่ใช่ผู้หญิงที่พวกพี่จะมาประมูล เฮียปล่อยให้เพื่อนเฮียทำกับเอยแบบนี้ได้ยังไง"
คนที่มาใหม่บอกด้วยเสียงห้วน เมืองเหนือปรากฏตัวด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ เขาเกือบมาไม่ทันซะแล้วขืนช้ากว่านี้มีหวังพี่ชายขายน้องกินแน่ ยิ่งรู้ว่าเมืองรามเกลียดน้องเอยเข้าไส้ ปกติเขาไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น แต่พอปลายสายเป็นเบอร์โทรจากอัครวรกุลชายหนุ่มจึงรีบรับสาย ป้าน้อมเป็นคนโทรมาคะยั้นคะยอให้มาช่วยเจ้าเอย เขาก็เร่งเครื่องเหยียบคันเร่งจนสุดเข็มไมล์ ตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ต่างจังหวัดสักอาทิตย์ แต่พอทราบข่าวก็บึ่งรถคู่ใจรีบถ่อสังขารมาทันที ทั้งที่เหนื่อยล้าจนแทบหลับใน แต่ด้วยรู้ว่าเจ้าเอยจะโดนพี่ชายแกล้งจึงรีบกลับมาทันที
"มึงจะเดือดร้อนทำไม เรื่องของกูไม่ต้องให้ใครมายุ่ง"
"เรื่องอื่นผมไม่ยุ่ง แต่เรื่องเจ้าเอยผมไม่ยอมแน่ และขอบอกทุกคนไว้ตรงนี้เลยว่าเจ้าเอยไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่คนรับใช้ของใครทั้งนั้น เธอเป็นน้องสาวของผมเพราะงั้นใครก็ตามที่มาระรานเจ้าเอย ได้เจอดีแน่!!"
ตั้งแต่เจ้าเอยย้ายเข้ามาก็มีเมืองเหนือนี่แหละที่เข้ามาพูดคุยทำตัวสนิทสนมกับเธอ อาจเพราะอายุที่ห่างกันเพียงสามปี จึงพูดคุยกันได้ทุกเรื่องและลูกชายคนเล็กของบ้านก็ไม่มีอคติกับเธอและแม่เหมือนกับพี่ชายคนโตที่เห็นเธอเป็นกิ้งกือไส้เดือน พอได้พูดคุยกันบ่อยขึ้นทำให้เมืองเหนือได้รู้ว่าน้องสาวของตนมีนิสัยน่ารักไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ชายเป่าหูทุกวี่วัน เธอเป็นคนเรียบร้อยและมีน้ำใจอีกด้วย
